- 07 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 7 เมษายน 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : วันนี้ก็ต้องลุ้นระทึกกันแล้วว่าคำถามของ สนช. จะออกมาเป็นอย่างไร เพราะ สนช. ผ่านคณะกรรมมาธิการและวิปของ สนช. มีความเห็นร่วมกันแล้วว่าต้องตั้งคำถามจากที่ก่อนหน้านี้ ก็ต้องเรียนว่า สนช. คิดจะไม่ตั้งคำถาม ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้นำมาเปิดเผยและเล่าไล่เลียงให้แฟนข่าวทีนิวส์ได้รับทราบสถานการณ์ เขียนขนาดนั้นแสดงว่าคณะกรรมาธิการ 6 ชุด ที่เห็นชอบให้ตั้งคำถาม ส่วนอีก 9 ชุด เห็นชอบว่าไม่ตั้งคำถาม ส่วนอีก 1 ชุดยังไม่ออกความเห็น ถึงตอนนี้ชัดเจนว่าตั้งคำถามและกรอบคำถามก็ชัดเจนด้วยว่าจะต้องเป็นเรื่องที่จะสร้างความต่อเนื่องในการดูแลบ้านเมืองของ สนช. ถึงนาทีนี้ก็ต้องเรียนว่าในเรื่องของคำถามมีผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือมีส่วนได้เสียกับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เห็นด้วยนะครับ ก็มีเหตุผลขึ้นมาแจกแจงกันหลายประการ กลุ่มแรกคือกลุ่มพรรคเพื่อไทยและผู้คนในระบอบทักษิณ ซึ่งประกาศคว่ำตัวร่าง ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงคำถามว่าคว่ำหรือไม่คว่ำ เพราะต้องคว่ำตามกันไป จากพรรคเพื่อไทยซึ่งชัดเจนว่าคว่ำร่างใหญ่และคว่ำคำถามด้วย ต่อมาดูพรรคประชาธิปัตย์ สื่อทุกสื่อพาดหัวเหมือนกัน ทีนิวส์ก็พาดแบบเดียวกัน ใช้คำว่ากั๊ก ซึ่งท่าทีการที่ยังกั๊กอยู่ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นท่าทีที่เรียกว่าปกติของพรรคการเมืองพรรคนี้ ฟันธงก็ไม่ฟันธงลงไป เหตุผลก็เพราะว่าสถานะทางการเมืองก็อยู่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพราะไม่รู้จะยืนอยู่ตรงจุดไหน หมายความว่าด้านหนึ่งก็ต้องถือว่าเป็นคู่ปรับร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีทางร่วมกันได้กับพรรคเพื่อไทยและระบอบทักษิณ
ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งท่าทีในการยืนคนละจุดจะไปแสดงท่าทีเหมือนกับพรรคเพื่อไทยก็อิหลักอิเหลื่อในอีกด้านหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ชัดเจนว่าเป็นพรรคการเมืองที่ประกาศต่อต้านเผด็จการมาโดยตลอด โดยเฉพาะเผด็จการทหาร แต่เที่ยวนี้เผด็จการทหารชุดนี้กึ่งเหมือนว่าจะมีส่วนร่วมกันระหว่างผู้คนในพรรคประชาธิปัตย์ในการที่เรียกร้องให้ออกมาร่วมปฏิวัติรัฐประหารด้วยในฐานะแกนนำ กปปส. แน่นอนครับ ลุงกำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ วันนี้ยืนยันไม่กลับมาเล่นการเมือง ไม่ยุ่งและไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ งานครบรอบ 70 ปี ที่จัดเมื่อวานก็ไม่ได้ไปร่วม แต่แกนนำคนอื่น ๆ ยังเกี่ยวข้องและยังมีส่วนได้เสียในพรรคประชาธิปัตย์อยู่ ไม่ว่าจะเป็นคุณถาวร เสนเนียม, คุณวิทยา แก้วภราดัย, คุณอิสสระ สมชัย, คุณลูกหมี ชุมพล จุลใส ยังเกี่ยวข้องอยู่และในวันนี้มวลชน กปปส. ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นมวลชนของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนหนึ่งเป็นกลาง ๆ แต่ก็เรียกว่ามวลชนกลาง ๆ มากกว่า เพราะพรรคประชาธิปัตย์เคยทำสำรวจโพลล์ลับ ๆ ว่ามีมวลชนจากพรรคประชาธิปัตย์เพียงแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มวลชน กปปส. ส่วนใหญ่หนุนทหาร หนุน คสช. พรรคประชาธิปัตย์จะไปค้านเผด็จค้านจุดยืนเหมือนที่เคยเป็นมา ก็คืนไม่เข้าคายไม่ออก พอรัฐธรรมนูญสร้างออกมา แน่นอนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็มีรากมาจากความคิดของ คสช. ตามรัฐธรรมนูญปี 2557 พรรคประชาธิปัตย์ก็คอยตอบคอยทักท้วงในบางจุด ซึ่งบางเรื่องเป็นหลักการที่ดีที่ได้ทักท้วงไป บางเรื่องก็ยังเป็นจุดที่เหมือนกับพรรคเพื่อไทย คือในฐานะนักการเมืองก็ห่วงพะวงตัวเอง มาถึงเรื่องคำถามทิศทางของคนในพรรคประชาธิปัตย์ดูท่าจะไม่เห็นด้วยว่าจะให้ตั้ง ถ้าไม่เห็นด้วยจะให้ตั้งดูกึ่งๆ ก็จะเหมือนว่ารับร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว
ทำไมต้องหยิบยกเหตุผลอันนี้มาก็เพราะว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างมาแล้ว ไม่รับข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย และ คสช. ไปทั้งหมด จึงเป็นที่มาทำให้ สนช. ต้องมาพลิกตัวตั้งคำถามขึ้น ที่ตั้งคำถามก็เพื่อที่จะให้เดินไปตามทิศทางที่ คสช. ต้องการ ไม่ต้องอ้อมค้อมว่าต้องการเดินไปสู่ทิศทางที่ คสช. ต้องการ ชัดเจนครับ ซึ่งทิศทางที่ คสช. ต้องการที่ยังขาดอยู่ก็คือ วุฒิสมาชิกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ลงมติ พร้อมทั้งร่าง พ.ร.บ.ทางการเงิน ซึ่งหมายถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้ นี่เป็นสิ่งที่ คสช. ขาดหวังกว่าเรื่องนายกคนนอกอีก นี่คือทิศทางหนึ่งที่จะใช้ควบคุมรัฐบาลให้อยู่ในร่องในรอย ก็คือ คสช. ตั้งและคัดเลือกวุฒิสมาชิกมาเอง ว่าเรื่องไหนดีหรือไม่อย่างไร เมื่อรัฐบาลตามอำนาจประเทศในยุคใหม่ทำไม่ดีวุฒิสมาชิกซึ่งมี 250 ซึ่งเป็นพรรค คสช. มีศักยภาพอำนาจ แต่ตอนนี้คำถามที่ทำให้สับสนเนื่องจากว่า สปท. ไปตั้งว่าอยากให้วุฒิสมาชิกเลือกนายกด้วย อลหม่านกันเลยครับ ผมเรียนเลยว่า คสช. ถ้าหากดูความหมายมาตั้งแต่ต้อนเขาก็ไม่อยากให้วุฒิสมาชิกมาตั้งนายกหรอกครับ เพราะว่าเขาต้องการให้นายกเป็นที่ยอมรับว่ามาจากประชาชน คือมาจาก ส.ส. ที่เลือกขึ้นมา แต่เลือกจากคนนอกได้ ซึ่งจะเป็นคนนอกคนในไม่เกี่ยวนะครับ แต่ถ้า ส.ส.เป็นคนเลือกก็ชัดเจนว่าเป็นตัวแทนประชาชน แต่ถ้าวุฒิสมาชิกมาร่วมเลือกนายกคนนอกอีก นี่ก็อาจจะทำให้การวิพากษ์วิจารณ์ได้ ตรงนี้ คสช. ก็คาดหวังมา แต่ไม่คาดว่าจะให้วุฒิสมาชิกมาเลือกนายก แต่เมื่อ สปท. บอกมาแบบนี้ ก็มีเสียงทิ่มแทงไปที่ สปท. มากมาย ทั้งบอกว่าต้องการตำแหน่ง ต้องการอย่างนู้นนี้มากมายของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงทบทวนเรื่องราวให้แฟนข่าวทีนิวส์ได้เข้าใจ คำถาม สปท. ยังไม่มีผลทางกฎหมาย เป็นหนึ่งในคำถามที่ สนช. จะมาพิจารณา นอกเหนือจากที่ สนช.จะตั้งขึ้นมาเอง และจะพิจารณาเพียงคำถามเดียวในการเห็นชอบ ฉะนั้นเรียกว่าเปิดตัวแค่นั้น วันนี้ล่ะครับต้องลุ้นต่อไปว่า เมื่อเป็นแบบนี้ สนช. จะตั้งออกมาอย่างไร
ทีนี้ต้องย้อนกลับไปอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ค่อยเห็นด้วยที่มีการให้ตั้งคำถามก็คือ กรธ. ที่ร่างรัฐธรรมนูญมาเอง เข้าใจผิดไปเหมือนกันครับ ว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นของตัวเอง ดีเลิศประเสริฐศรีสุดแล้ว แต่เป็นของ กรธ.ไม่ได้ ต้องเป็นของคนไทยทั้งประเทศต่างหาก ซึ่งคนไทยเขาก็มีหน้าที่ประชามติ เมื่อต้นทางแม่น้ำ 5 สายมีความเห็นไม่ตรงกัน ถ้าให้ประชาชนลงประชามติเลย ก็จะอึดอัดคับคล่องกัน เขาก็อยากให้รัฐธรรมนูญผ่าน แต่เขาก็เชียร์ คสช. แล้วไม่ได้ตามที่ คสช. คาดการณ์ไว้ทั้งหมด และเขาก็เชื่อว่าต้องการ คสช. แล้วเขาจะทำอย่างไร ซึ่ง กรธ. ไม่ได้คิดในส่วนนี้ ก็คิดว่าไม่รู้เพราะคิดว่าร่างมาแล้ว ถ้าชอบ คสช. ก็ต้องให้ผ่าน อย่ามาตั้งคำถามให้คนสับสน ผมคิดว่าเป็นการดูถูกประชาชนครับ ประชาชนเขาไม่มีสับสนหรอกครับ แต่หลายคนบอกว่าไม่สับสน เวลาประชาชนเขาเลือก เขาก็เลือกไปตามกระแส ฝ่ายคัดค้านบอกว่าตอนนี้ประชาชนจะเลือกไปตามกระแส ฝ่ายคัดค้านที่บอกโดยเฉพาะนักการเมืองทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ทำไมนักการเมืองต้องพูดแบบนี้ผมก็ไม่ทราบครับ ไม่อายปากหรือครับ คือถ้าเป็นไปตามกระแสมีคำถามว่า กระแสที่ประชาชนเขาชอบ คสช. ชอบพล.อ.ประยุทธ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ในขณะที่โลกทั้งโลกกำลังบ้าคลั่งเรื่องประชาธิปไตย นักเลือกตั้งก็ปั่นกระแสประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะนำพาประเทศนี้เจริญ ประชาชนอยู่ดีมีความสุข แต่ประชาชนกลับไม่คิดแบบนั้น ประชาชนกลับมาเชียร์เผด็จการ ชอบเผด็จการ
นั่นเป็นเพราะอะไรครับ ถ้าย้อนหลังไป 24 ปีก่อน ปี พ.ศ. 2535 ตอนที่เกิดพฤษภาทมิฬ ประชาชนทั้งประเทศเขารวมหัวกันต้านเผด็จการทหาร วันนี้อยู่ดีไม่ว่าดี โลกพัฒนามากว้างไกล ประชาชนมาเชียร์เผด็จการทหาร คุณบอกว่าประชาชนไปตามกระแสเสียง แสดงว่าคุณหาว่าประชาชนโง่นะครับ คุณคิดว่าประชาชนไม่รู้เรื่อง ทำว่าประชาชนไม่เข้าใจว่าหลังจากช่วงพฤษภาทมิฬ บ้านเมืองอยู่ในมือของนักการเมือง ซึ่งความจริงอยู่ในช่วงถ่ายเทอยู่ ซึ่งความจริงพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเล็ก ๆ เป็นรัฐบาลตลอดชาติ อยู่ในมือกลุ่มคนนี้ 300 - 400 คนไม่มีคนอื่น ทำไมไม่คิดว่าประชาชนเขาเบื่อพวกคุณบ้าง ไม่โทษตัวเอง ผมถามว่าจะกลัวทำไมกับคำถามหรือร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เล่นกันให้ชัด ว่ากันให้ชัดครับ คือถ้าไม่ผ่านก็แสดงว่าประชาชนเขาเอาคุณ เขาไม่เอา คสช. มาดูกันให้ชัดเจน เสียงเลือกพรรคประชาธิปัตย์กับเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทยบวกกัน หมายความว่าถ้าเป็นการพนัน 100 ประตูต่อ 0 ไม่มีทาง คสช. ชนะหรอก แต่ถ้าหากชนะขึ้นมา นี่คือสิ่งที่บ้านเมืองเปลี่ยนเกิดการปฏิรูปแล้ว ไม่ต้องปฏิรูปเนื้อหา หรือนั่นนี่ เพราะการปฏิรูปที่สำคัญจริงแท้แน่นอนคือ การปฏิรูปที่ความคิดประชาชน ประชาชนคิดเป็นเมื่อไหร่เขาก็ไม่เอา เพราะเขาคิดเองได้ โดยปัจจุบันในโซเชียลมิเดียประชาชนเขาเชื่อมโยงให้เข้าใจได้มากขึ้น ข่าวสารไหลมาอย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้จับตาดู และหลังจากวันนี้ไปก็ดูกระแสกันว่า ถ้าคำถามตั้งออกมาให้วุฒิสมาชิกโหวตได้ นั่นก็หมายความว่าสิ่งที่ คสช. เสนอไปในแม่น้ำ 4 สาย ก็ได้มา 80 - 90 เปอร์เซ็นต์ ทิศทางในการรักษาบ้านเมืองที่ คสช. คาดหวังก็ไปได้ ภาษานักการเมืองเขาบอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ต้องดูกันว่าประชาชนจะเลือกเอาทางไหน และจับตาพรรคที่เหยียบเรือสองแคม ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไปทางไหน หลังวันที่ 7 เม.ย. นี้จะได้รู้ว่าอะไรจะเป็นอย่างไร
