ตามคาด!! "คำถามพ่วงประชามติ" ผ่านความเห็นชอบจาก "สนช." ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น!!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


ถึงนาทีนี้ผลของการลงคะแนนเสียงคำถามพ่วงประชามติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข พ.ศ. 2557  ของสนช.ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปแล้วเรียบร้อย ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบอย่างท่วมท้น แต่นาทีนี้ชัดเจนว่าทุกฝ่ายเกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่ามีความสำคัญยิ่งที่จะช่วยนำพาการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ผลสำเร็จ

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เท่านั้นกับเนื้อหาสาระของข้อคำถามยังมีผลโดยตรงกับการนำไปใช้สะท้อนความต้องการประชาชนคนส่วนใหญ่  ว่ายังคงสนับสนุนการทำหน้าที่ของคสช.และการบริหารจัดการประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่ และรวมถึงทิศทางอนาคตประเทศหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรหลังการร่วมกันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและ 1 คำถามพ่วงในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ 

 


โดยก่อนเข้าสู่การวาระการพิจารณาคำถามพ่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ  นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมสนช.ในวันนี้(7เมษายน) จะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับการตั้งคำถามประชามติเพิ่มเติมอีกหนึ่งคำถามนอกเหนือไปจากคำถามที่ถามว่า เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ ซึ่งในการพิจารณาของสนช.จะนำความคิดเห็นและข้อห่วงใยจากทุกฝ่ายมาพิจารณาให้รอบคอบ เพราะสนช.ไม่ต้องการให้การตั้งคำถามเพิ่มในครั้งนี้เป็นประเด็นที่นำไปสู่ความขัดแย้ง ทั้งนี้ การตั้งคำถามของสนช.จะสามารถตั้งได้เพียงหนึ่งข้อและหนึ่งประเด็นเท่านั้น ไม่สามารถตั้งหนึ่งคำถามโดยมีหลายประเด็นได้       

 


ส่วนมุมมองความเห็นต่อข้อคำถามตามข้อเสนอของสปท.ว่าด้วยการกำหนดให้รัฐสภาทำหน้าที่เลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ถือเป็นการตั้งคำถามที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้งหรือไม่   นายสุรชัย ชี้แจงว่า   ส่วนตัวไม่ได้เป็นคนเสนอให้ตั้งคำถามในประเด็นนี้   แต่โดยหลักการแล้วหากคำถามนี้ได้รับความเห็นชอบจากประชาชน ก็ต้องไปแก้ไขแค่บทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น  โดยไม่ต้องไปแก้ไขในส่วนของบทถาวรในร่างรัฐธรรมนูญ

 


สำหรับกรณีที่ฝ่ายการเมืองออกมาวิจารณ์การตั้งคำถามประชามติเพิ่มเติม อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามตินั้น  นายสุรชัยให้ความเห็นว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องไปทำความเข้าใจกับประชาชนในการตั้งคำถามประชามติเพิ่มเติม เพราะการตั้งคำถามดังกล่าวเป็นเพียงกลไกในการเสริมสร้างให้รัฐธรรมนูญนำไปสู่การปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติอย่างแท้จริงในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านของประเทศ