- 08 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 8 เมษายน 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สถาพร : เมื่อวานนี้ก็รอใจจดใจจ่อ เรื่องมติ สนช. จะมีการตั้งคำถามพ่วงการทำประชามติหรือไม่ และคำถามประเด็นจะเป็นอย่างไร และหลังจากที่เมื่อวานมีรายละเอียดออกมาก็เกินความคาดหมายนะครับ
สนธิญาณ : ก็สำหรับผมเกินความคาดหมาย เป็นเรื่องที่โดยในทางหลักการแล้ว เป็นเรื่องที่จะมีปัญหาในทางปฏิบัติติดตามมา เรื่อง สนช. ต้องตั้งคำถาม ซึ่งติดตามมาค่อนข้างเยอะต้องพิจารณาตามข้อมูลดังนี้ คือ การเลือกนายกแต่เดิมที่ แม่น้ำ 4 สายเสนอไปหรือความหมายเจตนารมณ์ของ คสช. ที่เสนอไป คือ เสนอให้ ส.ส.เป็นคนเลือกแล้วให้วุฒิสมาชิกมีอำนาจอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่เมื่อกลับข้างกันข้อเสนอนี้ที่เป็นข้อเสนอของ สปท. ตรงมาที่ สนช. แล้ว สนช. ก็เอาข้อเสนอซึ่งเป็นคำถามของ สปท. มาลงมติกัน อันนี้ความหมายก็คือรัฐสภาคือ 750 เสียง คือ ส.ส. 500 เสียง วุฒิสมาชิก 250 เสียง เลือกนายกโหวตก็ต้องมากกว่า 375 เสียง นั่นหมายความว่าหาเสียง ส.ส. มาเพียง 150 - 200 คน ก็สามารถที่จะโหวตนายกได้แล้ว แต่ประเด็นที่มากกว่านั้น นายกรัฐมนตรีจะอยู่อย่างไร ภายใต้ปากเหยี่ยวปากกา เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังคงเป็น ส.ส. และนายกรัฐมนตรีเป็นเสียงข้างน้อยของสภาผู้แทนราษฎร คือได้เสียงข้างมากของรัฐสภา คือได้ ส.ว. ได้ เมื่อลงอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเป็นเสียงข้างน้อยก็อยู่ไม่ได้ ฉะนั้นพวก ส.ส. ก็อภิปรายอาทิตย์ละครั้ง เสร็จแล้วเป็นประเด็นที่จะต้องไปตีความกันมาก ต้องเรียนเลยว่าในส่วนตัวผมก็รู้สึกหนักใจว่าจะเป็นอย่างไรต่อ ก็อาจจะมีข้อเท็จจริงอยู่หนึ่งข้อที่เป็นตัวเลขหมากล็อคทางการเมือง คือ อย่างไรก็ตามแต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องมีเพื่อไทยอย่างต่ำ 200 เสียง ประชาธิปัตย์ 150 เสียง สองพรรคนี้ล็อคอยู่แล้ว 350 เสียง ถ้าสองพรรคนี้ไม่เอานายกคนนอก ก็หมายความว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เสร็จหมด แต่หมากล็อคที่ผมเรียนคือสองพรรคนี้มารวมกันหรือเดินไปในทิศทางก็ลำบากอยู่ และเพื่อไทยก็คงไม่เอา นี่คือหมากล็อคทางการเมือง หมากล็อคที่สองคือ หากนายกเป็นคนนอกจาก คสช. แน่นอนพรรคเพื่อไทยไม่เอาแต่พรรคประชาธิปัตย์อาจจะเอาได้ แต่ก็ต้องพิจารณาตั้งแต่ตอนนี้ไปด้วยครับ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาคัดค้าน คำถามที่ต้องในครั้งนี้หรือคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังร่าง วันข้างหน้าจะไปร่วม ครม. กับคนนอกก็คงจะกระอักกระอ่วนใจ ลำบากใจพอสมควรทีเดียว
สถาพร : คิดว่าถ้าประชาธิปัตย์ทำแบบนั้นก็คงถูกโจมตีจากสังคมและพรรคอื่น ๆ ด้วย
สนธิญาณ : เหมือนการถ่มน้ำลายขึ้นฟ้าแล้วโดนตัวเอง เว้นแต่มีคำตอบตั้งแต่ตอนนี้ที่จะสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญและคำถาม เพราะตอนนี้จะวุ่นวายสับสนเหมือนกันว่า จะออกมาในรูปแบบไหนในแง่ประชามติ จะเอาร่างรัฐธรรมนูญแต่ไม่คำถาม หรือจะเอาคำถามแต่ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญ หรือจะเอาทั้งสองหรือไม่เอาทั้งสองอย่าง ตอนนี้กลายมาเป็น 4 ประเด็น สำหรับประชาชนและทิศทางต่าง ๆ ที่จะเรียกว่าสร้างกระแสไปในทิศทางของตัวเองที่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญ อยากให้ประชามติออกมาอย่างไร ที่ผมเรียนว่า เป็นประเด็นสำคัญและทำให้เกิดความสับสน ทีนี้ก็ยังไม่เข้าใจ สนช. อยู่ว่า ทำไมถึงเอาคำถามของ สปท. ซึ่งผมก็ได้อธิบายมาตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว ว่าถ้าออกมาในรูปนี้ก็จะเหนื่อย แต่ในแง่ทางด้านการปฏิบัติถ้าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์เห็นในทิศทางทางการเมืองว่า ถ้าเอานายกมาจากคนนอก แล้วตัวเองร่วมรัฐบาลด้วยแบบนี้ฉลุยแน่นอน เพราะถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ 150 เสียง แล้วเอาพรรคขนาดกลางมา 2-3 พรรค รัฐบาลจะแข็งมากอยู่ได้ 5 ปี ในทางการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเข้มแข็งเพราะเป็นรัฐบาลต่อเนื่อง 4-5 ปี ต้องเรียนแบบนี้ครับ ส่วนพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านไป 4 ปีนี่ฝ่อแน่นอนครับ ทักษิณ ชินวัตร อิทธิฤทธิ์ห่อเหี่ยวลงทันที ในข้อเท็จจริงทางการเมือง เมื่อวานยังโทรฯมาแสดงความเป็นเจ้าของพรรคอยู่ครับ เป็นสิ่งที่ผมเรียนว่าระหว่างพูดโลกสวยอย่างไร หลักการอย่างไร ในข้อเท็จจริง พรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งซึ่งยืนอยู่อีกขั้ว ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง บริษัทจำกัด ผมฝากไปถึง คสช. และ สนช. ด้วยครับ ฝากว่ากฎหมายพรรคการเมืองควรจะปรับปรุงและแก้ไข พรรคการเมืองยังเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวานก็แสดงอิทธิฤทธิ์โทรศัพท์มาฝากนู่นนี่ ถ้าไม่ใช่เจ้าของพรรคแล้วจะฝากอะไร
สถาพร : คือถ้าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไร จะมาในฐานะอะไรครับ
สนธิญาณ : หรือจะเกี่ยวข้องอะไรก็ตามแต่ แต่แบบนี้แสดงชัดว่าเป็นเจ้าของพรรคชัดเจน แสดงอาการชัดเจน หากว่าเป็นคนมาร่วม เป็นคนที่มีเกียรติ พรรคการเมืองเชิญมาอดีตผู้มีรากฐานทางความคิดอะไรแบบนี้ ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่งครับ แต่นี่ยังแสดงอาการเจ้าของพรรค และนี่คือปัญหาทางการเมืองจริงที่ยังดำรงอยู่ของประเทศไทย ใครบอกว่าจะก้าวข้ามทักษิณก็ก้าวไปเถอะครับ ผมไม่ก้าวด้วย เพราะก้าวข้ามไม่ได้ นั่นเป็นเพราะอีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ยอม ยังมีเงิน มีอำนาจในการควบคุมพรรคการเมือง มีศักยภาพติดต่อต่างประเทศ และที่สำคัญยังมีอาวุธรายล้อมอยู่ นี่เป็นความจริงทางการเมืองซึ่งจะมาโลกสวยไม่ได้ เพียงแต่คำถามที่ว่าเมื่อแปลออกมาเป็นรัฐธรรมนูญจะเหนื่อยหน่อยครับ ก็เห็นมีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญบางคน ที่พยายามจะออกตัว ก็อาจจะเป็นคนที่ผมรักใคร่ชอบพอเช่นคุณภัทระ คำพิทักษ์ ก็ต้องถือว่าเป็นสื่อสารมวลชนมาบอกว่า กรธ. ไม่ได้คิดแบบนี้ ไม่ต้องแจงหรอกครับประชาชนเขารู้แล้วว่า กรธ. เขาไม่ได้คิด เขารู้ว่า สปท. เขาตั้งคำถามไป กรธ. ได้คิดออกมาอย่างดีแล้ว ในแง่ของที่ต้องการเห็นอะไรไปในทิศทางที่ควรไป แต่สำหรับผมก็คิดว่า กรธ. เขาโลกสวยไปนิดนึง นี่ก็มากไปหน่อยคำถาม แต่วันนี้ต้องใช้วิจารณญาณกันหน่อย แต่ถ้าไม่ผ่าน คสช. หนักแน่ ส่วน กรธ. ไม่เป็นไปก็กลับบ้านไปได้ พล.อ.ประยุทธ์หนักแน่ครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องว่ากันเรื่องของความรู้สึกทางการเมืองเหตุผลที่ว่าเป็นเหตุผลที่รู้สึกได้ว่า อะไรรออยู่ อะไรเป็นปัญหาบ้านเมืองที่ค้างคาอยู่ ในการที่จะข้ามบางเรื่องไปบ้าง เอาหลักการใหญ่ก็อยู่ที่ประชาชนจะคิด จะตัดสินใจ สำหรับผมก็ชัดเจน หลักการก็ต้องถือว่าผมต้องเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ต่อ ถ้านายกรัฐมนตรีคนนอกมีการนำเสนอกัน ผมเห็นว่าในคณะรัฐบาลุชดนี้มีอยู่ 2 คนเท่านั้น ถ้าไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ พล.อ.ไพบูลย์ เดี๋ยวใครจะมาตีความว่า พล.อ.ประวิตร อายุมากแล้ว เอาที่เรียกว่าดุเดือดเลือดพล่านในการทำงาน ผมคิดว่า พล.อ.ไพบูลย์ก็น่าสนใจหาก พล.อ.ประยุทธ์วางมือ แต่ถ้าถามว่าเชียร์ใครก่อน ก็ต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งสนธิญาณชัดเจนสำหรับท่าทีแต่ก็ต้องเรียนว่าเหนื่อย ต้องหาวิธีการทางการเมือง ซึ่งตอนนี้ก็ต้องฝากไปที่พรรคประชาธิปัตย์ คิดและพิจารณาใคร่ครวญทางการเมือง แม้จะยาวไปนิด ก็ดูว่าจะมีคำอธิบายอย่างไรในการประคับประครองการเมืองให้ไปได้ และทำให้คนที่ไม่หวังดีกับประเทศชาติ หมดเรี่ยวแรงและหมดฤทธิ์เสียที
