- 08 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
การที่สหรัฐเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยึดมั่นในหลักการของเสรีภาพในการแสดงออกและความคิดเห็นและยอมรับฟังเสียงต่างๆทุกเสียง แต่ที่ผ่านมา สหรัฐจะรับรู้รับทราบหรือไม่ว่าการที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ เหตุผลสำคัญคือ มีกลุ่มหลายกลุ่มอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับกฎหมาย การกระทำผิดทุกกรณีมีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธสงคราม หรือเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งล้วนแต่เชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองทั้งสิ้น
และ อีกหนึ่งคำพูดที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะย้ำมาโดยตลอดในการยืนหยัดทำงานเพื่อประเทศชาติ แม้ว่าจะถูกโจมตีและสร้างสถานการณ์จากกองกำลังติดอาวุธที่พบว่ามีความเชื่อมกับขั้วอำนาจเก่าทางการเมือง โดยมีเป้าหมายทำลายประเทศถึงขั้นเปลี่ยนแปลงการปกครองไปเป็นระบอบสาธารณรัฐ
และอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ตอกย้ำถึงเหตุผลที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติต้องเข้ามาบริหารประเทศ เพราะยังมีกลุ่มขบวนการที่พยายามก่อเหตุความไม่สงบในประเทศไทย
นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นของการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศ โดยสะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายการต่อสู้ที่แท้จริงไปสู่การปกครองประเทศไปสู่ระบอบสาธารณรัฐ
เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจเราจะไปทำความรู้จักการปกครองว่ามีแบบไหนบ้าง
ยกตัวอย่าง การปกครองแบบ สาธารณรัฐ (Republic) ซึ่งประกอบด้วย
-สาธารณรัฐแบบรัฐสภา
นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร รัฐสภา (ฝ่ายนิติบัญญัติ) กับคณะรัฐมนตรี (ฝ่ายบริหาร) จะมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดเช่น ประเทศบังกลาเทศ,สาธารณรัฐเช็ก,ประเทศอิสราเอล,ประเทศฟินแลนด์ประเทศเนปาล,ประเทศโปรตุเกส,ประเทศสโลวาเกีย,ประเทศตุรกี
-สาธารณรัฐแบบประธานาธิบดี
ฝ่ายนิติบัญญัติ (รัฐสภา) ฝ่ายบริหาร (ประธานาธิบดี) และฝ่ายตุลาการ (ศาล) แยกอำนาจออกจากกัน เช่น สหรัฐอเมริกา
-สาธารณรัฐแบบกึ่งประธานาธิบดี
ระบอบกึ่งประธานาธิบดีมีทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีมีอำนาจบริหารและเป็นประมุขของประเทศ รวมทั้งสามารถแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีได้ เช่น ประเทศมองโกเลีย,ประเทศฝรั่งเศส,เลบานอน,เกาหลีใต้,สหพันธรัฐรัสเซีย
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (democratic form of government with the King as Head of State) ทั้งนี้ บริหารอำนาจอธิปไตยแยกเป็นสามฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจอธิปไตยนั้นผ่านมายังสภานิติบัญญัติที่เรียก "รัฐสภา"
ฝ่ายบริหาร อำนาจอธิปไตยนั้นผ่านมายังกลุ่มผู้บริหารสูงสุดที่เรียก คณะรัฐมนตรี" ฝ่ายตุลาการ อำนาจอธิปไตยนั้นผ่านมายังศาลทั้งหลาย ซึ่งมีสามประเภท คือ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ เช่น ประเทศไทย ,อังกฤษ,ญี่ปุ่น
สมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy) คือ ระบอบการปกครองที่มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครองและมีสิทธิ์ขาดในการบริหารประเทศ ในระบอบการปกครองนี้ กษัตริย์ก็คือกฎหมาย กล่าวคือ ที่มาของกฎหมายทั้งปวงอยู่ที่กษัตริย์ คำสั่ง ความต้องการต่าง ๆ ล้วนมีผลเป็นกฎหมาย กษัตริย์มีอำนาจในการปกครองแผ่นดินและพลเมืองโดยอิสระ โดยไม่มีกฎหมายหรือองค์กรตามกฎหมายใด ๆ จะห้ามปรามได้
เช่นประเทศโอมาน,ประเทศกาตาร์,ประเทศซาอุดีอาระเบียม,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,ประเทศสวาซิแลนด์,ประเทศบาห์เรน,ประเทศบรูไน
ระบอบเผด็จการทหาร (military dictatorship) คือ ระบอบการปกครองที่อำนาจทางการเมืองขึ้นอยู่กับกองทัพ ถือได้ว่าเป็นการปกครองแบบคณาธิปไตยลัทธิอำนาจนิยมอย่างหนึ่ง กลุ่มผู้ปกครองในระบอบนี้จะปกครองประเทศเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตน โดยผู้ปกครองสามารถเป็นบุคคลสามัญได้ เช่นประเทศไนเจอร์,ประเทศเกาหลีเหนือ
หากย้อนไปติดตามความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงบางกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศซึ่งตอนนี้ถือว่าเปิดหน้าออกมาชัดเจนคือน.ส.สุดา และหากย้อนไปดูข้อมูลของน.ส.สุดา ว่าไปมีความเกี่ยวโยงกับคนเสื้อแดง และนักวิชาการกลุ่มที่อยู่ในประเทศไทยอย่างไร
น.ส.สุดา เป็นอดีตอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย ย้อนกลับไปเคยเคลื่อนไหวเป็นตัวหลักในการจัดตั้ง ปฏิญญาหน้าศาล ร่วมกับนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวบรวม มวลชนที่มีความคิดก้าวหน้า ต่อต้านประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยมีกิจกรรมเคลื่อนไหว ตั้งแต่ ปลดปล่อย อากง แห่ศพ อากง ปล่อยสมยศ และนักโทษตามมาตรา 112 โดยตลอด
ทั้งนี้ 29 มกราคม 2555 เคลื่อนไหวภายใต้ กลุ่มแนวร่วม 29 มกรา ปลดปล่อยนักโทษการเมือง โดย นัดรวมมวลชนไปยื่นร่างพรบ.นิรโทษกรรม นักโทษการเมือง และรวมถึงนักโทษตามมาตรา 112 ผ่าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายก ในขณะนั้นด้วย
เพราะฉะนั้นจากปฏิสัมพันธ์ของน.ส.สุดา ที่มีต่อบรรดานักวิชาการ คงต้องถามกลับไปยังนักวิชาการเหล่านั้น ว่าที่ผ่านมามีความคิดหรืออุดมการณ์เดียวกับสุดา รังกุพันธุ์ ใช่หรือไม่
ขณะเดียวกันช่วงที่ น.ส.สุดา หลบหนีคดีไปต่างประเทศก็ได้มีกรเคลื่อนไหวร่วมกับคนเสื้อแดงต่างๆเช่น ชูพงษ์ ถี่ถ้วน เพียงดิน รักไทย และอีกหลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นายเอนก ซานฟราน หรือ นายเอนก ชัยชนะ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกดำเนินคดีกับทางการไทยและถูกออกหมายเรียกจากคสช.
และเมื่อเอ่ยถึงนายเอนก ซานฟราน เป็นเรื่องที่สังคมคลางแคลงใจมาโดยตลอดว่าเอนก ซานฟราน กับ นายทักษิณ ชินวัตร มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันและมีภาพถ่ายว่าทั้งคู่ได้พบปะกันหลายครั้งในต่างประเทศ จึงมีคำถามว่านายทักษิณ รู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในต่างประเทศหรือไม่
สำหรับ นายเอนก ซานฟราน หรือ นายมนูญ (เอนก) ชัยชนะ เป็นเจ้าของร้าน King of Thai noodle ในซานฟรานซิสโก สหรัฐ
ปี 2555 นายเอนก ซานฟราน ได้จัดตั้งองค์กรเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชนชื่อ “ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน” และมี นายเพียงดิน รักไทย (เสน่ห์ ถิ่นแสน) เป็นประธาน
ในปีเดียวกัน นายทักษิณ เดินทางมาสหรัฐ ก็ได้ใช้ร้านก๋วยเตี๋ยวของเอนก เป็นสถานที่พบปะกับกลุ่มคนเสื้อแดงในซานฟรานซิสโก และ นายเพียงดิน บอกกับสื่อมวลชนในท้องถิ่นว่า ภารกิจแรกๆ ขององค์กรภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน คือการช่วยเหลืออดีตนายกฯ ทักษิณ เพราะเป็นบุคคที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ถูกยึดอำนาจในช่วงที่ไม่ได้อยู่ในประเทศ
หลังการรัฐประหาร 2557 นายเอนก ซานฟราน มีรายชื่ออยู่ 1 ใน 33 คดีพิเศษ ที่เข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษถึง 2 คดี และมีรายชื่ออยู่ในลำดับที่ 10 ตามประกาศคำสั่งให้มารายงานตัวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฉบับที่ 49/2557
