- 11 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ญี่ปุ่น มีความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจอยู่ในระดับหัวแถวของโลก และมีความเจริญรุดหน้าทางด้านวัตถุอย่างมาก แต่ทางด้านจิตวิญญาณ ได้ถูกละเลย โดยจากการสำรวจพบว่าคนญี่ปุ่นร้อยละ 51.8 ระบุว่า ตนเองไม่นับถือศาสนาใดๆ จึงไม่แปลกที่สังคมญี่ปุ่น มีความเครียดและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต และสถิติการฆ่าตัวตายสูงมาก
ในปัจจุบันคนญี่ปุ่น ได้หันมาปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เพื่อช่วยบรรเทาความเครียด โดยเฉพาะพุทธศาสนานิกายเซน เป็นที่นิยมมากสุด และมีการสร้างนิกายใหม่ๆ หรือลัทธิใหม่ๆ จำนวนมาก
ชาวญี่ปุ่นนับถือพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับชินโต โดยพระพุทธศาสนาแบ่งออกเป็นหลายนิกาย อาทิ
1.นิกายเทนได คำสอนหลัก คือส่งเสริมให้บูชาพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันและพระโพธิสัตว์
2.นิกายชินงอน ยึดคำสอนหลัก สอนให้คนบรรลุโพธิญาณด้วยการสวดมนต์อ้อนวอน ถือ "คัมภีร์มหาไวโรจนสูตร"เป็นสำคัญ
3.นิกายโจโด หรือ สุขาวดี คำสอนหลักคือ สุขาวดีเป็นแดนอมตสุข ผู้จะไปถึงได้ด้วยออกพระนาม "พระอมิตาภพุทธะ"
4.นิกายเซน นิกายนี้ถือว่า ทุกคนมีธาตุพุทธะอยู่ในตัว ทำอย่างไรจึงจะให้ธาตุพุทธะนี้ปรากฏออกมาได้ โดยความสามารถของตัวเอง สอนให้ดำเนินชีวิตอย่างง่าย ให้เข้าถึงโพธิญาณอย่างฉับพลัน
5.นิกายนิชิเรน นับถือ "สัทธรรมปุณฑริกสูตร" อย่างเดียว โดยภาวนาว่า "นัม เมียว โฮ เร็ง เง เคียว" เมื่อเปล่งคำนี้ออกมาด้วยความรู้สึกว่ามีตัวธาตุพุทธะอยู่ในใจ ก็บรรลุพุทธภาวะได้
วัดพระพุทธศาสนาในญี่ปุ่นมีอยู่จำนวนมาก แต่ที่เราจะไปท่องสักการะ คือ "วัดนาริตะซัง" ตั้งอยู่ในเมืองนาริตะ จังหวัดจิบะ ประเทศญี่ปุ่น
วัดแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี และในแต่ละปีจะมีผู้คนนับล้านคน เดินทางมาสักการะขอพร และเนื่องจากเป็นวัดที่เก่าแก่ เราจึงได้พบเจอกับสิ่งปลูกสร้าง ที่มีความเก่าแก่ล้ำค่ามากมาย
เริ่มจาก ประตูทางเข้าที่มีชื่อว่า โซมง ซึ่งสร้างขึ้นในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 1,070 ปีของการก่อตั้งวัด
เราเดินชมความงดงามย้อนยุคของวัดแห่งนี้จนถึงประตูที่สอง เรียกว่า "นิโอมง" ประตูนี้มี "เทพเจ้า" 2 องค์ ยืนขนานกับด้านข้างของประตู เป็นการปกปักษ์รักษาสถานที่แห่งนี้
หลังจากผ่านประตูที่สอง เราได้เดินขึ้นบันได และพบกับโบสถ์หลักเรียกว่า "ไดฮนโด" ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คน ที่เดินทางมาที่นี่สวดมนต์อธิษฐานขอพรในสิ่งที่ตนเองปรารถนา
และที่สะดุดตามากๆคือ "เจดีสามชั้น" ซึ่งมีความสวยงาม และโบสถ์เก่าชื่อ ชะกะโด
แม้พื้นที่วัดแห่งนี้ค่อนกว้างขวาง แต่ความสวยงามตระการตา และความเก่าแก่ทำให้เราเดินสำรวจจนลืมความเหนื่อยล้า และรู้สึกเหมือนได้ย้อนไปสู่หนึ่งพันปีที่แล้ว
และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของวัดแห่งนี้คือ มีของที่ระลึก และสินค้าโอท็อปวางจำหน่ายจำนวนมาก
นอกจากวัดนาริตะซัง ที่ชาวญี่ปุ่น นิยมไปขอพรสักสาระแล้ว อีกจุดหนึ่งที่นิยมกันคือ วัดโอคุโนอิน(Okunoin) ในจังหวัดวะกะยะมะ เป็นที่ตั้งของสุสานของท่านโคโบ-ไดชิ หรือ คูไค(KukaiX ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งศาสนาพุทธ "นิกายชินงอน" วัชรยานแห่งญี่ปุ่น
ท่านโคโบ-ไดชิ เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีผู้นับถือมากที่สุดในประวัติศาตร์ของญี่ปุ่น วัดแห่งนี้มีผู้คนเดินทางมาแสวงบุญจำนวนมาก และเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย
ตามทางเดินไปสู่วัดจะมีหลุมฝั่งศพกว่า 2 แสนหลุมตั้งเรียงรายกันอยู่ มีตั้งแต่พระสงฆ์ โชกุน ขุนนาง และนักธุรกิจชื่อดังจำนวนมาก เช่น นิชสัน ซานกิ
สุสานแห่งนี้ ยังมีต้นไม้โบราณขนาดใหญ่จำนวนมาก โดยมีอายุแต่ละต้นไม่ต่ำว่า 600 ปี
นอกจากนี้ ยังมีศาลเจ้า "คุมาโนะนาจิไทฉะ" ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโต ตั้งอยู่ในจังหวัดวะกะยะมะ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้เดินทางแสวงบุญไปตามเส้นทางเดินหินในป่าไม้เขียวขจี ระยะทาง 600 เมตร ขึ้นสู่ประตูศาลเจ้าแห่งนี้
ที่ศาลเจ้าเราได้เจอกับ "สาวมิโกะ" คือ หญิงสาวที่ทำงานอยู่ในศาลเจ้า "มิโกะ" เป็นหญิงสาวพรหมจารี ไม่ข้องแวะกับชายใด เราจะขอถ่ายรูปกับเธอ แต่มีคนญี่ปุ่นพยายามเตือนเราไม่ให้เข้าใกล้เธอ
ระหว่างทางยังมี วัดเซงันโทจิ และเจดีย์แดงสูง 4 ชั้นที่ถูกสร้างตะหง่านหน้าน้ำตกนาจิ เป็นน้ำตกที่สวยติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น สูงถึง 133 เมตร และกว้าง 13 เมตร ได้เห็นภาพแล้วต้องบอกว่า เป็นทัศนียภาพที่สวยงามมาก
นี่คือ วัดพุทธและศาลเจ้า แม้ "ชาวญี่ปุ่น" จะห่างไกลจากศาสนา อันเนื่องมาจากการพัฒนาตัวเองไปสู่วัตถุนิยมอย่างเต็มที่ แต่เราพบว่าหลักศาสนา หรือ หลักจิตวิญญาณ กำลังผลิบานขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง บนซอกหลืบของทุนนิยมที่ปกคลุมญี่ปุ่น มาหลายทศวรรษ
