- 11 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ตามติดกันมาอย่างต่อเนื่องสำหรับทิศทางการประมูลคลื่น 900 MHz ที่บริษัทแจสโมบายทำผิดสัญญาการประมูลกับกสทช.จนต้องถูกริบเงินค้ำประกัน 644 ล้านบาท และยังอยู่ในขั้นตรวจสอบเบื้องลึกเบื้องหลังดีลธุรกรรมการประมูลของบมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ว่ามีนัยแฝงเร้นเกี่ยวโยงกับการปั่นราคาหุ้นหรือไม่
อย่างไรก็ตามถ้าติดตามการนำเสนอประเด็นนี้ของสนข.ทีนิวส์มาโดยตลอด ชัดเจนว่าการประมูลคลื่น 900 MHz รอบใหม่ที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายชัดเจนว่าต้องเป็นธรรมกับผู้ประกอบการทุกราย ส่วนผู้ประกอบการรายใดที่กระทำผิดต้องตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งกรณีก็คือการห้ามบริษัทแจส โมบายเข้าร่วมประมูลอีก และอนุมัติให้ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ในเครือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งชนะการประมูลใบอนุญาตที่ 2 คลื่น 900 MHz สามารถเข้าประมูลร่วมกับ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ในเครือ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ได้ หลังจากก่อนหน้ากสทช.ได้มีมติห้ามบริษัท ทรูมูฟ เอช เข้าร่วม โดยอ้างถึงการป้องกันการผูกขาดคลื่น 900 MHz
สิ่งที่น่าสนใจสำหรับกรณีนี้ก็คือ การประมูลรอบใหม่นี้จะยังคงได้ราคาประมูลสุดสุดที่ 75,654 ล้านบาท หรือไม่ และระหว่างบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กับ บมจ.เอไอเอส ใครจะเป็นผู้ชนะ รวมถึงจะมีเซอร์ไพรส์จากฝั่งบมจ.ดีแทคหรือไม่ เพราะราคาที่กำหนดตั้งต้นว่าจะต้องเท่าเทียมกับที่แจส โมบายประมูลได้นั้น หลายคนมองว่าเป็นราคาที่สูงเกินความคุ้มค่าทางธุรกิจ
โดยกรณีดังกล่าว มีการเปิดเผยจากทางด้าน นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพร กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า กสทช.ได้รับแจ้งว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการตอบรับข้อเสนอการใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาคลื่น 900 MHz แล้ว ทั้งในประเด็นออกประกาศหลักเกณฑ์การการจัดประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz รอบใหม่ โดยจะมีการเปิดกว้างทุกผู้ประกอบการทุกราย รวมทั้งกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ให้เข้าร่วมประมูลได้ และกำหนดราคาประมูลเริ่มต้นที่ 7.56 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด เสนอเป็นราคาสุดท้ายก่อนทิ้งใบอนุญาต
และรวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่นความถี่ 900 MHz ระบบ 2G ของบมจ. เอไอเอส ที่จะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองในวันที่ 14 เม.ย.นี้ หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในคราวประชุม นัดพิเศษ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 14 มี.ค. โดยให้ขยายระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ความถี่ 900 เมกะเฮิร์ตซ์ เป็นการชั่วคราว ไปสิ้นสุดลงในวันที่ 14 เม.ย. เวลา 24.00น. และต่อมาบมจ.เอไอเอสได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอไต่สวนฉุกเฉินเพื่อขยายระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้โทรศัพท์ระบบ 2 G เป็นรอบที่ 3
ทั้งนี้ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ระบุว่า องค์คณะตุลาการสอบถามถึงแนวทางของ กสทช. ว่าหากศาลขยายเวลาคุ้มครอง หรือไม่ขยายเวลาคุ้มครองให้เอไอเอส จะมีผลอย่างไรหรือไม่ รวมถึงสอบถามแนวทาง และสถานการณ์ ที่ กสทช. เข้าพบ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เกี่ยวแนวทางการใช้ ม.44 จัดการประมูล ซึ่งจะมีผลต่อการดูแลลูกค้าเอไอเอส ไม่ให้เกิดซิมดับ เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลปกครอง ซึ่งไม่แน่ใจว่าศาลจะมีคำสั่งวันนี้เลยหรือไม่ แต่ส่วนตัวเข้าใจว่า ต้องออกคำสั่งก่อนวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ ลูกค้าเอไอเอสจะได้รับการคุ้มครองตามคำสั่งศาล และไม่ว่าคำสั่งจะออกมาแบบใด หรือ มีประกาศ ม.44 ออกมาก่อน กสทช. ก็พร้อมปฎิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง
อย่างไรก็ตามกับความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตคลื่น 900 MHz ที่หลายคนติดตามว่าจะเป็นสงครามการประมูลรอบใหม่หรือไม่ อย่างไร และเริ่มต้นดำเนินการเมื่อใด ล่าสุดมีการเปิดเผยเป็นแนวทางเบื้องต้นจาก เลขาธิการกสทช. ว่า กระบวนการจะมีความชัดเจนโดยอำนาจตามมาตรา 44 ในไม่ช้านี้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวภายหลังเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เพื่อหารือเกี่ยวกับร่างประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz พร้อมร่างประกาศมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีการสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นมาตรการเยียวยาเพื่อป้องกันปัญหาซิม 2 G ดับ ว่า เรื่องนี้มีทิศทางจบลงด้วยดี โดยเบื้องต้นมีการตกลงกันของทุกฝ่ายแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดให้สื่อมวลชนทราบได้ ส่วนเรื่องการขยายเวลาซิมดับ ก็ยังตอบไม่ได้ คงต้องรอให้คสช.ออกประกาศมาก่อน ซึ่งเชื่อว่าศาลปกครองกลางก็คงรอเช่นกันโดยทางกสทช.เองได้ประสานให้ทางศาลปกครองกลางทราบแล้วเช่นกัน
กับรายละเอียดที่จะนำไปสู่หลักเกณฑ์การประมูลคลื่น 900 MHz ก็เป็นเรื่องที่ต้องรอความชัดเจนที่จะมีการเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้ แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือการช่วงชิงทรัพยากรคลื่น 900 MHz นี้จะมีบทสรุปอย่างไร ถ้าเทียบเคียงกับข้อมูลดังต่อไปนี้
1.ตัวเลขการประมูลคลื่น 900 MHz กว่า 7 หมื่นล้านบาท เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงในเชิงการลงทุนหรือไม่ เพราะถ้านำมูลค่าการประมูลขณะนี้มาคิดเป็นค่าเฉลี่ยต่ออายุการถือใบอนุญาต 15 ปี เท่ากับว่าแต่ละช่วงปีตัวเลขค่าใบอนุญาตจะอยู่ที่ 4.6-5 พันล้านต่อปี และถ้าเทียบกับผลประกอบการในแง่ของยอดกำไรสุทธิล่าสุด ต้องถือว่า บมจ.AIS มีแรงจูงใจสูงสุดในแง่ของการลงทุนสำหรับการต่อยอดธุรกิจองค์กร แต่ถ้าเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินรวม ณ ขณะนี้ ต้องถือว่า บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น มีการขยายตัวในเชิงการลงทุนสูงสุด ซึ่งล่าสุดได้ลงทุนประมูลคลื่น 1800 MHz ด้วยมูลค่า 39,792 ล้านบาท รองลงไปคือ บมจ.AIS ที่ลงทุนประมูลคลื่น 1800 MHz ในรอบที่ผ่านมาเช่นกัน ด้วยมูลค่า 40,986 ล้านบาท
2.โอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ เนื่องจาก ปัจจุบัน บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น นอกจากจะมีคลื่น 3 จี 2100 MHz จากการประมลในปี 2555 แล้ว ยังได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 850 MHz จาก บมจ. กสท โทรคมนาคม ในสัดส่วน10 MHzและ5 MHz ตามลำดับ ขณะที่ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เพิ่งหมดอายุสัมปทานคลื่น 900 MHz กับ บมจ. ทีโอที เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2558 ที่ผ่านมา และปัจจุบันจึงเหลือเพียงคลื่น 3 จี 2100 MHz และ 1800 MHz จากการประมูลในรอบที่ผ่านมาเท่านั้น สำหรับรองรับการให้บริการลูกค้า และในสัดส่วนของขนาดความถี่เพียง 20 MHz เท่านั้น แม้บมจ. AIS จะถือเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่มีฐานลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่มากที่สุดก็ตาม
สรุป...ก็เป็นแง่มุมที่ผู้สนใจสามารถนำเป็นข้อมูลติดตามอนาคตการประมูลคลื่น 900 MHz ต่อไปเพราะถ้าทรูมูฟชนะการประมูล ก็จะกลายเป็นเสือติดปีกสำหรับวงการธุรกิจโทรคมนาคมไทย ในทางตรงข้ามถ้าบมจ.เอไอเอสชนะการประมูล ก็ต้องดูว่าทั้งดีแทค และ ทรูมูฟ จะใช้กลยุทธ์การตลาดอะไรเพื่อมาช่วงชิงฐานลูกค้าจากบมจ.เอไอเอสต่อไป
