- 14 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
จุดชี้ขาดสำคัญอนาคตของประเทศ ผ่านสนามการลงประชามติว่าประชาชนจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือประชาชนจะสนับสนุนคสช.หรือว่านักเลือกตั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหันหน้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ทำท่าว่าจะเป็นแนวร่วมเดียวกันว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
แต่ทว่าล่าสุดได้เกิดท่าทีที่น่าสนใจของกลุ่มกปปส.และพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะสนับสนุนการผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และโฆษกกปปส.กล่าวว่า ท่าทีแกนนำกปปส.ต่อร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ยังไม่ได้มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการแสดงจุดยืนแต่เท่าที่พูดคุยกันกับแกนนำรวมถึง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิฯบอกว่ารับได้ ภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ด้อยไปกว่าฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธาน กรธ.และดีพอที่จะส่งให้ประชาชนตัดสินใจในการลงประชามติ จากการรับฟังเสียงประชาชนที่ผ่านมาก็พร้อมรับร่างรัฐธรรมนูญและจะตัดสินใจอย่างอิสระ ไม่ยึดความคิดเห็นกลุ่มการเมือง หรือพรรคการเมืองโดยนายสุเทพจะออกมาแถลงจุดยืนด้วยตนเอง หลังวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์นี้
ส่วนกรณีสองพรรคใหญ่ ออกมาค้านร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายเอกนัฏกล่าวว่า เขามีสิทธิแสดงจุดยืน ถ้าอยู่บนความสร้างสรรค์ ชี้แจงเหตุผลว่ามีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร ดีกว่าไประดมปลุกปั่น แต่เท่าที่ฟังความเห็น ท่าทีเป็นท่าทีของเพื่อไทยที่เป็นประเด็นการเมืองล้วนๆไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ซึ่งวันนี้กปปส.ยังสนับสนุนการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และ ไม่คิดว่าตัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะสร้างปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศจนต้องให้คว่ำ หรือปฏิเสธ
หลังสงกรานต์นี้จึงต้องมาจับตาดูกันว่านายสุเทพจะแถลงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าจุดยืนดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะนายสุเทพและกลุ่มกปปส. และพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีฐานเสียงของประชาชนกลุ่มเดียวกันนั่นเอง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2558 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม นายอิสสระ สมชัย นายวิทยา แก้วภราดรัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองประธานมูลนิธิฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิฯ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ผู้ช่วยเลขานุการฯ นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายชุมพล จุลใส คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว “มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย
วัตถุประสงค์การจัดตั้งมูลนิธิ กปปส.
1. สนับสนุนการศึกษาวิจัย สัมมนา หรือการประชุม รวบรวมความรู้ ความคิดเห็นในรูปแบบต่างเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม
2. ติดตามศึกษารวบรวมและวิเคราะห์รายงานข้อมูลและสถานะของประเทศเป็นระยะ
3. ดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์หรือร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ
4. ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยความเป็นกลาง
กปปส. มีชื่อเต็มว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น เป็นกลุ่มมุ่งหมายขจัดอิทธิพลของนาย ทักษิณ ชินวัตร และการปฏิรูปประเทศไทย มีบทบาทสูงในวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 ในสถานะของผู้จัดกิจกรรมชุมนุมประท้วงขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้นำการประท้วงและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ก่อตั้งกลุ่มดังกล่าวตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 และแต่งตั้งตนเองเป็นเลขาธิการ ขบวนการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหลายองค์การ รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มนักเคลื่อนไหวนักศึกษา สหภาพแรงงานของรัฐ และกลุ่มนิยมทหารการสนับสนุนของ กปปส. ส่วนใหญ่มาจากชาวกรุงเทพมหานครและชาวภาคใต้
กปปส. มิได้ใช้สัญลักษณ์สีเสื้อแทนตัวเอง แต่ใช้การเป่านกหวีดเป็นสัญลักษณ์ของการประท้วงครั้งนี้ กปปส. สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนสถาบันกษัตริย์
นายสุเทพ ประกาศจะขจัดสิ่งที่ตนเรียกว่า ระบอบทักษิณเป้าหมายสูงสุดของ กปปส. ในตอนนั้น คือกดดันให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลาออกจากความเป็นหัวหน้ารัฐบาล
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 กปปส. ยุติการชุมนุมเมื่อเกิดรัฐประหาร จากนั้นวันที่ 16 มิถุนายน 2557 สุเทพกล่าวว่า กปปส. หยุดเคลื่อนไหวทันทีหลัง คสช. ยึดอำนาจ และ กปปส. พร้อมให้ความร่วมมือหาก คสช. จัดการปฏิรูป
ชัดเจนว่ากลุ่มกปปส.มีมวลชนเป็นจำนวนหลายล้านคนให้การสนับสนุนเพราะฉะนั้นการตัดสินใจของนายสุเทพต่อร่างรธน.จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการชี้ขาดผลแพ้ชนะประชามติเลยก็ว่าได้
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธ์ก็ออกมาเปิดเผยว่าจะมีการแถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญใวนวันเดียวกับ กปปส.
เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า กรณีที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย จะนัดแถลงเพื่อประกาศจุดยืนของกปปส.ในเรื่องรัฐธรรมนูญนั้น ตนได้ติดตามมาโดยตลอด ส่วนของนปช.ยืนยันว่าจะแถลงจุดยืนเช่นกัน ในวันและเวลาเดียวกับที่กปปส.นัดแถลง
ทั้งนี้จะรอดูว่านายสุเทพ จะนัดเมื่อไหร่ ตนก็จะนัดวันนั้นเช่นกัน กปปส.ทำได้ นปช.ก็ต้องทำได้เช่นกัน ซึ่งในส่วนของนปช.ชัดเจนว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อย่างที่เคยแสดงความเห็นไปแล้ว แต่ในการแถลงจุดยืนก็จะไล่ไปทีละมาตรา ให้เห็นเหตุผลกันเลยว่าไม่รับเพราะอะไรอย่างไร
นายจตุพร กล่าวต่อว่า"เรื่องนี้ถือเป็นสิทธิของนายสุเทพ และกปปส. และก็ถือเป็นสิทธิของนปช.เช่นกัน ประชามติรัฐธรรมนูญมีอยู่ 2ทาง คือรับกับไม่รับ แต่ขณะนี้กำลังทำให้เป็นว่าคนที่ไม่รับเหมือนทำผิด ซึ่งในความเป็นจริงไม่ควรเป็นอย่างนั้น"
คสช. ต้องวางตัวเป็นกลาง ต้องคอยอำนวยความสะดวกให้กกต.ในการดำเนินการทำประชามติอย่างตรงไปตรงมา ไม่ช่คสช.มาแสดงความเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญเสียเอง พยายามทำให้ทุกคนเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ใครเห็นต่าง ใครไม่เห็นด้วยกับรธน. จะกลายเป็นคนผิด อย่างนี้ไม่ถูกต้อง
ในเมื่อใจกว้างเปิดให้มีการทำประชามติแล้ว ก็อย่าใจแคบในเรื่องการแสดงความเห็น ควรเปิดให้มีการทำประชามติอย่างเสรี
