หยุดวันสุดท้าย! ปชช.ทยอยเข้ากรุงเทพฯคับคั่ง สถานีรถไฟคนแน่น-ท้องถนนรถมาก!!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 


เช้าวันนี้บรรยากาศการเดินทางกลับจากภูมิลำเนาเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อกลับเข้าทำงานในกรุงเทพมหานครพรุ่งนี้

 

 

 

 

 


บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ - หมอชิต ในช่วงเช้าวันนี้ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นจำนวนมาก เพื่อเข้าทำงานที่กรุงเทพมหานคร


ขณะที่การบริการโดยเฉพาะในส่วนของแท็กซี่นั้น มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ทำให้มีคิวประชาชนที่รอใช้รถแท็กซี่เพื่อออกจากพื้นที่ มีคิวยาวเป็นจำนวนมาก


ขณะที่ด้านการจราจรโดยรอบพื้นที่ของหมอชิตนั้น สามารถใช้การได้อย่างคล่องตัว ส่วนมาตรการการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ ในส่วนของอาคารผู้โดยสารขาเข้าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยรักษาความปลอดภัยของทางสำนักงานขนส่ง ได้มาดูแลประชาชนเพื่ออำนวยความสะดวก และป้องกันมิจฉาชีพอาจแฝงตัวเข้ามาในช่วงที่มีเวลาผู้คนพลุกพล่าน


ขณะที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ในช่วงวันนี้ มีประชาชนใช้บริการรถไฟในการเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครจำนวนมาก แต่ยังไม่หนาแน่น พื้นที่รองรับผู้โดยสารบริเวณโถงสถานี ยังสามารถเดินเข้าออกได้สะดวก โดยผู้ที่เดินทางส่วนใหญ่จะเดินมาเป็นครอบครัวหรือหมู่คณะ พร้อมกับกระเป๋าสัมภาระจำนวนมาก ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยนั้นเป็นไปอย่างเข้มงวด มีตำรวจรถไฟ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คอยยืนประจำตามจุดต่าง ๆ รวมถึงบางส่วนเดินตรวจตราความปลอดภัย


และให้บริการประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีรถไฟทั้งขาเข้าและขาออกรอบพื้นที่ นอกจากนี้ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ได้มาตั้งจุดบริการประชาชนเพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยของประชาชน ในช่วงเดินทางกลับมาทำงานของประชาชน 7 วันอันตราย อีกด้วย


ขณะที่ สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพมีปริมาณรถมากเคลื่อนตัวช้า โดย ถนนมิตรภาพ ช่วง อ.สีดา มุ่งหน้า อำเภอ คง ปริมาณรถมากเคลื่อนตัวช้า และจาก อ.คง มุ่งหน้า ต.จอหอ รถใช้การได้ดี เลยมาชะลอตัวเล็กน้อยช่วงต่างระดับสีคิ้ว เจ้าหน้าที่จึงเปิดช่องทางพิเศษ ช่วงกิโลเมตรที่ 103 - กิโลเมตรที่ 78 เร่งระบาย


ส่วน ถนนมิตรภาพ ขาเข้า ช่วงบริเวณสามแยกเข้า อ.ประทาย กิโลเมตรที่ 208 ในพื้นที่ อ.คง .จ.นครราชสีมา ปริมาณรถมากเคลื่อนตัวช้า ด้าน ถนนมิตรภาพ ขาเข้า บริเวณกิโลเมตรที่ 174 - 175 ช่วงสามแยกเข้า อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ปริมาณรถมากเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ ส่วนทางหลวงหมายเลข 304 จากเขาปักธงชัย แยกกบินทร์บุรี มีปริมาณรถมาก เคลื่อนตัวช้าสลับติดขัด ช่วง กิโลเมตรที่ 52 เนื่องจากเป็นช่วงขึ้นเขา จึงส่งผลให้มีท้ายแถวสะสม กว่า 3 กิโลเมตร แต่ผ่านมาเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ


นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน เป็นช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก ทาง ขบ.จึงได้จับมือ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ท่าอากาศยานดอนเมือง จัดกิจกรรม "รับคนกลับจากบ้าน" เพื่อรองรับการเดินทางกลับพร้อมๆ กันของประชาชนเป็นจำนวนมากในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยเพิ่มจุดจอดรับส่งผู้โดยสาร ณ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร อีก 1 แห่ง ควบคู่กับสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) รองรับรถโดยสาร บขส. จากเส้นทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันละกว่า 150 คัน เวลา 04.00-07.00 น. เพื่อเป็นการกระจายความแออัดการใช้บริการที่สถานีหมอชิต 2 ลดปัญหาจราจรทั้งภายในสถานี ทางเข้า-ออก หรือถนนด้านหน้าสถานี โดยเฉพาะปัญหาการให้บริการรถแท็กซี่ นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังสหกรณ์แท็กซี่ ให้จัดเตรียมรถแท็กซี่สำหรับให้บริการประชาชนที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ให้เพียงพอ และประสานกับ ขสมก.จัดรถโดยสารประจำทางเพื่ออำนวยความสะดวก รองรับให้บริการประชาชนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ จตุจักร (หมอชิต 2) จุดจอดพิเศษกรมการขนส่งทางบก และท่าอากาศยานดอนเมือง ให้เพียงพอคล่องตัว

 

 

 

 

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท.เพิ่มขบวนรถพิเศษรับ-ส่งผู้โดยสารเที่ยวกลับฟรีจำนวน 15 ขบวน ระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน ส่วนรถไฟที่มีการจำหน่ายตั๋วโดยสารปกติก็เสริมขบวนเพิ่มบางวันอาจจะเพิ่มประมาณ 3-5 ตู้ หรืออาจจะมีเพิ่มตู้ระหว่างทางเพื่อรองรับผู้โดยสารจำนวนมาก เฉลี่ยในแต่ละวันสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 110,000 คน จึงไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีรถไฟ


นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า การเดินทางของประชาชนที่สนามบินสุวรรณภูมิช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งจากเส้นทางต่างประเทศและเส้นทางในประเทศจะหนาแน่นสูงสุดช่วงวันที่ 17 เมษายน โดยคาดว่าจะมี ผู้โดยสาร 1.7 แสนคน โดยส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางขากลับ แต่ยอมรับว่าน้อยกว่าที่คาดการณ์ล่วงหน้าก่อนหน้านี้ประมาณ 4 หมื่นคน เที่ยวบินราว 70 เที่ยวบิน เนื่องจากคนไทยเดินทางลดลงเล็กน้อย


นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวว่า บรรยากาศ การเดินทางของประชาชนหลังเทศกาลสงกรานต์ น่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการเที่ยวบินขาเข้ามากที่สุดในวันที่ 17 เมษายน โดยคาดว่าจะมีจำนวน 103,000 คน มากกว่าปีก่อน 22% มีเที่ยวบินกว่า 692 เที่ยวบิน ทางสนามบินได้มีการเตรียมประสานงานกับสหกรณ์แท็กซี่ กรมการขนส่งทางบก เพื่อให้เข้ามาช่วยขนส่งผู้โดยสารที่น่าจะใช้บริการมากเป็นพิเศษ โดยคาดว่าจะใช้จำนวนแท็กซี่กว่า 800 คนต่อชั่วโมง


ขณะที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา เนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่เดินทางกลับโดยเฉพาะขบวนรถด่วนและรถเร็วเส้นทางขาล่องจากกรุงเทพฯ - หาดใหญ่ - 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง 5 ขบวน ทยอยเข้าเทียบชานชาลาสถานีรถไฟหาดใหญ่ ตั้งแต่ 06.00 น.ของวันนี้ มีผู้โดยสารเต็มทุกขบวน ซึ่งส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัว และเต็มไปด้วยสัมภาระข้าวของต่าง ๆ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเดินทางต่อมาจากทั้งภาคเหนืออีสาน รวมทั้งกรุงเทพฯ โดยในวันนี้รถไฟสายใต้ทุกขบวนถึงปลายทางใกล้เคียงกับที่กำหนด ส่วนขบวนรถขึ้นกรุงเทพฯ อีก 5 ขบวนเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ประมาณ 14.00 น.ของวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารหนาแน่นเช่นกันเพื่อกลับเข้ากรุงเทพฯ


นายสมาน รักษาวงศ์ สารวัตรงานเดินรถแขวงหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ตั๋วรถโดยสารชั้น 1 รถนอนสายใต้ ยังคงเต็มไปถึงวันพรุ่งนี้ ประมาณการตัวเลขของผู้โดยสารรถไฟสายใต้ช่วง 10 วัน เทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 8 - 18 เมษายน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 1 หมื่นคืน หรือกว่าเกือบ1 แสนคน


ด้าน พ.ต.อ.วีระ จิรวีระ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (รองผบก.จร) เปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจจราจร ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 2,000นาย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการจราจร หลังจากเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งประชาชนจะเดินทางกลับจากภูมิลำเนา เข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อกลับเข้าทำงานตามปกติ โดยจัดกำลังดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะโดยรอบสถานีขนส่ง หมอชิต เอกมัย สายใต้ใหม่ สถานีรถไฟหัวลำโพง และสนามบินดอนเมือง จนถึงเช้าวันจันทร์ ที่ 18 เม.ย.นี้ นอกจากนี้ ในเส้นทางเข้าออกเมือง ทั้งถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน ถนนบรมราชชนนี ถนนพระราม2 และถนนมอเตอร์เวย์ ก็จะมีตำรวจจราจร ประจำจุด คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ซึ่งได้มีการตั้งจุดอำนวยความสะดวกและบริการประชาชนกระจายอยู่ใรนพื้นที่ ทั้งสิ้น 15 จุด


พ.ต.อ.วีระกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สภาพการจราจรในเส้นทางต่างๆทั่วกรุงเทพฯ ยังคงเป็นปกติ รถสามารถเคลื้อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากประชาชนทยอยเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ หากประชาชนมีปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงบเทพฯ หรือต้องการสอบถามเส้นทางการเดินทางต่างๆ สามารถโทรสอบถามหรือโทรแจ้งเหตุ ได้ที่สายด่วน 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง


ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการสัญจรในขณะนี้พบว่ายังมีความคับคั่ง เนื่องจากประชาชนเดินทางกลับจากการเฉลิมฉลอง โดยเจ้าหน้าที่ทุกส่วนยังคงให้การดูแลในทุกจุดบริการ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนเช่นเดิม ส่วนใหญ่เป็นการเปิดช่องทางพิเศษในการสัญจรเฉพาะพื้นที่ที่เป็นปมการคมนาคมสำคัญ การซ่อมแซมและตรวจสอบสภาพรถเบื้องต้น การปฐมพยาบาล


พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 16 เม.ย.2559 มีดังนี้ ในส่วนรถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 28,609 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 865 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 18,375 คน ส่วนรถโดยสารสาธารณและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 15,421 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 612 ใบ ยึดรถยนต์ 298 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 10,993 คน ทั้งนี้ 8 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 9-16 เม.ย.2559 เจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำความผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 118,447 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ 104,199 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับ จับยึดรถไว้แล้ว 5,772 คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 4,353 คันและ รถยนต์ 1,419 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกรณีของรถจักรยานยนต์ 68,646 คน รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคล 42,263 คน อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรขอให้ผู้ใช้เส้นทางได้ เตรียมร่างกายและตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมก่อนเดินทาง รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังคงอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางด้วยความปลอดภัยตลอดเส้นทาง


ด้าน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยถึงการดูแลความปลอดภัยการเดินทางกลับจากภูมิลำเนา หลังเทศกาลสงกรานต์ ว่า ทางศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้ประสานจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอำนวยการจราจร และตั้งกรวยในเส้นทางเชื่อมต่อที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น เพื่อชะลอความเร็วของรถ และป้องกันการแซงในระยะกระชั้นชิด พร้อมเพิ่มความเข้มข้นในการเรียกตรวจ เพื่อให้ผู้ขับขี่เกิดความตื่นตัว และป้องกันการหลับในที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุแล้ว