สถานการณ์ "วัฒนา" เคลื่อนไหวการเมือง ..หวังจุดชนวนแผนการ "โลกล้อมประเทศ" กดดันไทย ???

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

 

 

 

ติดตามกันที่ความเคลื่อนไหวของระบอบทักษิณ โดยเฉพาะปรากฏการณ์ของนายวัฒนา ที่ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวหนึ่งของระบอบทักษิณ

 

 

 


วันนี้น่าจะเป็นการสรุป แนวทางการต่อสู้แล้วว่าไม่น่าจะอยู่ที่สนามการเลือกตั้งหรือแม้กระทั่งการทำประชามติก็ตาม

 


ล่าสุดนายวัฒนาก็ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก ผ่านหัวข้อ "เมื่อผมไม่เจอลูก" โดยกล่าวของคุณลูกสาวที่ต่อสู้เพื่อตนเอง ให้ได้รับอิสรภาพอีกครั้ง

 


นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ "เมื่อผมไม่เจอลูก" ระบุว่าที่จริงแล้วคนแรก ๆ ที่ตนควรจะได้เห็นหน้าหลังจากได้รับอิสรภาพ ควรจะเป็นลูกสาวของตน แต่ลูกสาวของตนกลับไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อชื่นชม ตนรู้สึกติดหนี้ลูกสาวที่ได้เสียสละเพื่อตนมากมายถึงขนาดนี้ ตนอยากขอโทษที่ทำให้ลูกลำบากและไม่อาจอยู่ข้าง ๆ เพื่อปลอบใจได้ ลูกคือคนสำคัญที่สู้จนทำให้ตนได้รับอิสรภาพ

 


ทั้งนี้ การที่ตนถูกควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหา เพราะตนได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งนายทหารพระธรรมนูญแจ้งว่า เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

 


แต่ตนยืนยันว่าไม่ได้ทำผิด เลยประท้วงด้วยการอดอาหารระหว่างที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ มทบ.11 ตนจึงไม่แปลกใจเลยเมื่อเห็นข่าวผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ให้สัมภาษณ์ว่า หากในวันรุ่งขึ้นตนยังไม่รับประทานอาหารที่จัดไว้จะถือว่ามีเจตนาประท้วง และจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เสียดายที่ตนถูกปล่อยตัวมาก่อนไม่อย่างนั้นคงมีคดีติดตัวเพิ่มมาอีกหนึ่งคดี ทั้งนี้ เมื่อ คสช. มีอำนาจอยู่ในมือแล้วจะทำอะไรก็ว่าไปเลย

 


ส่วนทางด้านฝากฟั่งรัฐบาลนั้นก็เชื่อว่าประชาชนจะไม่ลุดฮือไปตามกระแสการเมืองที่กำลังเกิดอยู่ในขณะนี้

 


พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการควบคุมตัวนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ว่า นายวัฒนา รู้ดีตั้งแต่ต้นแล้วว่าสิ่งที่ทำจะเกิดผลอย่างไร เพื่อให้เข้าเงื่อนไขหรือเกมการเมืองที่วางไว้

 


 

ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือการที่คนใกล้ชิดนายวัฒนา และพรรคพวก ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นลูกโซ่อย่างชัดเจนโดยรัฐบาลเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจถึงวาระซ่อนเร้น และรู้สึกเบื่อหน่ายกับพฤติกรรม ที่นายวัฒนา

 


และกลุ่มการเมืองหน้าเดิมกำลังทำอยู่ เพื่อเรียกร้องความเห็นใจ รวมทั้งการนัดรวมตัวเพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และคาดว่ายิ่งใกล้วันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ จะมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ที่พยายามจะบิดเบือนเจตนาของนายกฯ

 


โดย พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวอีกว่า เกมการเมืองในลักษณะนี้ เป็นมุขเก่าของบรรดานักการเมืองที่ไม่เคยยอมรับว่าตนเองทำผิด โดยรัฐบาลไม่รู้สึกหวั่นไหวต่อการกระทำของนายวัฒนาและพรรคพวก เพราะคนเหล่านี้ละเมิดกฎหมายและข้อตกลงที่ได้ทำไว้ ซึ่งข้อมูลต่างๆ จะถูกเปิดเผยให้สังคมและองค์กรต่างประเทศได้รับทราบในเร็ววันนี้

 


ขณะที่ทางด้านพล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย ยังเคลื่อนไหวอยู่อย่างต่อเนื่องว่า

 


อย่าสนใจมาก เป็นเรื่องของคนที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็พูดอยู่แล้วว่า ต้องดำเนินการ


ส่วนที่ นายวัฒนา ระบุว่า น.ส.วีรดา เมืองสุข บุตรสาวของนายวัฒนา ถูกกดดันให้เดินทางไปต่างประเทศพร้อมมารดานั้น เป็นการพยายามเบี่ยงเบนประเด็น จะพูดอะไรก็พูดไป แต่นายวัฒนา ทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ

 


อย่างไรก็ตามเครือข่ายระบอบทักษิณจะพยายามดึงเอาองค์กรสากลเข้ามากดดันประเทศไทยแต่พล.อ.ประยุทธ์ก็ระบุว่าไม่ได้มีความกังวลต่อเรื่องนี้เนื่องจากได้มีกระบวนการทำงานเพื่อที่จะชี้แจงต่อต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

 


ล่าสุด(22 เมษายน 2559)ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ นายซาอิด รออัด อัลฮุสเซน แสดงความ “วิตกกังวลอย่างยิ่ง” ที่ทหารมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในการปกครองประเทศไทย รวมทั้งปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของผู้เห็นต่าง

 


ข้าหลวงใหญ่ซาอิด กล่าวถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทยว่า ผู้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญหลายคนถูกจับกุมกักขัง และกลั่นแกล้งรังควานตามอำเภอใจนับแต่มีการเปิดตัวร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายเมื่อปลายเดือนมีนาคม

 

 

เมื่อวันจันทร์ นายวัฒนา เมืองสุข ถูกทหารควบคุมตัวหลังโพสต์ข้อความวิจารณ์ร่างดังกล่าว ก่อนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเมื่อวันพฤหัสฯ และเมื่อวันอังคาร นักปกป้องสิทธิมนุษยชน 5 คนถูกควบคุมตัวเพราะชุมนุมโดยสงบต่อต้านการลิดรอนเสรีภาพของรัฐบาล ก่อนได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา

 


ซาอิดยังแสดงความวิตกต่อกฎหมายประชามติฉบับใหม่ของไทย ซึ่งห้ามรณรงค์สนับสนุนหรือคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายซึ่งกำลังรอการประกาศใช้ฉบับนี้อาจถูกตีความแบบครอบจักรวาลเพื่อใช้เล่นงานฝ่ายต่อต้าน

 


“การโต้อภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญอย่างเปิดเผยและมีชีวิตชีวาจะเสริมสร้างความเป็นเอกภาพภายในชาติ เพิ่มความชอบธรรมและการยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของ”

 


ซาอิดยังกล่าวอีกว่า “ตนขอเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ส่งเสริมอย่างแข็งขัน มิใช่ปิดกั้น การสานเสวนาและการทำกิจกรรมเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ” พร้อมทั้งเน้นว่า ประชาชนทั่วไป สมาชิกพรรคการเมือง กลุ่มประชาสังคม อาทิ เอ็นจีโอ สื่อมวลชน และนักวิชาการ จำเป็นต้องได้รับพื้นที่ที่จะแสดงความคิดเห็นได้ โดยไม่ต้องหวาดกลัวการรังควาน การตอบโต้ หรือการจับกุม

 


การขยายอำนาจทหารไม่ตอบโจทย์การฟื้นฟูพื้นที่ทางการเมืองของประเทศไทย

 


ตรงกันข้าม ไทยมีหน่วยงานพลเรือนที่มากความสามารถ ไทยควรเสริมสร้าง ไม่ใช่บั่นทอน หลักนิติรัฐและธรรมาภิบาล"

 


ข้าหลวงใหญ่ของสหประชาชาติ ยังกล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 13/2559 ด้วยว่า สะท้อนถึงการเพิ่มบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหารในการออกนโยบายและบังคับใช้กฎหมาย คำสั่งฉบับนี้มอบอำนาจแก่เจ้าหน้าที่ทหารโดยครอบคลุมความผิดตามกฎหมาย อย่างน้อย 27 ฉบับ โดยอ้างการปราบปรามแก๊งอาชญากรรม

 


นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของซาอิดชี้ว่า กรณีมาตรา 265 ของร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติให้คสช.ยังคงมีอำนาจต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่ ขณะที่มาตรา 279 บัญญัติให้คำสั่งต่างๆที่ออกโดยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปนั้น ในทางพฤตินัย หมายความว่า หัวหน้าคสช.สามารถใช้อำนาจทั้งด้านบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการได้ ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา มีการออกคำสั่งภายใต้มาตรา 44 ไปแล้วรวม 61 ฉบับ

 


“ในฐานะเรื่องเร่งด่วน ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยระงับใช้กฎหมายและคำสั่งที่กว้างขวางอย่างน่าหวั่นเกรงอันตรายเหล่านั้น ซึ่งได้ให้อำนาจแก่ทหารมากขึ้น

 


ท้ายที่สุด ข้าหลวงใหญ่ฯย้ำข้อเรียกร้องก่อนหน้านี้ ขอให้รัฐบาลทหารของไทยโอนคดีทั้งปวงที่ดำเนินการกับพลเรือนจากศาลทหารไปขึ้นศาลพลเรือน และขอให้ปฏิบัติตามบรรดาข้อตกลงระหว่างประเทศในด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเคยให้สัตยาบันไว้.