- 27 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 27 เมษายน 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์
สถาพร : เรื่องราวของ พระธัมมชโย เป็นเรื่องราวที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกันอย่างต่อเนื่อง
สนธิญาณ : แฟนข่าวทีนิวส์ให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องและเป็นพิเศษ เป็นความสนใจที่เกิดปรากฏการณ์บางอย่างในโลกโซเชียลที่ต้องยกว่า เป็นที่วัดกระแสได้ง่ายว่าเกิดอะไรขึ้น
สถาพร : เห็นได้ทันที
สนธิญาณ : ว่าคิดว่าอะไร ผมก็จะเรียนว่าเห็นกระแสโลกโซเชียลเมื่อวาน เมื่อวานสนธิญาณ ไม่ค่อยจะสบายใจเสียเท่าไหร่ตอนที่ศาลไม่ออกหมายจับธัมมชโย ก็เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง แต่ถ้าเราตามไปดูเรื่องธัมมชโยเมื่อวานนี้ คือลุ้นกันช็อตต่อช็อตลุ้นกันเป็นวินาที คนก็แสดงความคิดเห็นว่า "ศาลจะออกหมายไหม", "มาดูกันว่าจะติดคุก" อะไรแบบนี้ มาลุ้นและเชียร์กันสุด ๆ ระหว่างเชียร์ก็ชื่นชม DSI กันไป คนก็เชียร์ พล.อ.ไพบูลย์กันไป ผมว่าเป็นสิ่งที่ไม่แปลกใจเพราะเป็นการลุ้นต่อกันไป แต่ทันทีที่ศาลไม่อนุมัติหมายจับที่ DSI ขอก็เกิดแรงเหวี่ยงกันพอสมควรนะครับ ทีนี้ผมอยากจะเรียนแฟนข่าวทีนิวส์ด้วยความรักและเคารพจริง ๆ ว่าเมื่อศาลมีความเห็นนี่เราต้องเคารพ ผมไม่อยากให้พวกเราเคารพในสิ่งที่ศาลตัดสินเพราะความกลัว คือแบบนี้นะครับ การวิพากษ์วิจารณ์เป็นการละเมิดศาล ศาลสามารถมีคำสั่งให้ติดคุกได้ทันที กฎหมายเขาเขียนอย่างนี้ไว้เป็นหลักสากลเพื่อทำให้ศาลมีสถานะที่เรียกว่าเข้มแข็งด้วยตัวเอง คุ้มครองตัวเองได้ ทำให้ศาลตัดสินศักดิ์สิทธิ์เป็นหลักการ แต่หลักที่ผมอยากจะเรียนว่าไม่อยากให้วิพากษ์วิจารณ์มาจากหลักในระบอบประชาธิปไตยที่สำคัญอย่างยิ่ง คือจำมีคนกลุ่มหนึ่งระบุเลยคือคนเสื้อแดงหรือแกนนำ นปช. ไปปลุกปั่นชาวบ้านไปพูดคุย ผมใช้คำว่าตัวดีเลย อะไรประชาธิปไตยก็ โอ๊ยประเทศนี้ต้องเดินด้วยประชาธิปไตย แล้วประชาธิปไตยของคนเหล่านี้คือในเรื่องของคนหมู่มาก ประชาธิปไตยที่เสียงส่วนใหญ่ตัดสินใจ อย่างไรจะต้องอะไรเป็นแบบนั้น หลวงพ่อท่านพุทธทาสเคยพูดไว้ว่า ถ้าโจรมีมติว่าจะไปปล้นใครแสดงว่ามตินี้เป็นมติที่ถูกต้องเพราะเป็นประชาธิปไตยแล้วเพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ ท่านได้พูดไว้แบบนี้ ฉะนั้นเสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วอะไรที่เป็นประชาธิปไตยก็คือ การเคารพสิทธิและคุณค่าความเป็นคน อยู่ตรงนี้ครับ ทีนี้กลไกในการที่จะนำพาไปเขาบอกว่าจะต้องมีการดุลและรักษาคุณค่าอันนี้ด้วยองค์กรทางการเมืองในการที่จะดูแลให้สังคมวงใหญ่อยู่เย็นเป็นสุข ในการเคารพสิทธิและคุณค่าในความเป็นคน ประชาธิปไตยที่ประกอบไปด้วยอำนาจของฝ่ายบริหารในการดูแลจัดการบริหารสารทุกข์สุกดิบ อำนาจนิติบัญญัติที่จะออกกฎหมายให้ดำเนินไปตามฝ่ายบริหาร และสุดท้ายฝ่ายตุลาการก็เพื่อไว้ดุลสองอำนาจ กฎหมายออกมาแล้วจะเป็นอย่างไร จะทำอย่างไร เพราะกฎหมายออกมาศาลก็ต้องดำเนินการ ฉะนั้นศาลก็ปฏิบัติไปตามกฎหมาย สามดุลนี้เดินไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตยเพื่อนำไปสู่หลักอันสำคัญถึงการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่ปกครองประชาธิปไตย ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่เพียงทางเดียว เมื่อศาลวินิจฉัย ผมคิดว่าแฟนข่าวทีนิวส์เป็นผู้ทรงปัญญาเป็นผู้มีความรู้ที่เข้าใจโลก อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงอาการที่ไม่พอใจในเรื่องที่เกิดขึ้น ให้ศาลได้ทำงานและต้องเข้าใจ เห็นไหมครับไม่เช่นนั้นเราไปโจมตีไปทักท้วงไปต่อว่าอีกฝ่ายหนึ่ง เวลาศาลตัดสินออกมาไม่ได้ดังใจ เริ่มตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร สองมาตราไม่ยุติธรรมจะต้องทวงหาความยุติธรรมให้เกิดมาตรฐานขึ้น สร้างกระแสนี้ขึ้นมา เราอย่าไปเสริม อย่าไปเติมกระแสสองมาตรฐานหรือความไม่ยุติธรรมเลยครับ นี่คือกลไกในระบอบประชาธิปไตย และภายใต้ระบอบนี้ในสิ่งที่ผมอยากจะเรียนย้ำต่อ ความรักอย่าได้หมั่นไส้หรือเกลียดชั่งผมเลย คือพระธัมมชโยย้ำว่าการถูกพากระบวนการอันเป็นข้อสงสัยกระทำความผิด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย ระบบกลไกของอำนาจ ซึ่งไม่สามารถที่จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามอำเภอใจของใคร ต้องดำเนินการไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งเป็นกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็จะมาถึงจุดสำคัญว่าความจริงสิ่งที่เราสงสัยพระธัมมชโยทำผิดจริงหรือไม่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ เกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นหรือไม่ ถือว่าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วที่เคยพูดหรือเรียนต่อท่านผู้ชม วันนี้พระธัมมชโยหลีกเลี่ยงไปไหนไม่ได้แล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นสมมติว่าไม่จริง ก็เป็นเรื่องที่เทคนิคทนายจะยื้อ แต่ยื้อไม่ได้ครับ ยังไงพระธัมมชโยวันหนึ่งวันใดก็ต้องมารับทราบข้อกล่าวหา และไม่มีรับทราบคือ DSI เขาต้องเรียกต่อเพราะเขาเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ถือว่าชั้นในการสอบสวนพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว ศาลก็เห็นแล้วว่าอยู่ในชั้นที่พยานหลักฐานเพียงพอแล้ว แต่การที่ยังไม่ออกหมายจับคือฟังคำคัดค้านว่าไม่สบาย และสาระสำคัญศาลเขาจะมีคำสั่งอันหนึ่ง คือเหตุผลที่จะออกคำสั่งคือเชื่อว่าไม่มีเหตุอันหลบหนี มีความจำเป็นจริง ๆ หลังจากการต่อสู้ของทนายที่ไปคัดค้านแล้ว DSI คล้าย ๆ ภาษาชาวบ้านคือ ใจเย็นหน่อยไม่สบายอยู่ ไม่ใช่จะหนีไปไหน หากว่าศาลเคยตัดสินแล้วมีผลกระทบใหญ่ ๆ ไม่มี ซึ่งกรณีอนุญาตหนังสือเดินทางนอกประเทศนั่นก็อำนาจศาลนะครับ เมื่อผมจะเดินทางออกนอกประเทศต้องขออนุญาตศาล ศาลก็ให้อนุญาตผมทุกครั้งเพราะคิดว่าผมไม่หนี นั่นคือภายใต้อำนาจของศาล ทีนี้พอศาลเห็นว่าเป็นแบบนี้ครั้งนี้เจ็บป่วยไม่สบายและไม่คิดหลบหนีจึงไม่ออกหมายจับก่อน แต่ DSI มีสิทธิ์ ถ้านัดแล้วไม่มาอีก DSI มาสิทธิ์ไปขอหมายศาล จะเจ็บอะไรศาลอาจจะบอกว่าต่อไป ยังไม่ออกหมายจับ แต่ไม่เกิน 3-4 ครั้งครับ ถ้าเกินศาลก็จะบอกว่าอะไรป่วยตั้งนานแล้ว แบบนี้เจตนาจะหลีกเลี่ยงหรือเปล่า ถ้าเจตนาเป็นแบบนี้ 3 - 4 ครั้ง ศาลออกหมายจับแน่นอนครับ ผมเรียนให้สบายใจ อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ ที่ผมบอกว่าสบายใจไม่ใช่เพราะว่าพระธัมมชโยจะโดนจับ ความจริงทนายถ้าไม่ยื้อมาทำเสร็จความจริงศาลก็ให้ประกันตัวอยู่แล้ว DSI เขาให้ประกันตัวอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนนี้สิ่งที่เราต้องรับทราบและติดตามต่อไปก็จะเป็นดังที่ผมเรียน ก็ขออนุญาตทำความเข้าใจกัน โดยขั้นตอนอย่างไรพระธัมมชโยจะต้องรับขอกล่าวหา หลังจากนั้น DSI ก็จะส่งเรื่องให้กับอัยการเพื่อจะส่งให้ศาล อัยการก็จะพิจารณาอีกครั้งว่าพยานที่ DSI หรือพนักงานสอบสวนส่งมาตามกระบวนการวิธีพิจารณามีหลักฐานมีพอจะฟ้องไหม ถ้ามีพอก็ส่งฟ้อง ถ้าไม่พอก็ส่งกลับไม่ฟ้อง ยกคดีไป หรือครึ่ง ๆ กลาง ๆ พนักงานอัยการก็จะบอกว่า DSI ไปสอบมาเพิ่มเติมทางฟ้องไปก็หลุดเปล่า ๆ มาดูสิว่ามีมูลแต่พยานหลักฐานยังไม่แน่น นี่เป้นกระบวนการยุติธรรมที่เรียกว่าได้ทำในสองระดับในขั้นต้นเพื่อจะถ่วง แล้วก็จะไปอีกสามศาลขั้นตอนจะเป็นแบบนี้ ขออนุญาตเรียนกับแฟนข่าวทีนิวส์ทำความเข้าใจกันด้วยความเคารพอย่างยิ่ง เราจะไม่ทำเหมือนกับคนที่อ้างแต่ปากว่าเป็นประชาธิปไตย ส่งท้ายจะจบแล้วจะขอบคุณท่านนายกสักหน่อยครับ ขอบคุณว่า ถูกต้องแล้วครับ ที่ไม่ไปให้ราคาคุณวัฒนา เพราะว่า คุณวัฒนาเคลื่อนไหวไปก็เพราะต้องการให้เกิดกระแสและกระแสจะเกิดขึ้นได้ พอเรามีแรงกระทบ ถ้าเรามีแรงเหวี่ยงและกระทบก็สะท้อนกลับมา ก็กลายเป็นเหตุเป็นประเด็น
สถาพร : คือถ้าทุกคนให้ความสนใจมากก็เท่ากับว่า ให้ราคาเขา เขาก็ยิ่งสร้างกระแสมากขึ้น
สนธิญาณ : ถูกต้องครับ เขาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม เขามีอะไรเดี๋ยวก็ไปร้องถอนประกันตัว ไปใช้อำนาจศาล จนเมื่อ คสช. รับหรือเลือกในการที่จะยืนระบบครึ่งหนึ่ง ครึ่งหนึ่งคือเผด็จการและอีกครึ่งเคารพกลไกประชาธิปไตย แต่ต้องเรียนว่าท่านนายกเคารพกลไก และย้ำเสมอมาว่าต้องปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย ตอนนี้ถูกต้องแล้วครับ ขออวยหน่อยครับท่านบิ๊กตู่ครับ อย่าไปให้ความสนใจ
