- 30 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
แม้ว่าประเทศไทยจะรอดพ้นจากการถูกคว่ำบาตรทางการค้าตาม มาตรา 301 Special แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐ ด้วยการคงอันดับประเทศไทยไว้ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หรือ PWL ต่อเนื่อง เป็นปีที่ 9 แต่ในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับคำตัดสินจากกฎหมายภายในประเทศคู่ค้าอีก 2 กรณี
เริ่มกันที่กรณีของ IUU Fishing นั้น คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อมและการประมง กำลังอยู่ในระหว่างการทบทวนผลการดำเนินการของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งจะประกาศผลการทบทวนในกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยท่าทีล่าสุดที่สหภาพยุโรปแสดงผ่านทางคณะผู้แทนของกระทรวงกิจการทางทะเลและการประมง (DG MARE) แม้จะพอใจกับความก้าวหน้าในการดำเนินการ ของฝ่ายไทย แต่สหภาพยุโรปยังคงกังวลกับการบังคับใช้กฎหมายประมงและ กฎระเบียบใหม่ ๆ ที่รัฐบาลไทยประกาศใช้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจพบเรือประมงที่ใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำหมดอายุลงไปแล้ว แต่ยังทำการประมงต่อ, การตรวจสอบย้อนกลับที่มาของอาหารทะเลในประเด็นของใบรับรองการจับสัตว์น้ำและใบรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำของโรงงานไม่ครบถ้วน, การตรวจโรงงาน/ห้องเย็นที่ทำการส่งออกสัตว์น้ำ พบการกระทำผิด แต่ไม่มีการดำเนินการ ปิดโรงงาน และการประสานงาน ฐานข้อมูล/ สถิติที่ยังไม่เป็นระบบเชื่อมโยงกัน
ในกรณีนี้ รัฐบาลไทยได้เร่งดำเนินการด้วยการแก้ไขปรับปรุง Road Map ออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกเป็นปัญหาที่ต้องแก้ทันทีภายในวันที่ 30 เมษายน ช่วงที่ 2 วันที่ 15 พฤษภาคม และช่วงที่สามเป็น ระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจสอบ เรือประมงที่ติดระบบติดตาม VMS การบังคับ ใช้กฎหมายกับเรือที่ไม่ติดระบบ VMS การตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารทะเล การตรวจเรือประมงนอกน่านน้ำ การปรับปรุงฐานข้อมูลสถิติการนำเข้า-ส่งออก โดยหวังว่า หากดำเนินการทันจะช่วยยับยั้งไม่ให้สหภาพยุโรปให้ ใบแดง หรือถูกคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรปได้
ส่วนกรณีของการทบทวนสถานะ Tier 3 ตามที่ระบุไว้ในรายงานประจำปีสถานการณ์ค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐนั้น ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ส่งรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ระหว่างเดือน ม.ค.-ธ.ค. 2015 เพื่อให้สหรัฐพิจารณาประกอบการทบทวน TIP Report ซึ่งจะประกาศผลภายในเดือนมิถุนายน ไปแล้ว โดยชี้แจงในส่วนของการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการขจัดการเอารัดเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ให้หมดไป ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
ซึ่งมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ถึง 29 คน ในจำนวนนี้มีข้าราชการระดับบริหารยศ นายพลโทรวมอยู่ด้วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหลายคนที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีและอยู่ในชั้นศาลระหว่างส่งฟ้อง และทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ ผู้กระทำความผิดด้วย
รวมถึงมีการแบ่งสายงานด้านการค้ามนุษย์ทุกหน่วย เช่น ปี 2558 มีการตั้งแผนกคดีค้ามนุษย์ในศาลอาญา และสำนักงานอัยการสูงสุด ตั้งสำนักงานการค้ามนุษย์ขึ้นมา นอกจากนี้ได้ปรับปรุงแบบสอบถามและกระบวนการคัดแยกเหยื่อใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เชื่อมโยงความผิดในฐานการค้ามนุษย์ไปยังความผิดฐานอื่น การปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พระราชบัญญัติการประมง การยกร่างกฎหมายประมงใหม่ ทำให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับในภาคประมงสามารถปฏิบัติได้ครบวงจร รวมถึงการออกกฎกระทรวงแรงงานห้ามไม่ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานในภาคประมงด้วย
ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายทางด้านรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ล่าสุดพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะก็เปิดเผยว่าได้มีการประชุมเพื่อแบ่งหน้าที่กันเพื่อดูแลเรื่องดังกล่าว
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลมีคำสั่งแต่งตั้งให้ตนดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย มีอำนาจในการควบคุมและสั่งการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ก็ได้เรียกประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อแบ่งหน้าที่และเจาะลึกการแก้ไขปัญหาไอยูยู ออกเป็น 8 ด้าน อาทิ การติดตั้งเครื่องติดตามเรือ (วีเอ็มเอส) การขึ้นทะเบียนเรือ การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประมง 2558 ซึ่งนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้า สำหรับการออกกฎหมายลูกของ พ.ร.ก.การประมง ที่อยู่ระหว่างการจัดกฎหมายลูก 16 ฉบับ จะสามารถแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้แน่นอน
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กลางเดือนพฤษภาคมนี้ กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่จากสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อรายงานความคืบหน้าถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาไอยูยูของรัฐบาลไทยในทุกๆ ด้าน มีประเด็นหลักเรื่องการออกใบอนุญาตประมงพาณิชย์ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดกระบวนการผลิตสินค้าประมง การทำประมงตามค่าจับสัตว์น้ำสูงสุดอย่างยั่งยืน (เอ็มเอสวาย) จากการคำนวณตามปริมาณสัตว์น้ำในทะเลฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน จำนวนเรือประมง และรูปแบบเครื่องมือที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำ ถือเป็นเรื่องเพิ่งเริ่มใช้ในไทยครั้งแรก
นายอดิศร ยังกล่าวต่อว่า “ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่อียูไม่ได้มีการเลื่อน หรือยกเลิกนัดหมายตามกระแสข่าว ตอนนี้แก้ไขปัญหาไอยูยูมีความคืบหน้าทุกด้าน และมีการเปลี่ยนแปลงให้เห็นเป็นระยะๆ โดยภารกิจหลักเน้นขับเคลื่อนและบังคับใช้ พ.ร.ก.การประมง 2558 ให้ดีที่สุด รวมถึงการปราบปรามผู้ทำประมงผิดกฎหมาย ตามที่นายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรฯสั่งการให้แก้ไขปัญหาไอยูยูให้สำเร็จให้ได้
ส่วนทางด้านนายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย กล่าวว่า จากมาตรการแก้ไขปัญหาไอยูยูของรัฐบาลได้ส่งผลกระทบต่อรายได้และการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการประมงนอกน่านน้ำและชาวประมงรายย่อย เสียหายไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีจุดยืนในการแก้ไขปัญหาเป็นของตนเอง เมื่ออียูสั่งอะไรมาก็ยอมทำตาม จึงอยากแนะนำให้รัฐบาลไทยมีจุดยืนเป็นของตัวเอง และยึดตามหลักการของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS 1982 มากกว่า เพราะประเทศส่วนใหญ่ในทั่วโลกก็ยึดหลักนี้
ขณะนี้การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ IUU Fishing มีความคืบหน้าไปมาก โดยหนึ่งในวิธีที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา IUU คือ การออกพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558 ฉบับล่าสุด ซึ่งเป็นเหมือนการลอกคราบครั้งใหญ่ของวงการประมงไทย หลังใช้ พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 มานาน จึงนับเป็นกฎหมายพิเศษที่กรมประมงมั่นใจว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบองค์รวมที่สามารถยุติปัญหาการประมงผิดกฎหมาย และสร้างมาตรฐานการทำประมงที่เสมอภาคทั้งประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน มีสาระหลักที่ให้ความสำคัญกับนโยบายปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรน้ำได้ด้วย
นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า เดิมพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา เพื่อให้ทันสมัยใช้การทำประมงโดยเสรี ปัจจุบันทรัพยากรบ้านมีความเสื่อมโทรมอย่างชัดเจน จากเดิมปริมาณสัตว์น้ำที่เคยจับได้ชั่วโมงละ 200 กว่ากิโลกรัม ปัจจุบันเหลือ 20 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เห็นชัดว่าลดลงมาก ทำให้กระบวนการในการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรมีความเสียหาย
ปัจจุบันได้ออกพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 โดยเริ่มประกาศใช้ปลายปีที่แล้ว มีการจัดการทรัพยากรภายใต้การเข้าถึงทรัพยากรที่มีการกำจัดสิทธิ์ในการทำการประมง มีการคัดกรองเรือที่ถูกต้องตามกฎหมาย ระหว่างที่ดำเนินการขับเคลื่อนไปสู่กระบวนการในการจัดการ จะเห็นได้ว่า เริ่มจะเข้าถึงในส่วนของชาวประมงว่ามีการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อทรัพยากรของบ้านเรามีความยั่งยืนในอนาคตรองอธิบดีกรมประมง กล่าวต่อไปว่า เรือที่จะไปทำการประมงจะต้องถูกต้อง ในหลายๆ ประเด็น เช่น ทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ อาชญาบัตร คนงานแรงงาน ที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องก็มาสารถนำเรือออกไปทำการประมงได้ และถ้าเข้ามาก็มีการตรวจสอบว่าสัตว์น้ำที่จับได้ จับที่ไหนอย่างไร
โดยกรมประมงมีการกำหนดมาตรการ เช่น จัดอบรมเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์บนเรือประมง รุ่นที่ 2 โดยพิจารณาคัดกรองคัดเลือกคนที่มีความพร้อมจนได้ เจ้าหน้าที่ Observer Onboard จำนวน 30 คน เพื่อทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์บนเรือประมงไทยที่ทำการประมงในเขตทะเลหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่บริหารจัดการประมงโดยองค์กรการจัดการประมงส่วนภูมิภาค เช่น IOTC เรือประมงไทยที่ทำการประมงในน่านน้ำของรัฐชายฝั่งอื่น และเรือประมงที่ทำการขนถ่ายสัตว์น้ำนอกน่านน้ำ โดยเรือที่ชักธงไทยและธงต่างชาติ สำหรับใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมการทำประมงนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU Fishing องค์กรจัดการประมงระหว่างประเทศหลายองค์กร รวมทั้ง IOTC ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศสมาชิกอยู่นั้น ได้มีการกำหนดเป็นมาตรการให้รัฐเจ้าของธงจะต้องดำเนินการให้มีการสังเกตการณ์บนเรือของตน เพื่อยืนยันว่าประเทศนั้นๆ สามารถควบคุมเรือที่ชักธงประเทศของตนเองได้
ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์บนเรือ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบกิจกรรมในการทำการประมงให้เกิดการยอมรับเป็นผู้ที่จะต้องไปตรวจสอบว่า สัตว์น้ำที่จับได้นั้นมาจากเครื่องมือที่ถูกต้องหรือไม่ สัตว์น้ำในเชิงวิทยาศาสตร์ ขนาด และจำนวน เพื่อเอามาประยุกต์รวบรวมเป็นข้อมูลในเชิงวิทยาการ ในการบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อให้มีความคงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป ภายใต้กระบวนการจัดการที่ทุกภาคส่วนจะต้องเข้ามาร่วมกัน ให้มีทรัพยากรมีความมั่นคงสำหรับลูกหลานในอนาคต
