- 13 พ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : สวัสดีครับแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่าน
สถาพร : เรื่องที่น่าสนใจเมื่อวานนี้หลังจากที่นายเกล็น เดวีส์ ทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าพบกับ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดคุยกันหลายเรื่องและสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เราก็ยืนยันชัดในการที่จะทำตามกฎหมาย ข้อบังคับทุกอย่างเป็นไปตามหลักการทั้งหมด ไม่แน่ใจว่าสหรัฐฯจะเข้าใจหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีทีท่าที่แสดงออกต่อรัฐบาลไทยที่เหมือนกับไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่
สนธิญาณ : ภาษาที่สถาพรใช้ว่า ไม่เป็นมิตรกับไทยนัก ผมขอเรียนท่านผู้ชมว่า วันนี้สหรัฐฯไม่ได้เป็นมิตรประเทศกับประเทศไทยที่บริหารงานในฐานะของ คสช. ที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สหรัฐฯไม่รู้สึกแฮปปี้ เป็นมิตร และสิ่งที่จะเรียนท่านผู้ชมเป็นเรื่องที่คนไทยจะต้องจับตาและผนึกกำลังเพื่อให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และเข้มแข็ง แสดงออกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มาชุมนุมกันไม่ได้ มีโลกโซเชียล ข่าวสารจะทำอะไรอย่างไรที่ไหนก็ตามแต่ ควรอย่างยิ่งที่จะต้องแสดงออกและกระทำให้สหรัฐฯได้ชัดเจนว่า คนไทยสนับสนุนรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเรียนเลยครับว่ารัฐบาลสหรัฐฯไม่ชอบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์
สถาพร : ก็ต้องมีสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ชอบ
สนธิญาณ : และชอบทักษิณ - ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สาเหตุง่าย ๆ เลยเห็นชัดเจนมาก ในวันที่สหรัฐฯต้องการต่อสัญญาบริษัทเชฟรอน ต้องการต่อสัมปทานทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทยเรา น้ำมัน-แก๊ส ประธานบินมาพบยิ่งลักษณ์เอง มีการจับไม้จับมือพูดถึงเรื่องของความร่วมมือกันที่จะเดินไปในทางไหน เขาเรียกว่าอ้อยกำลังจะเข้าปากช้าง แต่เกิดการรัฐประหารยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ฟังเสียงคัดค้านจากประชาชน และเอาเรื่องนี้มาศึกษาใหม่ว่า ดูสิจะต่อสัมปทานไหม หรือว่าจะแบ่งผลประโยชน์ ต้องศึกษาถี่ถ้วนตามที่นักวิชาการและประชาชนได้ออกมาเสนอข้อมูล เชฟรอนเลยไม่ได้ต่อสัญญาในทางเศรษฐกิจ ซึ่งเชฟรอนเป็นบริษัทใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลสหรัฐฯมาทุกรัฐบาล น่าพอใจไหมครับกรณีแบบนี้ หมายความว่าสหรัฐฯต้องพอใจยิ่งลักษณ์และทักษิณแน่ ผลประโยชน์นับแสนล้าน ผมก็ย้ำกลับไปดูเรื่องการเมืองระหว่างประเทศสิครับ เรื่องสนามบินอู่ตะเภาเป็นเรื่องใหญ่ ต้องย้ำให้ท่านผู้ชมได้ตอกย้ำอยู่ในความรู้สึกตัวเอง เรื่องที่เขาไม่พอใจมากคือเรื่องนี้ เพราะเขาอยากได้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อเป็นฐานบิน เขาขัดแย้งกับจีนและท่าทีการขัดแย้งชัดเจน ว่าพื้นที่การขัดแย้งอยู่ในทะเลจีนใต้ ซึ่งสนามบินอู่ตะเภาเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สหรัฐฯคาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากไทย และในสมัยยิ่งลักษณ์ก็เคยเซ็นไปให้แล้ว แต่ตอนที่สหรัฐฯเขามาขอไม่ได้ขอเป็นฐานทัพ เขาขอโดยการอ้างว่ามาตรวจอากาศอะไรแบบนั้น โดยสามเหล่าทัพในขณะนั้นคัดค้าน ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในนั้นด้วย และปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถามว่าสหรัฐฯจะสบายใจไหม วันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-รัสเซีย ก็แนบแน่นมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าไทยไปเข้าข้างรัสเซีย ยังดุลอยู่ ยังจับความสัมพันธ์อยู่ทั้งสองกลุ่มอยู่ ทีนี้เรากลับมาดูว่าข้อเท็จจริงสหรัฐฯเคลื่อนไหวและไปขานรับโลกล้อมประเทศของทักษิณ ชินวัตรหรือไม่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ทางฝั่งคนเสื้อแดงพูดออกมาเอง เพราะฉะนั้นในกรณีที่เกล็น เดวีส์ มาพบกับท่านรัฐมนตรีดอน เขามาขอพบนะครับบอกว่า พูดหลายเรื่อง และมาพูดเรื่องแม่จ่านิว เป็นเรื่องใหญ่สำหรับสหรัฐฯ รัฐมนตรีฯอาจจะบอกว่านัดกันมานานแล้ว แต่ทำไมต้องมาพูดเรื่องนี้ และผมย้ำว่าเขาเป็นฝ่ายมาขอพบ แสดงว่ามีจิตเจตนา มีวัตถุประสงค์ในการมาเพราะต้องการสร้างกระแสกดดันไทย ไม่มีอย่างอื่น ให้ขานรับกับลูกระนาดอื่น ๆ ที่กำลังเดินไป หรือสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองหากวันข้างหน้าต้องการที่จะจัดการอะไรกับไทย คล้าย ๆ ว่าได้เตือนแล้วกับไทย แต่ไทยไม่รับฟัง เรื่องแม่จ่านิวซึ่งชัดเจนในข้อมูลหลักฐานที่กระบวนการยุติธรรมไทยมี คุณไม่ยอมรับฟังเพราะนี่เป็นกระบวนการยุติธรรมของไทย ที่เป็นการปกป้องพระมหากษัตริย์ พระประมุขของไทย ซึ่งประเทศคุณก็แบบเดียวกัน เด็กเขียนจดหมายไปขู่ โอบามาสั่งห้ามเข้าประเทศ พูดจาให้ร้ายคุณจับเข้าคุกเหมือนกัน แล้วจะมายุ่งกับไทยเพราะคุณรับแผนมาจากอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเราก็ดูว่าไม่ใช่เกิดเรื่อง แล้วก็ขยายความไป ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็มีการประชุมคณะมนตรีเพื่อสิทธิเสรีภาพก็หยิบเอาเรื่องไทยไปพูดด้วยเหมือนกัน แม้กระทรวงการต่างประเทศจะบอกว่าไม่ได้เป็นเรื่องหนักหนา แต่ก็ต้องเห็นว่ากระแสเหล่านี้ที่เกิดขึ้นดูสอดรับขานรับกันดี ดังนั้นผมอยากจะเรียนท่านผู้ชมว่า การเคลื่อนไหวในเรื่องโลกล้อมประเทศของพวกนี้น่าสนใจ ว่าเขาทำสำเร็จในแง่ต่างประเทศ แต่ความสำเร็จนั้นไม่ใช่ความสำเร็จบนข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นความสำเร็จบนผลประโยชน์ที่พวกสหรัฐฯและทักษิณมีความลงตัวกัน และอยู่ภายใต้กลไกของล็อบบี้ยิสต์ ซึ่งชัดเจนอยู่แล้วว่ามีจริง ๆ ดังนั้น ผมจึงต้องเรียนให้คนไทยสนใจและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและผนึกกำลังกัน ทำความเข้าใจร่วมกัน ประเด็นที่เกิดขึ้นสหรัฐฯไม่ควรอย่างยิ่งเรื่องมาตรา 112 รู้ทั้งรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จงรักภักดีและยึดมั่นต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ข้อมูลในการดำเนินการในการผูกสัมพันธ์กับประเทศ ข้อมูลส่งต่อตั้งแต่ยุคไหนมาแล้ว ซีไอเอ หน่วยงานความมั่นคง เพนตากอน ความสัมพันธ์มีหมด ก็เพราะเรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง เคยยุไทยให้ไทยรบกับเวียดนาม, ลาว และเขมร ในฐานะที่เป็นคอมมิวนิสต์ ไทยต้องจัดการ สหรัฐฯพูดแบบนั้น วันนี้สหรัฐฯไปยืนกับเวียดนาม, ลาว และเขมร เพื่อไว้ต่อต้านจีน ส่วนไทยจึงกลายเป็นสิ่งที่สหรัฐฯต้องมากดดัน รู้สึกว่าไม่เข้าข้างสหรัฐแบบ เวียดนาม, ลาว แบบเขมร แต่นั่นเขามีความขัดแย้งกับจีนกันอยู่ นี่ล่ะครับพิสูจน์ แต่ในด้านกลับกัน ด้านหนึ่งที่ผมเรียกร้องคนไทย เราเห็นได้ในท่าทีอันยืนหยัดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมคิดว่าชัดเจนนะครับ ต้องปกป้องสถาบันฯเป็นเรื่องที่ให้ใครมาแตะต้องไม่ได้ ผมคิดว่าท่านก็ได้นำเสนออย่างชัดเจน และยิ่งวันก่อนรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผมคิดว่าเข้าไปในหัวใจของประชาชน กฎหมายของไทยอาจมีลักษณะไม่เป็นสากลอยู่บ้าง แต่ก็ต้องเข้าใจสภาพสังคมที่แตกต่างและต้องมีกฎเกณฑ์เฉพาะแต่ละประเทศตามความจำเป็นของประเทศนั้น ๆ ที่ผ่านมามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน การจับกุมประชาชนจำนวนมาก ไม่เห็นมีประเทศใดบอกว่า ประเทศนั้นละเมิดสิทธิมนุษยชน สำหรับประเทศไทยต้องดูสาเหตุจำเป็นต้องทำหรือบังคับใช้กฎหมาย ผมไม่ยอมให้ประเทศเกิดความไม่เรียบร้อยและต้องทำให้คนส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่ได้ จะปล่อยให้ประเทศพังไม่ได้ จึงต้องมาเจตนาเหล่านี้อย่างกฎหมายเพียงบรรทัดเดียว ต้องกล้าเผชิญและกล้าบอกสังคมโลก ว่าไทยไม่ได้ทำให้สังคมโลกเสื่อมและสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยเป็นสิ่งที่ไทยจะต้องปกป้อง ใครจะมาแตกต้องไม่ได้ ผมคิดว่านี่คือจุดยืนของรัฐบาลที่ชัดเจน และคือความเป็นจริงที่คนไทยให้การสนับสนุน คสช. และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
