"ธัมมชโย" เบี้ยว "ดีเอสไอ" อ้างป่วย - ย้ำให้สอบปากคำที่วัดเท่านั้น

ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th

 

กรณีที่ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้มีการส่งหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเปลี่ยนสถานที่แจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงิน-รับของโจร เป็นที่วัดธรรมกาย โดยให้เหตุผลว่ามีอาการป่วย ในประเด็นดังกล่าวนั้นทางดีเอสไอขอหารือก่อนตัดสินใจอนุมัติหรือไม่

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงการออกหมายเรียก พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในฐานะผู้ต้องหาคดีสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ในวันที่ 16 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นการออกหมายเรียกครั้งที่ 3 ว่า ทีมทนายวัดพระธรรมกายได้ส่งหนังสือถึงพนักงานสอบสวน ขอให้เปลี่ยนแปลงสถานที่แจ้งข้อกล่าวหา จากสำนักงาน ดีเอสไอไปเป็นที่วัดพระธรรมกาย พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ระบุว่า พระธัมมชโยอาพาธด้วยโรคเส้นเลือดดำอุดตันโคนขา จึงไม่สะดวกเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามสถานที่ที่พนักงานสอบสวนกำหนด ในหมายเรียก ทั้งนี้ได้มอบให้ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ไปพิจารณาโดยในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ จะประชุมร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อทำความเห็นว่าจะอนุมัติตามคำร้องหรือไม่

 

ด้าน นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดของพระธัมมชโย ปฏิเสธที่จะ ตอบข้อซักถามถึงการเดินทางเข้ารับทราบ ข้อกล่าวหาของพระธัมมชโย ตามกำหนดนัดของพนักงานสอบสวนในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ โดยระบุว่า ยังไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าว เพราะพระธัมมชโย ยังอาพาธอยู่ ตนไม่ทราบว่าท่านจะเลื่อน การเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พระธัมมชโย ยังมีอาการอาพาธอยู่ ส่วนจะมีผลให้ถูกออกหมายจับหรือไม่นั้น ต้องดูเงื่อนไขว่าสามารถออกหมายจับได้หรือไม่ เพราะท่านอาพาธอยู่ และไม่ได้คิดหลบหนี ซึ่งการจะออกหมายจับต้องเป็นเพราะมีเหตุจะไปยุ่งเหยิงพยาน จึงจะเป็นเงื่อนไขการออกหมายจับ แต่พระธัมมชโย ก็ยังอยู่ที่วัด ไม่ได้หลบหนีไปไหน

 

วันเดียวกัน คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2/2559 สรุปผลการดำเนินงานยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้แก่ พระธัมมชโย ผ่านศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ สถานทูต และองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ทั่วโลกโดยเนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า การที่ดีเอสไอแจ้งข้อหาต่อพระธัมมชโยว่า กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรนั้น ไม่เป็นธรรมกับผู้ที่อุปสมบทมาแล้ว 47 พรรษา และทำความดีมาทั้งชีวิต

 

พร้อมได้ตั้งข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ ได้แก่ คดีดังกล่าวเป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน, สื่อมวลชนได้รับทราบรายละเอียดของหมายเรียกเร็วผิดปกติ รวมทั้งความ ไม่ชัดเจนในการอนุญาตให้เลื่อนนัดตามหมายเรียกในตอนแรก แต่สุดท้ายกลับมีการขอออกหมายจับ

 

แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า ถึงแม้คณะศิษยานุศิษย์ จะได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมผ่านศูนย์ดำรงธรรม ทั่วประเทศ เรียบร้อยแล้วนั้น แต่สถานการณ์ ต่างๆ ยังไม่อาจจะปล่อยวางได้ จึงมีการจัดตั้ง “คณะทำงานเฉพาะกิจฯ” เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด และหากปรากฏว่า บุคคลหรือหน่วยงานใด ในกระบวนการยุติธรรม ยังคงมีความพยายามผลักดันปฏิบัติการ สิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คณะศิษยานุศิษย์ฯ จะได้พิจารณายกระดับการขอความเป็นธรรมให้พระธัมมชโย ด้วยการขอใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 สืบไป
ล่าสุด(14 พ.ค.59) ทางวัดพระธรรมกายก็มีการจัดแถลงกาศป่วยของพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธรรมชโย

 

กับกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้การออกหมายเรียกนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความพระเทพญาณมหามุณี หรือพระธัมมชโย มาให้ข้อมูลในฐานะพยาน เนื่องจากพบหลักฐานว่านายสัมพันธ์ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองชั่น ที่ได้จากการยักยอกไปซื้อหุ้น บริษัทแห่งหนึ่งและปรากฏหลักฐานว่านายสัมพันธ์ ถือหุ้นแทนนายศุภชัย

สำหรับกลุ่มคดีมีชื่อนายสัมพันธ์ ทนายความของพระธัมมชโย เข้าไปเกี่ยวข้อง และพบข้อมูลว่า มีหลักฐานการถือหุ้นแทน นายศุภชัยมี 3 คดี คือ

 

1.คดีพิเศษที่ 68/2558 รับเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558 กรณีที่พบว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้ทำการโอนเงินที่ยักยอกมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยสั่งจ่ายเช็คให้แก่นายสถาพร วัฒนาศิรินุกูล และต่อมานายสถาพรฯ ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปซื้อทรัพย์สินซึ่งเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและสังหาริมทรัพย์ (รถยนต์ ,ปืน) ในนามตนเองและในนามของบริษัท เอสดับบลิวโฮลดิ้ง กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด การกระทำของนายศุภชัยฯ และนายสถาพรฯ เข้าข่ายเป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน มูลค่าความเสียหาย จำนวนประมาณ  250 ล้านบาท


2.คดีพิเศษที่ 70/2558 รับเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2558 กรณีที่พบว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้นำเงินจำนวนหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้จากการยักยอกมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ไปซื้อทรัพย์สินซึ่งเป็นที่ดินในช่วงระหว่างปี 2552 จำนวนหลายแปลง ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ในนามตนเองและได้ถือครองกรรมสิทธิ์เรื่อยมาต่อมาเมื่อมีการร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีพิเศษที่ 164/2556
นายศุภชัยฯ ได้ขายที่ดิน จำนวน 8 แปลง ให้กับ น.ส.อลิสา อัศวโภคิน และอีก 1 แปลง ให้กับ นางวรรณา จิรกิตติ ซึ่งการกระทำของนายศุภชัยฯ เข้าข่ายเป็นความผิดฐานฟอกเงินมูลค่าความเสียหาย จำนวนประมาณ 300 ล้านบาท

 

3.คดีพิเศษที่ 99/2558 รับเป็นคดีพิเศษเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2558 กรณีที่พบว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้นำเงินจำนวน 321.4 ล้านบาท โดยสั่งจ่ายเป็นเช็ค 10 ฉบับ ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการยักยอกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ไปซื้อหุ้นของบริษัท เอ็มโฮมเอสพีวี 2 จำกัด ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดฐานฟอกเงิน มูลค่าความเสียหาย จำนวนประมาณ 320 ล้านบาท ผลการดำเนินการ

 

สำนักข่าวทีนิวส์ ได้ตรวจสอบข้อมูลของบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 ซึ่งปรากฏว่า มีชื่อ นายสัมพันธ์ เสริมชีพ  เข้าไปถือหุ้นในบริษัท กว่า 15 ล้านหุ้น

 

การตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 ตั้งแต่ ปี 2551-2556 พบว่า มีทุนจดทะเบียน 254,719,980 บาท มีผู้ถือหุ้น 6 คน ได้แก่


1.บริษัทเงินทุนทิสโก้ จำกัด มหาชน  จำนวนหุ้นที่ถือ 1 หุ้น


2.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย จำนวนหุ้นที่ถือ 1 หุ้น

3.บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินจำนวนหุ้นที่ถือ 1 หุ้น

4.นายบันลือ กองไชยจำนวนหุ้นที่ถือ 5,000,006 หุ้น

5.นายสัมพันธ์ เสริมชีพ จำนวนหุ้นที่ถือ 15,471,999 หุ้น

6.นายจำลอง ทับสุวรรณ์ จำนวนหุ้นที่ถือ 5,000,000 หุ้น