"สนธิญาณ" จวก! พฤติการณ์ "ทูตมะกัน" เข้าข่าย "ศัตรู" คนไทย เพราะฉวยโอกาสโจมตีแบบมีวาระแฝง ชี้! คนไทยควรผนึกใจต้านพฤติกรรม "เลวร้าย" เช่นนี้

ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th

 

 

 

รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2559  ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


สถาพร : เรียกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าติดตามโดยเฉพาะสิ่งที่ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ได้พูดถึงเรื่องของการที่เราจะต้องภาคภูมิใจ ที่เรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ กับการที่คุณบุญญ์พัชรเกษม เสริมวัฒนากุล อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศเขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับที่2 เขียนไปถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และตั้งคำถามง่าย ๆ ยกตัวอย่างถึงการที่เราจะอยู่ร่วมกันในครอบครัวในบ้าน แล้วเป็นคนนอกมายุ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ น่าสนใจมากครับ

 

สนธิญาณ : การเกิดขึ้นในเหตุการณ์ที่เกล็น เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ขอเข้าพบคุณ ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ไม่ใช่คุณดอนหรือกระทรวงการต่างประเทศไปเชิญทูตสหรัฐฯมาพบ การขอเข้าพบกับการเชิญมาพบแตกต่างกันตรงที่ถ้าหากขอพบแสดงว่ามีเจตนาหรือเรื่องราวที่อยากจะหารือแลกเปลี่ยน ถ้าเราเชิญเขามาแสดงว่าเราเป็นฝ่ายอยากจะพูดหรือหารือ ขอแลกเปลี่ยน ว่าใครมีเจตนาอยากมาพูด เมื่อเกล็น เดวีส์มาพบและพูดคุยเจรจาความเมืองกับท่านรัฐมนตรีดอนแล้ว เมื่อออกมาแล้วเกล็น เดวีส์ก็ควักเอกสารมาแถลงในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนของไทย และก็พูดถึงมาตรา112 การเตรียมเอกสารมาอ่านในเชิงแถลงข่าวและแจกจ่ายเอกสารนี้ไปยังผู้สื่อข่าวแปลว่า เกล็น เดวีส์ ได้เตรียมเอาเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนพบและทำเอกสารมาก่อนหน้าแล้ว มีการเตรียมตัวในการที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นข่าว ก็เพราะว่า หลังจากที่เกล็น เดวีส์พูดจบ รัฐมนตรีดอนบอกว่าไม่ได้มีการหารือหรือพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แบบนี้เลวไหมครับ คือฉวยโอกาสและใช้สถานการณ์อย่างนี้มาพูดในเรื่องที่ไม่ได้หารือกัน และสิ่งที่เป็นประเด็นแถลงและพูดต่อสื่อมวลชนเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเสียหาย แสดงว่า สหรัฐฯมีเผยการหรืออยู่ในส่วนหนึ่งของแผนการในครั้งนี้ แต่ถ้าทูตจะกระทำแบบนี้น่าจะแสดงว่า ทางการสหรัฐฯเห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องมีการตำหนิและเรียกกลับ เพราะถือว่า กำลังก้าวล่วงประเทศไทย ก็ดูต่อไปว่าการออกมาแถลงของเกล็น เดวีส์ ไปสัมพันธ์กับการประชุมยูพีอาร์ที่เจนีวา ซึ่งมีประเด็นมากมายที่พูดถึงเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยไม่ได้พูดถึงประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่พูดถึงหลายประเทศที่มีประเด็น และประเด็นของประเทศไม่ใช่เรื่องของแม่จ่านิวเท่านั้น มีเรื่องการค้ามนุษย์และเรื่องอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นและถูกตีความหมายว่าแบบนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เรียงเป็นเรื่องยาว ปรากฏว่าปลัดกระทรวงยุติธรรมก็ทำการชี้แจงจนนานาชาติเห็นและยอมรับเชื่อถือในสิ่งที่ประเทศไทยได้ทำไปจนถึงขั้นชื่นชม ปรากฏว่าสื่อทั้งหลายไม่ได้หยิบเอาเรื่องนี้มาขยาย คุณสมชาย แสวงการ เอาเรื่องนี้มาขยายให้เราฟัง การที่ยูพีอาร์ประชุมกัน ความจริงจะเป็นบริษัทล็อบบี้ยิสต์พยายามทำกันทำให้ประเทศไทยเสียหาย เพื่อจะได้เกิดกระแสของการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้เกิดกระแสขึ้นในช่วงระยะเวลาหลัง แล้วทูตสหรัฐก็เข้ามาซ้ำเติมในห้วงเวลานี้ เพื่อให้ลูกคลื่นรับกันเป็นทอด ๆ ให้กระแสเหล่านี้กระจายไปทั่วทั้งโลก ให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ในจุดแย่แล้วจริง ๆ ถึงบอกนะครับ ว่าทูตสหรัฐฯเลว คือถ้าจะมาพูดว่าเจตนามาหารือ นี่เพียงแต่จะมาเอาสถานการณ์เอาสถานการณ์มาหารือกับรัฐมนตรีดอนมาเป็นกระแส มาสร้างกระขึ้นเพื่อที่จะรับแผนของทักษิณใช่หรือไม่ คำถามแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตั้งแต่ทูตคนก่อนมาจนถึงทูตคนปัจจุบัน ลงไปพบปะกับ นปช. กับคนเสื้อแดง ทำมากันเป็นปกติ ถ้าจะทำเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก มาดูว่าหลังจากที่สถานการณ์เกิดขึ้นเป้นอย่างไร แน่นอนครับคนไทยได้แสดงอาการไม่พอใจอย่างชัดเจน ผมเรียนท่านผู้ชมได้เลยว่า จดหมายและข่าวสารพวกนี้กระจายออกไปอย่างกว้างขวางผู้คนเชียร์ข่าวสารนี้เป็นแสน

 

สถาพร : พูดได้ว่าในโซเชียลมีการแชร์กันไปจำนวนมาก แต่ในสื่อหลักยังไม่มีการนำเสนอนี้

 

สนธิญาณ : ภายใต้ระยะเวลาอันรวดเร็ว นั่นแสดงถึงความรู้สึกของคนไทยที่มีความรู้สึกแบบนั้น แต่ก็มีคนที่เห็นด้วยกับทูตเกล็น เดวีส์ ก็มี ผมใช้คำว่าพูดถึงข่าวสารที่สวนไปเยอะ นักวิชาการหลายคนก็บอกว่าเกล็น เดวีส์ ชั้นเชิงทางการทูตสูงสรรเสริญเยินยอ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ก็มาแบบเดียวกันบอกว่าเป็นชั้นเชิงทางการทูตเพื่อที่จะรักษาประชาธิปไตย พูดว่าแบบนี้รัฐมนตรีดอนไปเชิญเขามาพบ เนื่องจากว่ามีเจ้าหน้าที่ทูตของสหรัฐออกมาพูดเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ผมก็คิดว่าดีที่คุณสุรพงษ์ออกมาพูดเพราะว่า คนไทยจะได้แยกแยะสภาพความเป็นจริงให้รู้ว่า ใครฝ่ายไหนคิดอะไรอย่างไร ไม่ใช่ว่าให้บ้านเมืองเลือกข้างแต่เห็นชัดว่าสิ่งที่สหรัฐฯทำกับไทย เป็นสิ่งที่เกินเลยแล้วจริง ๆ ผมถึงได้เรียนท่านผู้ชมมาตลอดว่า ความหมายของคำว่า "มหามิตร" นั่นเป็นอดีต วันนี้ต้องเรียกว่า "มหาศัตรู" ดีกว่าเพราะสิ่งที่ทำพยายามก่อปัญหาให้ประเทศไทย ในสถานการณ์บ้านของตัวเอง การปราบปรามประชาชนของตัวเอง นั่นก็เป็นเรื่องที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่ไม่มีการพูดถึง ตัวเองมาตั้งคุกอยู่ตามต่างประเทศต่าง ๆ ให้ซีไอเอจับคนร้ายมาขังสอบสวนโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม บุกบ้านเมืองเขาเห็นได้ชัดครับว่า สหรัฐฯไม่เคยใส่ใจหรือแยแส ฉะนั้นสิ่งที่ทำมาทั้งสิ้นไม่ได้แสดงออกด้วยความปรารถนาดีเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องความจริงใจ ซึ่งเป็นอยู่ในเกมการเมืองของเขา ต้องการกดดันไทยเพื่อทำให้ทักษิณกลับมามีอำนาจเพื่อให้ตอบสนองนอโยบายสหรัฐฯ ในขณะที่รัฐปัจจุบันของไทยไม่ตอบสนองนโยบายของเขา เขาคิดว่ากองทัพไม่ตอบสนองนโยบายก็มาก็มาตามโทนเดียวกับที่คนจำนวนหนึ่งพยายามเผยแพร่ข่าวสารเพื่อเชื่อมโยงกับสถาบันระดับสูงของประเทศ นี่คือที่มีทั้งสิ้นของเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจำเป็นในเวลานี้ที่คนไทยเราจะต้องผนึกกำลังกัน ไม่ใช่ไปต่อสู้หรือต่อต้าน แต่เผยแพร่ความจริงเหล่านี้ ให้ปรากฏว่าวันนี้สหรัฐฯไม่ใช่มิตรประเทศ เป็นคนที่จ้องทำร้ายทำลายบ้านเมืองของเราเสียด้วยซ้ำ