- 18 พ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัททีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สถาพร : เมื่อวานนี้เรียบร้อยโรงเรียนธรรมกายไปสำหรับเรื่องของพระธัมมชโย เมื่อวานนี้ศาลอาญาก็ออกหมายจับกันไปเรียบร้อยแล้วครับ
สนธิญาณ : เหมือนกับที่ผมเคยเรียนกับท่านผู้ชมไว้ว่าตั้งแต่ ดีเอสไอได้มีมติครั้งแรกที่จะหมายเรียกให้พระธัมมชโยมารับทราบข้อกล่าวหา ณ เวลานั้นขบวนการขั้นตอนยุติธรรมได้เริ่มทำงานแล้ว ไม่ว่าจะมีความพยายามใด ๆ หรือว่าจะเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดก็ตามแต่ ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมก็ต้องเดินไป มีหมายเรียกครั้งที่ 1 ยังไม่มาก็มีหมายเรียกครั้งที่ 2 ถ้าไม่มาก็ต้องออกหมายจับ การออกหมายจับก็เป็นหน้าที่ของศาลที่จะดำเนินการ ดีเอสไอในฐานะพนักงานสอบสวนก็จะเป็นผู้ที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะไปเสนอต่อศาลและทนายของฝ่ายผู้ต้องหา ก็มีหน้าที่ที่ต้องไปแก้ต่างว่าในความจะเป็นและเหตุผลจริง ๆ ที่ไม่สามารถไปรับฟังข้อหาตามหมายเรียกได้มาจากเหตุผลอะไรก็ว่ากันไป หลังจากที่ดำเนินการมาจนดีเอสไปไปขอหมายจับเมื่อครั้งที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าศาลไม่อนุญาต ซึ่งผมต้องเรียนไม่ว่าแฟนข่าวทีนิวส์ไม่ว่าจะฝ่ายชอบหรือไม่ชอบพระธัมมชโยก็ตามแต่ อย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งจะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม สิ่งไหนที่เดินไปตามกระบวนการยุติธรรม เราก็ต้องเคารพและนำพาการต่อสู้ไปอยู่ในกระบวนการ เมื่อศาลไม่ออกบางคนก็ไปนั่นวิจารณ์โวยวายกันไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หลังจากครั้งนั้นไม่ได้ เขาก็ต้องมาหมายเรื่องอีก เพราะอย่างไรก็ตามแต่ เมื่อพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนมีชัดว่าเป็นผู้ต้องหาอย่างไรก็ต้องมารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อที่จะเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมว่า พนักงานสอบสวนก็ได้ดำเนินการและส่งเรื่องให้อัยการแล้วอัยการก็พิจารณาอีกว่าจะฟ้องหรือไม่ แล้วอัยการก็จะต้องส่งขึ้นฟ้องถ้าเห็นว่าฟ้อง ถ้าเห็นว่าไม่ฟ้องก็ส่งกลับให้พนักงานสอบสวนให้หาหลักฐานเพิ่มเติม ก็อยู่กระบวนการยุติธรรมวิธีพิจารณาอาญาทั้งสิ้น เป็นเรื่องปกติทั้งสิ้น การพาดหัวของสื่อหรือการให้ความสำคัญของสื่อก็อยู่ที่ตัวบุคคลว่า ออกหมายจับแล้วนะก็เป็นอย่างนี้ แต่ที่ต้องเรียนให้แฟนข่าวทีนิวส์ทราบเพราะจะได้เข้าใจกันว่าเข้าสู่ขั้นตอนแล้ว ตอนนี้ออกหมายจับแล้วสิ่งที่ต้องติดตามมาคือเรื่องยุ่งคือ กลับมาดูข้อเท็จจริงทางฟากฝั่งของวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยได้แสดงให้เห็นว่ายังไม่ยินยอมแต่ไม่ได้ขัดขืน ยังไม่ยินยอมพร้อมใจเสียทีเดียวต้องกลับมาดูอย่างนี้ว่า ไม่ใช่เพราะพระธัมมชโยจะไม่รับทราบข้อกล่าวหา ท่านขอให้ดีเอสไอเอาหมายไปให้เซ็นจะรับทราบข้อกล่าวหาที่วัด นี่้ต้องให้ความเป็นธรรมด้วยนะครับ อยากให้เอาไปที่วัดเพราะท่านไม่สบายไม่สะดวกเรื่องการเดินทาง ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องของลูกศิษย์ท่านเองก็จะรับทราบหรือไม่ แต่หลักการใหญ่ ๆ ก็คือผู้คนจะเห็นแล้วก็เข้าใจว่าทำให้เสื่อมเสียต่อท่านที่เดินทางมาดีเอสไอมารับทราบข้อกล่าวหา เขามีการพิมพ์ลายมือชื่อด้วยนะครับ ภาพปรากฏออกมาก็จะทำให้สิ่งที่เกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งคือความศรัทธา ความเชื่อมั่น จะกระทบกระเทือนใจในส่วนนี้ เป็นหลักอันสำคัญที่ทำให้ลูกศิษย์พยายามยื้อไม่ให้ท่านมารับข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอ เพราะท่านป่วย ภาพที่ออกมาเผยแพร่ไม่รู้ออกมาจากไหน อาจจะพอไปทำบุญก็บอกว่าไม่ได้ป่วยก็ยังยืนให้พรอยู่ได้ สรุปเรื่องคดีพระธัมมชโยที่จะต้องติดตามต่อไปก็คือว่า จะไปจับอย่างไรหลังจากนี้ นี่เป็นคำถามสำคัญ เป็นประเด็นที่ต้องติดตามสาระสำคัญอยู่ตรงนี้จะไปจับอย่างไรคือรู้หลังถิ่นฐานว่าพระธัมมชโยอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ไปจับกุมไปจับมาแล้วที่วัดแล้วมาที่ดีเอสไอหรือว่าถือเป็นผู้ขัดขืนหลบหนีจับแล้วต้องไปขังไหมแล้วประกันตัวเลยไม เพราะว่าถือว่าขัดขืนหมายเรียก หรือทางทนายเขาต้องเตรียมการ ไม่ได้ขัดขืนแต่ไม่สบายนอนอยู่ที่วัด จะมาก็มาจะทำอะไรก็ทำ เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แต่สาระสำคัญจะนำพาไปสู่แรงเหวี่ยงของความไม่พอใจของลูกศิษย์ ฉะนั้นการเคลื่อนไหวไปที่ ปปช. การเดินไปที่ศูนย์ดำรงธรรมหรืออย่างหนึ่งอย่างใดที่ดำเนินการก็เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินการของลูกศิษย์ ก็ต้องดูว่าต่อไปจะแรงขึ้นหรือเดินไปอย่างไรต่อไป ก็ต้องเฝ้ารอกันด้วยใจระทึก
สถาพร : 9 โมงนี้ก็จะมีการแถลงจากลูกศิษย์ด้วยครับ ต้องติดตามกัน
สนธิญาณ : ประเดี๋ยวดีเอสไอก็พูดว่าต้องทำอย่างไร ท่านรู้อยู่แล้วท่านอยู่ในวัด มีหมายออกมาก็ต้องดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ลูกศิษย์ก็ต้องทำอะไรที่ต้องรักษาความศรัทธาของพระธัมมชโยเอาไว้เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
