"สนธิญาณ" ฟันธง! 7 ส.ค.ผลประชามติรธน. "ผ่านแน่" เพราะปชช.เบื่อนักการเมืองโกงกิน-ลุแก่อำนาจ จนบ้านเมืองวิกฤติใกล้ล่มจม

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

 รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2559  ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


สถาพร : สถานการณ์การเมืองเรียกว่ามีความน่าสนใจมากอย่างยิ่ง เพราะว่าใกล้ที่จะมีการลงประชามติกำหนดกันเอาไว้วันที่ 7 ส.ค. นี้ แน่นอนว่าบรรดาโพลต่าง ๆ ออกมาสำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่ของคนไทยว่าคิดเห็นอย่างไร เป็นการสะท้อนในมุมหนึ่งไม่ได้เป็นความคิดเห็นของคนไทยทั้งหมด วันนี้พี่ต้อยจะมาพูดเรื่องดังกล่าวกัน

 

สนธิญาณ : ถึงนาทีนี้เราต้องนับถอยหลังได้แล้ว

 

สถาพร : เหลือไม่ถึงเดือนแล้ว

 

สนธิญาณ : 23 วัน นับจากนี้ไปเป็นห้วงแห่งวันเวลาที่จะได้รู้กันว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับอาจารย์มีชัยจะผ่านหรือไม่ ทีนี้เวลาพูดว่าจะได้รู้กันว่าดูท้าทายอย่างไรไม่รู้ แต่ผมเรียนว่าไม่ได้เป็นการท้าทายแต่เหมือนเป็นกึ่งเดิมพันอยู่กลาย ๆ จากฝั่งของ นปช. และผู้ที่ไม่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านก็มีเหตุผลแปลก ๆ อยู่ครับ ที่ไม่ต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่านก็เพราะว่า ต้องการจะฉีกหน้า คสช. พูดง่าย ๆ แบบนี้นะครับ ต้องการที่จะไปป่าวประกาศหรือขยายความต่อว่า เห็นไหมประชาชนคนไทยไม่รับไม่เอา ยังหน้าด้านอยู่อีกหรือจะออกมาแบบนี้

 

สถาพร : คือจะเอาไว้สร้างเงื่อนไขต่อเนื่อง

 

สนธิญาณ : ก็จะออกมาในมุมแบบนั้น ทีนี้พอเป็นแบบนี้ฝั่งของ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ก็พูดชัดว่าไม่เกี่ยวกับผมเป็นเรื่องของประชาชนคนไทยที่กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ร่างออกมา ถ้าคนไทยไม่รับก็เป็นเรื่องของคนไทย ผมก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทีนี้ถ้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยหลักข้อเท็จจริงถ้าผมเป็น คสช. ถ้าไม่ผ่านเป็นผมก็ชอบนะครับ เพราะว่า อย่าลืมว่า คสช. หรือแม่น้ำสี่สายเสนอรัฐธรรมนูญไป 4-5 ประเด็นเมื่อวันก่อน

 

สถาพร : ที่ส่งไปว่าจะเอาแบบนี้ แต่ไม่ได้ ถ้าอยู่ต่อก็ได้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเอง

 

สนธิญาณ : ถ้าไม่ผ่านรัฐธรรมนูญก็ได้ร่างใหม่เอง สิ่งที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญให้มาบางส่วน คือต้องพูดว่าไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่ คสช. เขาคิดว่าจะทำอะไรให้กับบ้านเมืองต่อ เพราะถ้าไม่ผ่าน ถ้าผมเป็นพล.อ.ประยุทธ์ผมก็คงจะดีใจเพราะว่าจะได้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดเลยจะได้รู้แล้วรู้รอดไป ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านสิ่งที่ต้องทำก็คือการเลือกตั้ง เพราะว่าพล.อ.ประยุทธ์ก็รับปากแล้ว แต่ถ้าไม่ผ่านตอนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บอกแล้วว่าไม่เหมือนกับรัฐธรรมนูญปี 2550 นะครับ ตอนนั้นระบุวันเวลา Road Map ไว้ชัดเจนเลย แต่ว่าเที่ยวนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ คสช. จะอยู่ยาวเท่าไหร่ก็ได้ นี่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดก่อน ว่าถ้าผมเป็น คสช. แน่นอนไม่ผ่านจะผ่านก็เป็นแบบนั้น แต่ว่าในข้อเท็จจริงถ้าผ่านก็จะเห็นเหมือนกันว่าที่ผ่านเพราะคนรักคนชอบ คสช. เหมือนกันนะครับ ไม่ใช่เพราะชอบร่างรัฐธรรมนูญหรอกนะครับ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญก็มีประกอบเหมือนกัน คือฝ่ายที่ชอบตอนนี้ก็สร้างกระแสมาในจุดหนึ่งที่น่าสนใจ ผมเรียนเลยฝ่ายจะรับก็มีการสร้างกระแสนะครับไม่ใช่ไม่ทำ แต่กระแสนั้นเป็นกระแสที่สวนทางกันกับกระแสทางฟากฝั่งของผู้ที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญคือ นปช. และพรรคเพื่อไทย เขาบอกว่าไม่รับหรอกเพราะไม่เป็นประชาธิปไตย จำกัดสิทธิ์ เรื่องหลักก็คือการไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวเขาบอกว่าไม่ใช่อย่างนั้น รัฐธรรมนูญถ้านักการเมืองไม่ชอบแสดงว่าต้องมีดีอะไรอย่างหนึ่งแล้ว มามุกง่าย ๆ เลย หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือสร้างเบิ้ลสองเข้ามา รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง เอาล่ะครับ อันนี้เป็นประเด็นใหญ่เป็นหัวใจใหญ่ของคนไทยที่รู้สึกตลอดมาว่านักการเมืองทำร้ายประเทศด้วยการคอร์รัปชัน และเป็นความรู้สึกที่อยู่บนข้อเท็จจริง ผมจะไปโต้วาทีหรือพูดกับที่ไหนก็ได้ จะมาดูท้าทายกับนักการเมืองทั้งหลายว่าตอนที่มาทำงานก่อนทำงานการเมืองไม่รวย ทุกวันนี้รวยขึ้นมีบ้านใหญ่โตขึ้นมาจากอะไร เงินเดือนพอให้มีบ้านขนาดนี้เลยหรือ ทำธุรกิจอะไรบ้าง ส่วนโกงอย่างนั้นต้องสาธยายเยอะเดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง แต่รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงนั้นโดนใจคน

 

สถาพร : โดนใจประชาชนแล้ว

 

สนธิญาณ : ก็มาดูโพลทั้งหลาย วัดจากกระแสของโพลก็เห็นบางมุมบางประเด็นอยู่ไล่เรียงมาตั้งแต่มาสเตอร์โพลในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมา คือมาสเตอร์โพลเป็นโพลที่ใช้สำรวจระดับผู้นำชุมชน แกนนำชุมชน เขาก็ออกไปสำรวจโดยชุมชนทั่วประเทศ 1,104 ชุมชน จาก 26 จังหวัด มีกรุงเทพฯและก็สุ่มไปทุกภาค ทำไปเมื่อวันที่ 1 - 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ข้อมูลน่าสนใจบอกว่าแกนนำบอกว่า ร้อยละ 97 ว่าวันที่ 7 ส.ค. จะมีการลงประชามติ ส่วนร้อยละ 96 บอกว่าทราบจากรายการเดินหน้าประเทศไทย ร้อยละ 85 ระบุว่าทราบจากรายการคืนความสุขให้คนในชาติ แสดงว่าฟังพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อสอบถามถึงโอกาสการอ่านการติดตาม 2 ใน 3 เคยอ่านมาบ้าง มากกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ทำใหม่สิ แต่ในขณะที่ร้อยละ 7.8 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 69.2 เห็นว่าผ่านในการลงประชามติครั้งนี้ ขณะที่ร้อยละ 6 บอกว่าไม่ผ่าน สัดส่วนน่าสนใจ และคิดว่าข้อมูลนี้เพียงพอในการตัดสินใจ ร้อยละ 70 ก็บอกแล้วว่าน่าสนใจ หลักใหญ่ ๆ ใจความก็คือผ่านถ้าดูจากมาสเตอร์โพล

 

สถาพร : มีอีกนิดนึงผมว่าน่าสนใจเหมือนกัน คือแกนนำชุมชนร้อยละ 91.7 บอกว่าจะรับ

 

สนธิญาณ : รับกับคิดว่าผ่านคนละประเด็นนะครับ แต่ว่าสำหรับแกนนำเขาบอกว่ารับ ตามที่ถาขยายความเหมือนกี่ยิ่งเห็นชัดขึ้น มาดูต่อว่าโพลของนิด้า 1,500 ตัวอย่าง ร้อยละ 64.94 ยังไม่ตัดสินใจ ฟังแบบนี้ฝ่าย นปช. ก็คงจะเฮ

 

สถาพร : อาจจะยังมีความหวังเล็ก ๆ

 

สนธิญาณ : ไม่เล็กครับ ที่ยังไม่ตัดสินใจ คือ คนส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจ ฉะนั้นอาจจะไม่รับ แต่ไปดูครับว่าที่ตัดสินใจรับร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 26 ไม่รับ ร้อยละ 6 รับ ต่างกัน 4 เท่าตัว

 

สถาพร : เกิดคนที่ไม่ตัดสินใจแค่ว่าครึ่งนึง คิดว่ารับ

 

สนธิญาณ : ครึ่งกับครึ่ง ฝ่ายรับก็ชนะแล้ว ฉะนั้นดูจากนิด้าก็แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มฝ่ายรับก็ชนะ ทีนี้ต้องมาดูสนธิญาณโพลบ้าง ไม่สามารถจะเป็นทางวิชาการได้แต่คิดว่าแม่นเหมือนกัน เป็นหลักการที่มาจากการชุมนุมของมวลมหาประชาชนเอามาวัด ตอนที่เขาออกมาชุมนุมกัน 4 - 5 ล้านคน เป็นสิ่งที่ในชีวิตผมไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ ผมเรียนกับท่านผู้ชมว่าผมเหมือนกับน้อง ๆ ในกลุ่มประชาธิปไตยใหม่เมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา เป็นนักศึกษาที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาตลอด จะเห็นได้ว่าผมไม่เคยไปแตะต้องหรือว่ากล่าวด่าเด็กเหล่านี้ เพียงแต่ให้สติเท่านั้นไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มการเมือง สมัยผมตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคอมมิวนิสต์ ตกด้วยความบริสุทธิ์ใจจากปัญญาที่ยังน้อยอยู่ คิดว่าประเทศคิดว่ามีมุมเดียวประชาธิปไตย แต่คอมมิวนิสต์ไม่สอนให้เป็นประชาธิปไตย สอนให้เป็นทางออกมาจากทุน จากศักดินา ไม่คิดเป็นอื่นแล้ว ทีนี้คนที่ออกมา 4 - 5 ล้านคน คนเหล่านี้ไม่เคยไปสนใจการเมืองมาก่อนเลยนะครับ ในความรู้สึกนั้นมาจากการเบื่อระบอบทักษิณ ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์เคลื่อนไหวอยู่ ก็ดูเหมือนว่าเชียร์พรรคนั้นอยู่แต่ความจริงไม่ใช่ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ออกมามีความเห็นแย้งหรือบางประเด็นที่แบบขัดกัน บอกได้เลยว่าชาวบ้านปฏิเสธทันที ผมกล้าพูดแบบนี้ ทั้งคนที่ออกมาชุมนุม 5 ล้าน และชาวบ้านที่ไม่สนใจการเมือง พรรคการเมืองอาจจะบอกว่าเขามาเลือกตั้งเยอะแยะ ผมจะบอกว่าเขามาขับเคลื่อนหัวคะแนน ที่มาวัดกันอย่างนั้นเงินทองระดมเข้าไปเป็นหมื่นล้านจากทุกพรรค ถึงออกมา 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่เหมือนกับการทำประชามติซึ่งไม่มีพรรคไหนไปใช้เงิน ซึ่งแน่นอนว่าพรรคเพื่อไทยใช้เงินไปนิดหน่อยในแง่ของการจัดการไม่ไปซื้อเสียง เพราะฉะนั้นนี่ผมเรียนได้เลยว่าเป็นตัวชี้ว่าฝ่ายรับมาแน่ เพราะคนที่เป็นกลาง คนที่เบื่อ ไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายเขาจะออกมาเพื่อแสดงความเห็นในการเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้ง ๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะไม่ต้องการด้วยซ้ำไปเพราะถ้ารัฐธรรมนูญก็ได้ร่างใหม่เอง ทั้งหลายก็เป็นแบบนี้ ฉะนั้นอีก 23 วัน ฟันธงว่าผ่าน

 

สถาพร : ตอนนี้ฝั่ง นปช. พยายามจะหักหน้า คสช. แต่อย่าลืมว่ามีประชาชนก็จะหักหน้า นปช. เช่นกัน

 

สนธิญาณ : ถาใช้ศัพท์นี้ผมว่าดีครับ จะมีจำนวนหนึ่งที่ออกมาด้วยกระแสแบบนี้