"สนธิญาณ" ชี้!  กรณีซื้อตำแหน่ง "สารวัตร" 7แสนบาท สะท้อนความจริงของ "สตช" พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเดินหน้าปฏิรูปให้ประชาชนวางใจ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม 2559  ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
 


สถาพร : ก่อนหน้านี้ทางพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ที่เกี่ยวข้องรายคนยืนยันมาโดยตลอดว่าในการย้ายตำแหน่งหรือปรับตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีการซื้อขายตำแหน่งกันอย่างแน่นอน ล่าสุดมีการเรียกรับเงินในกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น เรื่องนี้มีลับลมคนในเหตุอะไรที่ต้องติดตามกันต่อไหมครับ

 

สนธิญาณ : ต้องเรียนถามท่านผู้ชมแฟนข่าวทีนิวส์ทั้งหลายว่า เชื่อหรือไม่ว่ามีการวิ่งเต้นโยกย้ายตำแหน่งด้วยการจ่ายเงินในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถามท่านผู้ชมขอความเห็นหน่อยครับ ดูโพลของท่านผู้ชม ข่าวนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ว่า ไม่ไปถึงตัวตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เป็นเรื่องระดับร้อยตำรวจเอกว่ากันเองต้องทวนข่าวให้ท่านผู้ชมได้เข้าใจกันหน่อย เรื่องนี้เป็นกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างร.ต.อ.ชายชาญ เย็นสุข กับ ร.ต.อ.ชนินทร์ธัช รัตน์ชิโนตรัย อายุน่าจะเท่ากัน สองคนนี้เป็นร้อยตำรวจเอกมีข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า น่าจะเป็นนายทหารสัญญาบัตรที่เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาจากนักเรียนโรงเรียนนายสิบ คือมาจากความเป็นชั้นประทวน เพราะถ้านักเรียนนายร้อยตำรวจแปบเดียวอายุ 30 ปี ก็ได้เป็นร้อยตำรวจ นี่คือความแตกต่างกัน ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันแล้วมาเรียกรับเงินกัน ซึ่งการเรียกรับเงิน ร.ต.อ.ชนินทร์ธัช เป็นผู้ที่อ้างตนว่ารู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรืออยู่ใกล้กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มีข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อาจจะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ ต้องมีเรื่องที่เคยเกิดขึ้นหรือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในวงการตำรวจหรือในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าไม่มีเลยทุกคนโยกย้ายตำแหน่งกันด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ก็มีคำถามว่าแล้วถ้าเป็นอย่างนั้น ร.ต.อ.ชายชาญ จะไปเชื่อถือ ร.ต.อ.ชนินทร์ธัช ได้อย่างไร ก็เป็นเพื่อนนักเรียนนายสิบได้อย่างไร ในเมื่ออีกคนก็เป็นเพื่อนของเรา เพราะฉะนั้นมีข้อเท็จจริงที่เป็นสิ่งปฏิบัติ คือ น่าจะมีพฤติกรรมแบบนี้เป็นเรื่องปกติในสำนักงานตำรวจแห่งชาติใช่หรือไม่ เมื่อสองคนนี้มีการคุยกันจึงเกิดความเชื่อไปโดยปริยายว่าเป็นจริงแบบนี้ ก็ต้องพูดว่าจากตำแหน่งรองสารวัตรขึ้นสารวัตร 700,000 บาท ก็ถือว่าถูกนะครับ ตามข่าวคราวจากที่มีอยู่ แต่ปรากฏว่าไม่ได้ พฤติกรรมก็มีการมาแจ้งว่ามีรายชื่อแล้ว แล้วผมก็ให้ความเป็นธรรมอีกว่า ตำรวจออกไม่ได้ยุ่งกับเรื่องโยกย้ายคนนั้นนี้นั่นแหละ แก้ชื่อกันไปร้อยแปดพันเก้า ส่วนจะแก้เพราะการรับเงินหรือไม่นั้นไม่รู้ ซึ่งทำให้ย้ายไม่ได้อยู่เป็นข้ามปีแบบนี้ กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างว่าสะท้อนอะไรบางอย่างในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้า สตช. ไม่เคยมีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งมาเลย วันหนึ่งมีคนบอกว่าเอาเงินมาให้เราสิเราจะไปโยกย้ายให้ นี่จะให้ไปหรือครับ

 

สถาพร : คงไม่มีใครให้

 

สนธิญาณ : ไม่มีใครให้หรอกครับ หากไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้

 

สถาพร : ถ้าไม่เคยปรากฏมาก่อน

 

สนธิญาณ : ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตอนนี้กำลังมุ่งเน้นพุ่งเป้าไปที่เรื่องการปฏิรูปตำรวจ

 

สถาพร : ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคนไทยเรียกร้องกันอยู่

 

สนธิญาณ : รออยู่เลยครับ ถือเป็นเรื่องหลักสำคัญเรื่องหนึ่งที่ประชาชนรออยู่ และมีข่าวว่าจะปฏิรูป ผมว่ากรณีนี้เป็นตัวอย่างที่จะต้องสะท้อนให้เห็นเพราะว่าท่านจะบอกว่า รอหลักฐาน ตอนนี้หลักฐานระหว่าง ร.ต.อ.ชายชาญ และร.ต.อ.ชนินทร์ธัช ก็ไปไม่ถึงผู้ใหญ่หรอกครับ เพราะเป็นแค่ระดับ ร.ต.อ. ด้วยกัน ชายชาญก็แค่อยากจะย้ายและชนินทร์ธัชก็จะย้ายให้ พฤติกรรมอยู่ที่พอพนักงานสอบสวนเรียก ร.ต.อ.ชนินทร์ธัชให้มาก็มานะครับ เอาเงินมาคืนด้วยและบอกว่าไม่มีผู้ใหญ่คนไหนเกี่ยวข้อง ตัดตอนไปเรียบร้อย หรือถ้าไม่ตัดตอนก็คือให้ความเป็นธรรมกับผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง แต่มาหลอกเพื่อนเอง ถ้าหลอกเพื่อนตัวเองและรู้ว่าย้ายไม่ได้แล้วจะมาหลอกทำไม ในเมื่อย้ายไม่ได้ความลับก็ต้องแตก แล้วเขาจะทำไปทำไมครับ ไปดูคดีที่เป็นประวัติศาสตร์คดีหนึ่ง เกิดขึ้นที่สิงห์บุรี ปรากฏว่า มีคนร้ายไปปล้นรถขนเงินของธนาคารกสิกรไทย ผมจะทวนเรื่องให้ฟัง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้วและเป็นข่าวที่ใหญ่โตมาก คนร้ายทั้งหมดมีอยู่ 7 คน จับได้ 3 คน คนร้ายประกอบด้วย พ.ต.อ. พิจิตร กรมประสิทธิ์ ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร, ส.ต.อ.นารายณ์ ทิพย์ปรีชาธร ผบ.หมู่งานสืบสวน จ.นครสวรรค์ ปรากฏว่าจากการสืบสาวรายเรื่องน่าจะเกิดจากที่ พ.ต.อ. พิจิตร นั้นไม่มีเงินในการวิ่งเต้นหาเงินจำนวนหลายล้านขึ้นตำแหน่ง ซึ่งไปยืมจากคนอื่นมาแล้ว ปรากฏว่าเมื่อเอามาแล้วต้องการที่จะเลื่อนตำแหน่งเป็นผกก. ในจำนวนเงินเหมือนที่เขาว่ากัน ว่ามีทำเลเกรด A, B, C แบ่งตามสภาพเศรษฐกิจ ที่บอกว่าจะมีรายได้อย่างนั้นนี้ เขาบอกว่า พ.ต.อ. พิจิตร ก็ได้แต่มาได้ที่ไทรงาม จึงทำให้มีรายได้ไม่เข้าเป้าก็ถูกทวงเงิน หลังจากนั้นไม่รู้จะทำอย่างไรก็ไปปล้นรถขนเงินอนาคตราชการก็เสียไป นับอนาครทางราชการอย่างเดียวไม่ได้ ลูก-ภรรยาครอบครัวพังหายไป ข้อสรุปที่แท้จริงที่ผมคิดว่าวันนี้ สตช. คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ โปรดได้ตระหนักถึงความจริงวันนี้ ว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เป็นปัญหาหลักของ สตช. ในงานบริหารจัดการและทำให้ไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของเงินเดือนอันได้จ่ายภาษี เรื่องการวิ่งเต้นโยกย้ายและการซื้อขายตำแหน่ง เป็นประเด็นที่จะต้องกลับมาใคร่ครวญและทบทวนพิจารณาอย่างยิ่ง โพลออกมาร้อยละร้อย ถามไปผมก็รู้แล้วว่าต้องออกมาเป็นแบบนั้น เพราะทุกคนสัมผัสและเห็นเข้าใจได้อยู่ว่าอะไรเป็นอะไร เพราะฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งได้รับความไว้เนื้อชื่อใจเชื่อถือจากประชาชนและอย่างสูงยิ่ง และมีรายงานข่าวว่าท่านเตรียมการเรื่องนี้อยู่ ต้องนำพาไปสู่การปฏิรูป สตช. และการปฏิรูปดังกล่าวจะเป็นการปฏิรูปโดยมุ่งเน้นมาในการจัดโครงสร้าง สตช. ซึ่งมีขนาดย่อยเล็ก สถานการณ์ย้ายคร่อมกันไปมาให้เหลือน้อย เพื่อขจัดต้นตอส่วนที่ไม่ได้ทำอะไร แต่ละวันก็หาเงินมาวิ่งเต้นและหาเงินเข้ากระเป๋ามาชดเชย มาอีหรอบเดียวกับนักการเมืองที่ต้องหาเงินมาคอร์รัปชันเพื่อไปซื้อเสียงเลือกตั้ง กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา