"สนธิญาณ" ชี้! "โครงการจำนำข้าว" ทำปท.ทรุด ไม่นับ"ปู-บุญทรง" ที่เสียหายร่วม 3 แสนล้าน ระบบผลิต-ค้าข้าวที่สั่งสมมาก็ย่อยยับไปด้วย

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 2 สิงหาคม 2559  ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

 

สถาพร : เมื่อวานนี้ มรว.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับการที่จะไปเรียกค่าความเสียหายจากคดีจำนวนข้าว จากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว(นบข.) ก็จะเอาตัวเลขดังกล่าวเข้าที่ประชุมรายงานให้ที่ประชุมทราบ

 

สนธิญาณ : ก็คำแถลงของ มรว.ปนัดดา เมื่อวานมาจากการประชุมของคณะกรรมการฯที่พิจารณาความเสียหายจากโครงการจำนำข้าว ซึ่งมีคุณจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวานก็ได้มีการจัดการประชุมกัน และได้ข้อสรุปว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ นั่นหมายความว่าอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีขณะนั้น เกิดความเสียหายทั้งสิ้น 286,639 ล้านบาท นี่คือส่วนที่นางสาวยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบ แต่ส่วนของนายบุญทรงพร้อมพวกอยู่ที่ 18,743 ล้านบาท ข้อสรุปดังกล่าวก็คือคณะกรรมการชุดคุณจิรชัย คณะกรรมการฯก็สอบข้อเท็จจริงตามความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าวก็ได้รายงานให้ มรว.ปนัดดา ได้ทราบ ก็ต้องกลับมาดูว่า หลังจากเรื่องนี้ออกมาทางด้านทนายของคุณยิ่งลักษณ์เขาบอกว่า คุณยิ่งลักษณ์กำลังจะขึ้นศาลแถลงคดี มาแถลงแบบนี้เป็นการดักหน้าเพื่อต้องการให้มีความโน้มเอียงในข้อมูลของศาลหรืออย่างไร ได้ให้สัมภาษณ์ทีนิวส์เมื่อเช้านี้ ก็ต้องบอกว่าข้อเท็จจริงไม่ใช่เวลาขึ้นศาลกัน ศาลไม่ได้ดูเรื่องความโน้มเอียงของกระแส ข้อวินิจฉัยของศาลจะต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเสมอ ซึ่งความจริงทนายน่าจะรู้ดี หมายความว่าเป็นเรื่องของการแก้เกี้ยว มาดูเรื่องขั้นตอน คุณดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้บอกว่าทางกรมได้ทำหนังสือแจ้งคำสั่งทางการปกครองเสนอต่อคุณอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แล้วเพื่อลงนาม และหลังจากที่ลงนามแล้วก็จะส่งหนังสือทางการปกครองส่งไปให้นักการเมืองและข้าราชการเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย นี่คือกรณีของคุณบุญทรง ส่วนของคุณยิ่งลักษณ์ยังอยู่ในขั้นตอนของการที่กระทรวงคลังจะได้พิจารณาความเสียหายว่า ความเสียหาย 286,639 ล้านบาท จะดำเนินการเรียกค่าเสียหายอย่างไร เพราะของคุณบุญทรงนั้นความเสียหายนั้น  18,743 ล้านบาท  แต่เรียก 20,000 ล้านบาท  ไม่ได้เรียกเกินครับ แต่เขาได้พิจารณาความเสียหายทางด้านอื่น ๆ ด้วยที่เกิดขึ้น ส่วนของคุณบุญทรงที่เรียกไปก็หมายความว่าหลังจากเรียกไปแล้วก็ต้องชำระภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันได้รับหนังสือแจ้งเตือนไปก่อน หากไม่ชดใช้จะใช้มาตราทางการปกครองในตอนนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาหารือกับตัวแทนทางกรมบังคับคดีและสำนักงาน ปปง. สำนักงานคณะกรรมการอัยการ เพื่อจะพิจารณาว่าจะยึดหรืออายัดทรัพย์อย่างไรต่อไป ส่วนขั้นตอนทางด้านฟากฝั่งผู้ถูกเรียกก็ต้องไปว่ากันต่อไป คือโดยสรุปเรื่องราวของโครงการจำนำข้าวก็จะเดินไปตามขั้นตอบแบบนี้ ของคุณยิ่งลักษณ์ก็คงต้องใกล้ ๆ ปลายปีก็คงออกมาพร้อมกับเรื่องของคดีศาลอาญา ก็จะออกมาใกล้เคียงและพร้อมกัน นี่เป็นสิ่งที่เราได้สรุปกันในเรื่องความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวที่วัดเป็นตัวแรก ความจริงมีความเสียหายที่ไม่สามารถวัดได้เป็นตัวเลขและเกินจะประมาณค่าได้ต้องเรียนแบบนี้ ความเสียหายระบบการผลิตข้าวพังทลายลงไปเลยครับ ผมเรียนย้ำให้ท่านผู้ชมได้เข้าใจ ในยุคสมัยของโครงการจำนำข้าว ระบบการผลิตข้าวปกติซึ่งจะมีข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวพันธุ์ไหนเหมาะสมกับพื้นที่ใด ข้าวหอมมะลิจะต้องดำเนินการในพื้นที่ไหนปลูกได้อย่างไร เพื่อให้ได้เกี่ยวพันกับระบบการตลาดของโลกที่รองรับกับปริมาณข้าวที่ไทยผลิตอยู่ ต้องใช้คำว่าปรากฏว่า กระบวนการผลิตดังกล่าวเปลี่ยนไปหมดเลย  ชาวนาเอาพันธุ์ข้าวเลวมาปลูก จะได้เก็บเกี่ยวเร็วพันธุ์ก็ได้ผลน้อย ที่ทำแบบนั้นเพราะจะได้มาปลูกเร่งปุ๋ยเร่งทุกอย่าง ได้ปลูกได้หลายรอบ เอาข้าวมาจำนำ 15,000 บาท คือรู้อยู่แล้วว่าทุนอยู่ที่ 8,000 - 10,000 บาท และได้กำไรแน่นอน ก็ดูแล้วเหมือนจะดีรัฐบาลช่วย ผมเรียนย้ำว่า ถ้าโครงการจำนำข้าวแบบนี้ดีแล้วรัฐบาลอื่น รัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ 15,000 บาท แล้วรัฐบาลอื่นให้ 16,000 บาทก็ทำได้ แต่ประเทศชาติเสียหายคณานับ แต่ที่ที่อื่นเขาไม่ได้ทำกันเพราะไม่ได้ไม่รักชาวนา นี่เป็นระบบที่เกิดความเสียหายแรก ระบบค้าข้าวก็พังทลายเช่นกัน ตอนโครงการจำนำข้าวโดยหลักการข้าวทุกเม็ดจำนำอยู่ในโกงดังหมด ผมถามว่าคนไทยเอาข้าวที่ไหนมารับประทานครับ โดยหลักการก็ไม่มีครับ เพราะรัฐบาลไม่ได้ขายออกมาเลย ระบบค้าข้าวที่เคยดำเนินการทำปกติทั้งในประเทศและต่างประเทศพังพินาศเสียหายหมด เมื่อข้าวซื้อจากระบบปกติไม่ได้ก็มีพ่อค้าบางส่วนที่มีผลประโยชน์ได้เสียกับรัฐบาลและที่จ่ายใต้โต๊ะก็ไปแอบซื้อข้าวผิดกฎหมายของรัฐบาล ก็โครงการจีทูจีไปจีนนั่นก็คือส่วนหนึ่ง ส่วนที่สองก็คือการลำเลียงออกมาขายเลย ที่โกดังว่างนั่นไงครับ ก็แอบเอามาขายทำให้ระบบค้าขายข้าวที่ปกติกระจายอยู่หลายกลุ่มหลายพวกก็มาอยู่ในมือพ่อค้าที่อยู่กับรัฐบาลเพียงเท่านั้น เป็นแบบนั้นจริง ๆ ครับระบบค้าข้าวในประเทศพังทลาย ไม่ต้องนับไปถึงการค้าระหว่างประเทศ ไทยเคยเป็นแชมป์อันดับหนึ่ง แต่ไม่มีข้าวจะส่งไปเพราะข้าวอยู่ในโกดังรัฐบาล และส่วนหนึ่งเอามาแอบขายกินในประเทศ พังหมดและเวียดนามก็มาแซง และพอถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จึงกลับมาพลิกฟื้นได้ นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่าเป็นความเสียหายที่เกินกว่าตัวเลขจำนำข้าวอีกนะครับ ต้องทำความเข้าใจกันเพราะว่า ไม่เช่นนั้นก็ยังโฆษณาอธิบายกันต่อไปว่า เป็นรัฐบาลที่ช่วยเหลือชาวนาไม่มีใครดูแลชาวนาได้ดีท่าน ผมอยากถามว่ารัฐบาลอื่นไม่มีสติปัญญาหรือว่าอย่างไรในการที่คิดแบบนี้ เขาก็คิดได้ครับแต่เขาไม่ทำ เพราะเงินทองของประเทศจะเสียหาย นี่คือข้อสรุปให้ฟังภาพรวมว่า สำหรับความคืบหน้าเรื่องนี้ กรรมจะติดจรวด และข้อมูลที่จะต้องทำความเข้าใจให้ประชาชนได้เข้าใจกัน ต้องช่วยกันต่อไปและเห็นว่าพิษภัยของนักเลือกตั้ง พิษภัยของการทุจริตคอร์รัปชัน ของการโกงของนักเลือกตั้งนั้นส่งผลแบบนี้ต่อประเทศ วันที่ 7 สิงหาคม ก็ไปตัดสินใจกันจะลงประชามติกันอย่างไรก็ว่ากันไป ส่วนของผลก็ได้เผยแพร่ให้รับทราบแล้ว