- 05 ส.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สถาพร : เหลือเวลาอีก 2 วันที่ประชาชนคนไทยผู้ที่มีสิทธิ์นั้นจะต้องไปลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแน่นอนว่ากระแสเสียงทั้งสองฟากฝั่งก็ดังพอกันครับ
สนธิญาณ : ดังพอกัน แปลว่าอย่างไรครับ
สถาพร : ฝั่งนักการเมืองตอนนี้ออกมาบอกว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะสองพรรคใหญ่ แต่อีกฟากฝั่งหนึ่งที่เป็นมวลชนสนับสนุน คสช. และต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปประเทศนั้นก็ออกมายืนยันเช่นเดียวกันว่าควรรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
สนธิญาณ : เสียงดัง คะแนนมีหรือเปล่าไม่รู้เวลาเลือกตั้ง บอกเสียงดีแต่มีคะแนนหรือเปล่า
สถาพร : พอถึงวันนับคะแนน กลับไม่มีคะแนน
สนธิญาณ : เพราะฉะนั้นนี่ก็ต้องดูกันที่คะแนน ตอนนี้ไม่มีใครสามารถรู้ได้ครับ มีแต่ประชาชนเท่านั้นที่จะตัดสินใจในวันที่ 7 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ผมก็อยากจะเรียนสรุปสถานการณ์ให้ฟังว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังวันที่ 7 สิงหาคม ถ้าไม่ผ่านกระแสเสียงก็ดูว่า ตอนนี้เอาล่ะ กปปส. คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็บอกว่า จะมีม็อบมาไล่นายกทันทีว่าไปแบบนั้น แต่ผมจะลำดับรายละเอียดให้ฟังว่า ม็อบไล่นายกเป็นไปได้แต่ว่าจะต้องมีขั้นตอนและยาก ผมจะใช้ข้อสรุปเลยว่า ถ้าไม่ผ่านผมใช้คำว่าจะรุนแรงกว่าลุงกำนัน ผมก็ว่าไปถึงขั้นจะเกิดสงครามกลางเมืองได้ นี่ไม่ใช่คำขู่นะครับ แต่เป็นการวิเคราะห์ให้ฟังว่าทำไมถึงคิดว่าเป็นแบบนั้น ข้อแรกมาจากลำดับการเคลื่อนไหวที่ได้มีการเตรียมการเอาไว้แล้วว่า ถ้าไม่ผ่านแสดงว่าคนส่วนใหญ่ไม่เอา คสช. ฝ่ายต่อต้านระบอบทักษิณก็จะเปิดประเด็นมาอย่างนี้ทันที จะบอกว่าคนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. แล้วดูคนส่วนใหญ่สิลงประชามติมาแบบนั้น แต่ไม่ไล่ครับเบื้องต้น หลักการของการทำม็อบนั้นไล่ไม่ได้ ก็จะบอกว่าเราไม่ได้มาไล่ เราขอแบบนี้ เราขอร่างรัฐธรรมนูญเอง เพราะประชาชนไม่เอารัฐธรรมนูญของคุณแล้วก็ต้องให้ประชาชนร่างเอง คุณจะดันทุรังร่างเองทำไม เขียนแปะไว้ข้างฝาเลยสนธิญาณว่าแบบนี้ จะออกมาในรูปนี้ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่น่าจะยอมแล้ว เราก็เห็นอยู่แล้วว่าสถานการณ์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์สรุปว่าใครเป็นปัญหาของบ้านเมือง ก็คือคุณทักษิณ นี่ พล.อ.ประยุทธ์สรุปนะครับ เมื่อทักษิณเป็นปัญหาบ้านเมืองสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำก็คือการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ไม่ให้วิถีทางของทุนสามานย์ไม่ให้เผด็จการทุนทางรัฐสภาเข้ามากอบโกยแสวงหาผลประโยชน์และอันไหนที่ไม่พอใจก็เตรียมการจะโค่นล้ม เหมือนไม่พอใจสถาบันฯ อย่างนี้เป็นต้น หลักการนี้พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอม ก็จะร่างแนวพล.อ.ประยุทธ์เอง รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แบบนั้น ให้สิทธิ์ให้อำนาจพล.อ.ประยุทธ์ ตรงนี้ก็จะถูกปลุกขึ้น นปช.เขาก็จะปลุก เห็นไหมพี่น้องประชาชน เผด็จการไม่ยอมให้ประชาชนร่างขนาดประชาชนไม่ยอมรับแล้ว ซึ่งตรงนี้ผมเรียนว่า คุณอภิสิทธิ์และพวกพรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจลำบากตรงที่ได้อ้างหลักการประชาธิปไตยไว้ และได้ในเสนอในหลักการข้อนี้ว่า จะต้องร่างรัฐธรรมนูญเอง คือฝ่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับสถานการณ์ก็จะบานปลายไป คนเชียร์พล.อ.ประยุทธ์ก็มี กปปส. มวลมหาประชาชนก็จะบอกว่าไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องร่างรัฐธรรมนูญเอง จัดการกับระบอบทักษิณให้สิ้นซาก ก็จะออกมาแบบนี้ โอกาสที่ม็อบจะเผชิญหน้าก็เริ่มมี ก็กลับมาดูสิว่ากองกำลังติดอาวุธมีไหม ที่ระเบิดสยามวันก่อนยังจับไม่ได้เลย ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ ไปจ้างใครมาทำก็ได้นะครับ เป็นองค์กรที่ผ่านฝึกฝนผ่านการพูดคุยเตรียมการมา ก็ยังดำรงคงอยู่
สถาพร : ก็จะมีการเคลื่อนไหวขึ้น
สนธิญาณ : กองกำลังติดอาวุธสมมติว่า ออกมาปฏิบัติการแบบปี 2553 ก็ต้องดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น และคนที่ต้องจับตาดูมากที่สุดคือ คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ คุณจะทำอย่างไรถึงนาทีนั้นจะปรากฏชัดเลยว่า ที่ทำมาทั้งหมดที่ประกาศว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตย มีมาตรการ หลักการประชาธิปไตยตะวันตก แต่จะเป็นเครื่องมือของอีกฝั่งหนึ่งแล้ว ที่อีกฝั่งคิดแผนและเตรียมไว้แล้ว ผมเรียนแบบนี้คุณอาจจะบอกว่า สนธิญาณมองในมุมร้ายหรือเกิน ทำไมถึงมองเลวร้ายแบบนั้น คุณอภิสิทธิ์ต้องกลับไปทบทวนดูก่อน ตอนตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครคาดคิดหรอกครับว่ามีการเตรียมการกองกำลังชุดดำเอาไว้ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเอาคนชุดดำมายิงเข่นฆ่าประชาชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมือง ว่ากองทัพและรัฐบาลอภิสิทธิ์ฆ่าประชาชนกลางถนน มาปราบประชาชนด้วยอาวุธปืนจริง นี่คือเหตุผลที่เขาด่าคุณอภิสิทธิ์จนถึงทุกวันนี้ เอาขึ้นศาลเขาเตรียมการไว้หมดแล้ว ก็เพราะอริสมันต์พูดแล้วว่าเรามีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย เสธ.แดงก็พูดมาก่อนแล้ว ความจริงเป็นแบบนั้นและก็ยังดำรงอยู่ ผมคาดการณ์ให้ฟังว่าจะเป็นแบบนั้น และฝั่งมวลชน กปปส. เขาก็ไม่ยอม ฝั่งมวลชนเขาก็ด่าแล้วจะเป็นอย่างไรครับ ก็จะมาโยงที่สหรัฐเพิ่งออกมาแถลงว่าไม่เป็นประชาธิปไตยจำกัดสิทธิเสรีภาพ ประชาชนทนไม่ไหวแล้วมาลงประชามติไม่ผ่านแล้ว ไม่ผ่านมาเรียกร้องก็มาอีก สหรัฐจะช่วยเหลือ ถ้าคิดแบบสบายใจก็อยากจะมองหน้าคนพรรคประชาธิปัตย์ว่า ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนั้นจะยืนอยู่ในประเทศนี้อย่างไร ความจริงก็อยากให้รัฐธรรมนูญไม่ผ่านเหมือนกัน แต่ว่าไม่ได้ครับ มาดูฝั่งถ้าหากว่าผ่าน ว่าถ้าเกิดผ่านจะเป็นอย่างไร เมื่อผ่านทางฟากฝั่ง นปช. ก็จะบอกว่าโกง เขาก็บอกแล้วว่าตั้งศูนย์ปราบโกงแต่คุณไม่ให้เราตั้ง แสดงว่าโกงที่ชนะมา ก็จะเป็นแบบนั้น แต่ว่ากระแสไม่ขึ้นหรอกครับ เหมือนที่บอกว่าโกงราชภักดิ์ ซึ่งที่จะต้องเป็นไป คสช. แม่น้ำ 4 สายไม่ได้ดังใจเสมอไป แต่ก็จะดำเนินการต่อ 1.ก็ต้องดำเนินการปฏิรูปไปตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 1 ปี กฎหมายลูกต่าง ๆ ก็จะออกมา กฎหมายพรรคการเมืองก็จะออกมาและเชื่อว่า จะต้องมีการเซ็ต(set zero)กันใหม่ให้มีการเริ่มต้นอย่างเท่าเทียมกัน การจัดตั้งรัฐบาลถ้าคำถามพ่วงผ่านด้วย ก็รอผลการเลือกตั้งไป ก็จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พรรคขนาดกลางจะมีความเข้มแข็งแข็งแรงขึ้น พรรคเพื่อไทยที่มีการวัดกันตามเสียงที่แท้จริงของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาที่แท้จริงของประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีเสียงเกินครึ่งนะครับ แต่ที่มีเสียงเกินครึ่งตามวิถีการเลือกตั้งที่ไปแยก ส.ส. เป็นกลุ่มกันไว้ เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้ก็ได้เยอะ นั้นก็เยอะรวมแล้วเกินครึ่ง แต่เสียงประชาชนที่เลือกไม่เกินครึ่งหรอก เที่ยวนี้รัฐธรรมนูญนี้ก็จะว่ากันตามเสียงจริง ๆ ที่ประชาชนลง เรียกว่าระบบสัดส่วนผสมก็จะพาการเลือกตั้งไป พรรคเพื่อไทยอาจจะได้อำนาจหนึ่ง แต่ได้แล้วจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ก็เป็นประเด็น มีสิทธิ์ที่จะโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งความหมายทางฝั่งพรรคเพื่อไทยและคุณทักษิณที่บอกว่ารัฐบาลจะทำอะไรไม่ได้ จะถูกควบคุมก็ถูกต้องเลยครับ พล.อ.ประยุทธ์และคนร่างรัฐธรรมนูญก็ตั้งใจจะไปควบคุมว่ากันให้ชัด ๆ ต่อท่อประชาธิปไตยครึ่งใบใช่ไหม ใช่เลยครับ นี่ชัดเจนเลย ก็สภาพก็จะเป็นแบบนี้ ก็ร่างกันไป พรรคเพื่อไทยจะลงเลือกตั้งไหมก็คงต้องลง ไม่ลงไม่ได้หรอก หมายถึงว่าต้องโดดลงมาเล่นในเกม ซึ่งเขาก็ไม่ทุ่มเทเพราะโอกาสเป็นนายกก็ไม่น่าจะได้ การเลือกนายกจริง ๆ เมื่อถึงเวลา รัฐธรรมนูญก็ยังให้นายกมาจากชื่อที่เสนอจากพรรคการเมืองก่อนนะครับ ทีนี้ก็ต้องดูว่าถ้าเสียงผ่าน หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยต้องลงเสียงทางเดียวกัน ถ้าไม่ลงเสียงทางเดียวกันเสียงก็จะไม่พอ ก็จะติดขัดค้างคาอยู่ ท้ายที่สุดก็อาจจะนำพาไปสู่การเลือกนายกคนนอกที่นายกเปิดช่องเอาไว้ก็เป็นได้ ทีนี้นายกคนนอกให้เลือกคนนอกมาเป็นนายกก็ต้องดูว่าเป็นใคร ผมคิดว่าเป็นคนอื่นไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนก็จะตั้งข้อสงสัย ผมว่าคนเขาก็ไม่เอาถ้าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ นี่พูดกันจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นเรียนง่าย ๆ นายกคนนอกไม่ใช่ง่าย ถ้าเกิดว่าทางฝั่งพรรคการเมืองตั้งไม่ได้ แล้วทหารหรือวุฒิสภาจะมาตั้งซีซั้วก็ไม่ได้ ผมคิดว่าหลักสำคัญอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเสียงประชามติท่วมท้นความมุ่งหมายของคนที่อยากจะเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ก็รู้สึกมีน้ำหนักขึ้น ดูว่าประชาชนสนับสนุน ทีนี้สถานการณ์ของฝั่งก็จะเป็นแบบนี้ และถ้าผ่านอีกหากพรรคการเมืองไม่ปรับตัวก็ลำบาก เพราะเขารู้แล้วว่าประชาชน สองพรรคใหญ่เมื่อประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ประชาชนยังเดินสวนทางเลย ถึงคุณจะไปด่ากันว่ามีการโกงกันอะไรก็ตามแต่ ประชาชนก็จะเดินสวนทางคุณ คุณต้องเข้าใจและคิดใหม่ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากโลกความจริง จากโลกโซเชียล โลกสื่อสารที่เกิดขึ้น คุณไม่สามารถที่จะทำอะไรมักง่าย หรือใช้วิธีการแบบเดิม ๆ กับประชาชนคนไทยได้อีกแล้ว วันที่ 7 สิงหาคม ออกไปตัดสินปัญหาประเทศกันครับ
