- 24 ส.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 24 สิงหาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สถาพร : จากการที่หัวหน้าคสช. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกคำสั่ง คสช. ที่ 49/2559 คือพูดกันง่าย ๆ คือใช้มาตรา 44 ในการที่จะออกมาตรการและคุ้มครองศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทย เนื่องจากว่าพี่ต้อยเองเป็นคนหนึ่งที่พูดถึงเรื่องของการปฏิรูปการปกครองของคณะสงฆ์กันมาหลายครั้ง ดังนั้นการออกคำสั่งดังกล่าวจะส่งผลดีหรือผลเสีย หรือจะมีผลอย่างไรต่อการที่จะไปบริหารจัดการเรื่องของศาสนาในประเทศไทยได้บ้าง
สนธิญาณ : ผมต้องเรียนว่า การออกคำสั่งตามมาตรา 44 ของ คสช. มีเหตุผลและที่มาพอสมควร ไม่ได้หมายความว่า ในแง่ของของออกมาเพื่อจะทำนุบำรุงหรือจัดการกับศาสนาอย่างหนึ่งอย่างใดหรอกครับ ผมต้องย้อนกลับไปให้ท่านผู้ชมได้เห็นการลงประชามติ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 เราจะเห็นได้เลยว่ามีการลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญสูงมาก มาจากเหตุผลที่กลุ่มนักการเมืองและกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนได้เอาเรื่องราวบางส่วนของร่างรัฐธรรมนูญไปปลุกระดมกับชาวบ้านศาสนาอิสลาม บิดเบือนข้อเท็จจริงว่า ในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะนำพาไปสู่การบีบบังคับพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามให้หันมานับถือศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นเรื่องที่บิดเบือนโดยสิ้นเชิง และเกิดผลเสียด้วย เหมือนเรื่องที่ผมเรียนนะครับว่า ตอนนั้นต้องกลับไปดูว่า คะแนนจากที่เคยรับพลิกกลับมาเป็นไม่รับ ไม่ได้ใช้กระบวนการในการเรียกทำงานง่าย ๆ จะไปสร้างแรงจูงใจไปเปลี่ยนความคิดนั้นไม่ง่าย แต่เรื่องศาสนากลายเป็นเรื่องรุนแรงซึ่งถือว่า คสช. เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็สามารถที่จะค้นพบว่ามีข้อเท็จจริงแบบนี้เกิดขึ้น ทีนี้ภายใต้ข้อเท็จจริงดังกล่าวผมเรียนต่ออีกว่า เกิดเหตุเนื่องจากว่ามีคนไทยบางกลุ่มที่พยายามบิดเบือนสร้างความแตกแยกไปขยายความ จากเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่าขณะนี้ศาสนาอิสลาม กำลังขยายตัวอย่างรุนแรงรวดเร็วโดยมียุทธศาสตร์ หวังการจะยึดครองประเทศไทยให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามทั้งหมด ดูจากสถานการณ์ใน 3 จังหวัดภาคใต้สิที่ทำแล้วกลุ่มบุคคลดังกล่าวก็เชื่อมโยงกับวัดใหญ่วัดดังวัดหนึ่งในทางการเคลื่อวไหว สนับสนุนพระสงฆ์ ซึ่งเสียสละชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา ลงไปประจำอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ถือว่าเป็นเรื่องที่คนไทยจะต้องช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง และใช้การเคลื่อนไหวทางโซเชียลมิเดียขยายส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพระในพระพุทธศาสนาต่าง ๆ จนกลายเป็นกระแสขึ้นจริง ๆ จดหมายนี้ก็เคยวนเวียนมาถึงมือผม และผมคิดว่าคิดไปได้อย่างไร และที่สำคัญมีพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่ได้ถึงกับคล้อยตามแต่รู้สึกว่าเป็นภัยอย่างนี้จริง ๆ หรือ ศาสนาอิสลามจะมายึดครองประเทศไทยจริง ๆ หรือ ซึ่งผมเรียนว่าเป็นไปไม่ได้หรอกครับ รากฐานของพระพุทธศาสนาหยั่งลึกลงไปในจิตใจของคนไทย นั่นสำหรับผู้ที่นับถือพุทธนะครับ และสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ก็ดำรงคงอยู่มาด้วยความสงบร่มเย็นเป็นสุขมาโดยตลอด พี่น้องศาสนาฮินดู ซิกข์ พราหมณ์ เราก็อยู่ด้วยกันมา ไม่เคยมีปัญหามาก่อน ความคิดแบบนี้นะครับ เป็นความคิดอันโหดร้ายในการที่ไปโจมตีอีกฝั่งและไปหยิบฉวยเอาเหตุการณ์สถานการณ์ 3 ชายแดนภาคใต้มาขยายความนั้นอันตราย ผมต้องเรียนกับท่านผู้ชมว่า ศาสนาอิสลามในขณะนี้มีอยู่ 2 นิกายใหญ่ ๆ ที่มีปัญหากันเองอยู่คือ ซุนนีย์ และชีอะห์ ในตะวันออกกลางบรรดามิตรประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม บางประเทศก็เป็นชีอะห์ บางประเทศก็เป็นซุนนีย์ บางประเทศก็มีทั้ง 2 นิกาย มีนิกายหนึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ และมีนิกายหนึ่งเป็นคนส่วนน้อย ก็เกิดปัญหาของตัวเองอยู่บ้างพอสมควร ต้องเรียนแบบนี้ ปัญหาของพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลามเองก็มีอยู่แล้ว ฉะนั้นที่มาสร้างแรงปลุกปั่นผมจะเรียนว่าจะคล้าย ๆ กับสมัยคอมมิวนิสต์กำลังบุกประเทศไทย และเราก็สร้างแรงปลุกปั่นให้เกลียดชังและต่อต้านคอมมิวนิสต์ ว่าฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป แต่ท้ายสุดก็นำพาไปสู่ปัญหาความแตกแยกในประเทศจนเกินคณานับ จนรัฐบาลในขณะนั้นต้องหันกลับมาตั้งหลักใหม่ นี่ไม่ถูกต้องนะเราเป็นคนไทยด้วยกัน จะนับถือหรืออุดมการณ์อะไร เราคนไทยด้วยกันมีความรู้สึกแห่งความเป็นไทยด้วยกัน น่าที่จะทำความเข้าใจกันได้ นำพาไปสู่การความเข้าใจ 66/23 ในขณะนั้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศก็นำพามาสู่ความสุข ผมคิดว่านี่แหละครับ ความน่าสนใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดแล้วต้องชมกันอีก ในแง่ของความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อปัญหาของศาสนา แบบเดียวกันคนนับถือศาสนาพุทธบางส่วนก็ไปขยายความ เอาไปเชื่อมโยงกันการเมือง ฝ่ายการเมืองฝั่งตรงข้ามโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ว่าไม่ปกป้องศาสนาพุทธ ไม่ช่วยสงเสริมเป็นอันตรายต่อบ้านเมือง ผมก็เอามาตอกย้ำเรียนให้แฟนข่าวทีนิวส์ได้เข้าใจว่า ข้อเท็จจริงทั้งหลายเป็นอย่างไร ต้องดูและต้องทำความเข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนเราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของบุคคลเหล่านี้ของโลกโซเชียลและโลกข่าวสารวิ่งไหลอยู่นะครับ ซึ่งเราก็ต้องดูก่อนว่า รัฐบาล คสช. ได้เข้าใจปัญหานี้และพยายามที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหา
