- 05 ก.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 2 กันยายน 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สถาพร : ในส่วนของเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในภาคใต้ตอนนี้เริ่มมีความคืบหน้า เริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนอีกเรื่องคือการที่จะเดินทางไปพบกับกลุ่มมาราปัตตานีวันนี้ก็จะมีการเจราจากันเกิดขึ้น พี่ต้อยมีแง่มุมอะไรที่อยากให้ท่านผู้ชมได้รับทราบไหมครับ
สนธิญาณ : ต้องเรียนท่านผู้ชมว่า จากที่ผมเคยลำดับความให้ฟังว่าปัญหาภาคใต้คุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะเราไม่เข้าใจปัญหาว่าในสถานการณ์ที่เป็นสงครามปฏิวัติมีหลักคิดที่จะแตกต่างกับการที่เราเรียกว่าโจรก่อการร้ายธรรมดา เพราะสงครามปฏิวัติจะมีเชื้อทางความคิดสะสมอยู่แพร่กระจาย จะลุกลามขึ้นทันทีถ้าเราไปหยอดเชื้อไฟเข้าไป หรือใส่น้ำมันราดลงไป เพราะฉะนั้นการดับไฟสงครามปฏิวัติต้องขจัดที่ต้นเหตุ คือไม่ให้มีเงื่อนไขสงคราม ไม่ให้มีเชื้อเพลิงที่จะไปจุดไฟปฏิวัติ ปัญหาที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งที่ถูกนำมาเสนอเป็นเงื่อนไขการก่อสงครามก็คือเรื่องของศาสนาและการแบ่งแยกดินแดน ความจริงสงครามในข้ออ้างทางศาสนาปัจจุบันแม้แต่ในตะวันออกกลางก็เรียกว่าไม่ได้ลุกโชนเหมือนแต่เดิม เพราะว่ามีความขัดแย้งกันระหว่างพี่น้องที่นับถือมุสลิม นิกายชีอะห์และนิกายซุนนีย์ก็ยังสู้รบกันเอง แต่ว่าความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายที่ไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายสากลก็ยังมีปฏิสัมพันธ์อยู่ แต่ตราบใดที่ทางการไทยสามารถพัฒนาสถานการณ์ในแง่เชิงของการดูแลวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทย ปัญหานี้จะบรรเทาเบาบางลงเพราะว่าพี่น้องที่อยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าจะศาสนาใด เขาคิดเขาเชื่อมั่นว่าเขาเป็นคนไทยไม่มีใครอยากจะแบ่งอยากดินแดนหรอกครับ ผู้คนที่มาก่อเหตุก่อความรุนแรงก็เป็นจำนวนน้อยขององค์กรปฏิวัติ เพราะฉะนั้นความพยายามในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐจึงเดินขึ้นไปสุดที่เราเรียกว่า ยามในการที่จะยุติหรือปิดเงื่อนไขสงครามเสีย แต่เผอิญพูดแล้วเป็นเหมือนไปใส่ร้ายคุณทักษิณ ก่อนปี 2547 ตอนย้ายตำรวจเข้าไป ไปยกเลิกกฎอัยการศึกตำรวจเข้าไปรีดไถ ไปอุ้มฆ่า สร้างเงื่อนไขไปสงครามและจุดที่ทำให้มาถึงปัจจุบัน สิ่งที่ต้องเป็นไปในปัจจุบันคือต้องไปดับไฟสงคราม สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่พยายามไปเจรจาเรียกว่ายอมโจรก่อการร้ายมากเกินไป ทำให้กองทัพในสมัยนั้นไม่เห็นด้วยและไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการเจรจาได้แต่สังเกตการณ์ มาถึงตอนนี้เหมือนมีคำถามว่า กองทัพในตอนนั้นนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ และวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้า คสช. และมาเป็นนายกรัฐมนตรี ทำไมถึงไปยอมเจรจา ย้ำนะครับการเจรจาของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ในตอนนี้ เงื่อนไขคือต้องยุติความรุนแรง ไม่ได้รับเงื่อนไขว่าจะปล่อยตัว จะจับโน่นนี่ จะปล่อยตัวแลกเปลี่ยนหรือจะยอมรับสถานะมาราปัตตานี ต้องลดความรุนแรงและมีเงื่อนไขอะไรมาคุยกัน เหตุผลที่ทำให้การเจรจาในครั้งนี้ทางรัฐไทยหรือทางฝั่งของ คสช. รัฐบาลไทยยื่นเงื่อนไขแบบนี้เพราะความเป็นจริงสถานการณ์ภาคใต้ดีขึ้นมาตามลำดับ ผมย้ำนะครับ หลายท่านอาจจะเถียงสวนขึ้นมาว่ามีระเบิด แต่ตอนนี้ลดน้อยลงจากแต่เดิม ต้องเรียนว่าสำหรับสถิติที่เรานำมาให้ดูว่า ปี 2558 เหตุรุนแรงรวมทุกประเภทเกิดขึ้นทั้งสิ้น 707 เหตุการณ์โดยเฉลี่ย 1.29 ต่อวัน ลดลงจากปี 2557 ซึ่งมีเหตุรุนแรง 1,210 เหตุการณ์ หมายความว่า วันละ 4 เหตุการณ์ นี่วัดกันเป็นเหตุการณ์นะครับ ก็หมายความว่าละลง 42 เปอร์เซ็นต์ และมาดูนะครับว่า ปี 2558 มีเหตุความรุนแรง 367 เหตุการณ์ คิดเป็นร้อยละ 52 ของเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในปี 2557 ซึ่งมีเหตุความมั่นคงเกิดขึ้น 500 เหตุการณ์ ก็ลดลงนี่หมายความว่าปั่นป่วนการสูญเสีย ปี 2558 มีผู้เสียชีวิตรวม 113 ราย บาดเจ็บ 354 ราย ในปี 2557 ผู้เสียชีวิต 232 ราย บาดเจ็บ 525 ราย เรียกว่าลดลงครึ่งต่อครึ่ง ส่วนผู้ที่เสียชีวิตของปี 2558 ก็ปรากฏว่าประชาชน 60 ราย ทหาร 27 ราย ตำรวจ 8 ราย ครู 1 ราย พระ 1 ราย ผู้ก่อความไม่สงบ 16 ราย นี่คือสถิติ ที่เปรียบเทียบให้เห็นในแง่ความรุนแรงแต่ก็ดูมุมนี้มุมเดียวไม่ได้หรอกครับ ความจริงในการทำสงครามประชาชน พื้นที่การได้มวลชนมายืนอยู่ข้างเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ก็เพราะว่าที่ทำสงครามเพราะต้องการแบ่งแยกดินแดนเอามวลชนมาเป็นพวกให้ได้ ก็ต้องเรียนว่าการต่อสู้ในทางการเมืองเป็นการต่อสู้เพื่อให้ได้มวลชน สมัยทักษิณถ้าหมู่บ้านแดงโจรเยอะต้องให้งบ จริง ๆ ไม่ใช่ที่ไหนเป็นแบบนั้น ต้องรีบเร่งไปพัฒนามวลชนมา ตอนนี้ยุคสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เราจะแยกกลุ่มหมู่บ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น 3 กลุ่ม แบ่งเป็นหมู่บ้านสีเขียว, หมู่บ้านสีแดง, หมู่บ้านสีเหลือง ซึ่งหมู่บ้านสีเขียวคือผ่านตลอด หมู่บ้านสีเหลืองคือครึ่ง ๆ กลาง ๆ หมู่บ้านสีแดงก็หยุดก่อนมีปัญหา ทีนี้เรามาดูว่าจำนวนหมู่บ้านมีทั้ง 1,970 หมู่บ้าน แยกเป็นหมู่บ้านสีแดงหรือหมู่บ้านเสริมความมั่นคง 136 หมู่บ้าน คือต้องเข้าไปควบคุมปัญหาโจรก่อการร้ายควบคุมพื้นที่ แต่ในปีนี้ที่มี 136 หมู่บ้านลดลงจากเดิมที่มี 369 หมู่บ้าน นี่ทางรัฐบาลและ คสช.เขายืนยัน ไม่ได้เอาสถิติมาเพื่อจะหลอกลวงนะครับ เขาต้องทำและไปดำเนินการจริง ๆ คือลดลง 57 เปอร์เซ็นต์ กว่าครึ่ง 183 หมู่บ้าน หมู่บ้านสีเหลืองที่ต้องเฝ้าระวังปัจจุบันเหลืออยู่ 234 หมู่บ้าน จากเดิมมี 517 ลดลง 153 หมู่บ้าน หรือ 84 เปอร์เซ็นต์ หมู่บ้านสีเขียวหรือหมู่บ้านที่ต้องเสริมการพัฒนาหมายความว่า พื้นที่ดีอยู่แล้วต้องพัฒนาไป จากเดิมมีอยู่ 1,160 หมู่บ้านก็ วันนี้มีอยู่ 1,600 หมู่บ้าน สีเขียวที่เพิ่มขึ้น แสดงว่าดี เพิ่มขึ้น 440 หมู่บ้าน เพิ่มขึ้นร้อยละ 38
สถาพร : คือรัฐเพิ่มมากได้มากขึ้น
สนธิญาณ : เป็นสีเขียวก็คืออยู่ฝั่งภาครัฐแล้ว ประชาชนอยู่ด้วยความสงบสุขแล้ว ไม่มีอิทธิพลของโจรก่อการร้าย อิทธิพลก่อการร้ายเป็นศูนย์เลย แล้วก็เรียกว่า ก้ำกึ่ง ๆ ผมต้องเรียนแบบนี้ว่า ในลักษณะแบบนี้ก็คือภาพที่โจรรู้ เวลาเราพูดถึงเรื่องการเจรจาจึงต้องคุยเป็นรองหรือเป็นต่อ แต่สิ่งที่หยิบยกมาพูดไม่ใช่เป็นรองหรือเป็นต่อ มาคุยกันว่าเราคนไทยเหมือนกัน มีอะไรที่จะนำพาสู่การพัฒนา และสิ่งที่คุณจะปกครองตัวเอง มีอะไรที่จะทำได้ในกรอบขอบเขต เพราะมีเหมือนกัน และยกตัวอย่างว่า เมืองต่าง ๆ ก็เหมือนคนท้องถิ่นบริหารเองแทบทั้งสิ้นอยู่แล้ว ก็เรียนให้ฟังว่า วันนี้จะมีการเจรจากันก็มาไล่เรียงและให้จับตาท่าทีของโจรจะสำเร็จหรือไม่
