- 06 ก.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "สถาพรถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 6 กันยายน 2559 ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณสถาพร เกื้อสกุล (ถา) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สถาพร : เรื่องที่น่าสนใจในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้มีข้อเสนอออกมาว่าอยากให้ยกเลิกหรือยุบ กกต. ออกไปแล้วให้ทางกระทรวงมหาดไทยมาทำหน้าที่ในส่วนของการจัดการเลือกตั้ง คือกลับมาเหมือนเดิมก่อนที่จะมี กกต. กับอีกฟากฝั่งหนึ่งตอนนี้มีข่าวกันว่าในส่วนของ กกต. เองเรียกว่าแตกคอกันพอสมควรในการที่จะให้คุณศุภชัย สมเจริญ นั้นลาออกจากการเป็นประธาน กกต. สำหรับเรื่องราวดังกล่าวพี่ต้อยมีความคิดเห็นหรือว่ามีประเด็นอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเติมหรือไม่ครับ
สนธิญาณ : ผมต้องเรียนว่ากลายมาเป็นยุคที่จะใช้คำว่า เสื่อมของ กกต. ก็ได้ ทั้ง ๆ ที่กกต.เป็นองค์กรกลางองค์กรหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการที่จะทำให้การพัฒนาการทางการเมืองของประเทศเรา เดินไปสู่ทิศทางที่ดี ก็เพราะว่า ถ้ามาเริ่มต้นจากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ก็จะเป็นพื้นฐานของการเมืองที่งดงาม ทีนี้เราต้องกลับไปดูก่อนว่าทำไมถึงมี กกต. เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ในการจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย เหมือนที่ถาว่า ทำไมต้องเป็นหน้าที่กระทรวงมหาดไทยก่อนหน้านั้นก็เพราะว่า กระทรวงมหาดไทยมีเครือข่ายในการทำงานลงสู่พื้นที่ชุมชนทุกชุมชน
สถาพร : มีเจ้าหน้าที่อยู่พร้อม
สนธิญาณ : เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยคือ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทีนี้พอเครือข่ายครบถ้วนจึงกลายเป็นความจำเป็นในการจัดการเลือกตั้งก็เพราะว่า หน่วยเลือกตั้งต้องอยู่ตามหมู่บ้านทุกหมู่บ้านแบบนั้น การใช้กำลังคนขนานใหญ่จึงต้องเริ่มต้นจากมหาดไทย แต่ปรากฏว่าจากความจำเป็นในการดำเนินการดังกล่าว จะเกิดปรากฏการณ์หนึ่งเกิดขึ้นเสมอก็คือว่าเมื่อพรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล แล้วพรรคการเมืองนั้นคุมการเลือกตั้งก็จะเกิดคำครหาเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบกัน นั่นประการแรก หนักไปกว่าการได้เปรียบเสียเปรียบคือการโกงการเลือกตั้งจะเจอบัตรผี คือมีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งปลอมออกมากาของรัฐบาลเอาไว้เรียบร้อยแล้วใช้กลไกที่ตัวเองควบคุมอยู่ ก็ใส่บัตรผี โดยคำนวณจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่าเป็นแบบนี้ มาใช้สิทธิ์ประมาณนี้ ก็หยิบไปแต่ละหน่วย อีกประเภทคือการทำลายบัตรเลือกตั้ง ทำหีบหายนู่นนี่เวลาพื้นที่ที่พรรคคู่แข่งเข้มแข็งหรือชนะ จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงมาตรฐานของของเลือกตั้งว่าอย่างนี้ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการต่อไปไม่ได้ ต้องให้คนกลางมาจัดการ ก็เลยมีแนวคิดให้เกิด กกต. ขึ้น เรียกว่า "องค์กรการเลือกตั้ง" พอเป็นแนวคิดของกกต.ก็มีหน้าที่ 2 อย่างคือ จัดการเลือกตั้ง และวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งนั้นเป็นโมฆะหรือไม่ สุจริตหรือไม่ดีไม่ดีเกิดการร้องเรียนแบบนี้ กกต. ยุคแรกก็ต้องเรียกว่า เกิดขึ้นโอเคทีเดียว ได้รับความศรัทธาเชื่อถือจากประชาชนอีกต่างหาก แต่ปรากฏว่าคนที่ชอบเรื่องอำนาจดูเรื่องอำนาจอยู่ก็เอ๊ะอย่างไรน้า ปรากฏว่ามีความคิดว่าถ้าเข้าควบคุมคณะกรรมการเลือกตั้งก็จะให้คุมอำนาจของตัวเองเบ็ดเสร็จทุกทาง คุมอำนาจบริหารแผ่นดินคุมนู่นนี่ ก็จัดการให้มีการผลักดันหรือเครือข่ายของตัวเองให้เข้าไปอยู่ใน กกต. หรือส่วนกลาง ท้ายสุดเราก็จะเห็นว่าติดคุกกันระนาว ว่าไปเห็นภาพชั้นเจน นั่นก็คือ กกต. เขาถูกผลักดันให้มีอยู่ในระบอบทักษิณเราจะเห็นได้เลย ทำไมคนเบื่อหน่ายและไม่อยากให้คนระบอบทักษิณคุมวุฒิสภา คุมองค์กรกลาง ขยายอำนาจไปทุกทิศทุกทางก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามกันมาระดับหนึ่ง ก็คิดว่าในระดับคนอื่นที่ไม่ใช่ระบอบทักษิณจะทำแบบนั้นก็ยากที่จะใช้ทั้งเครือข่ายอำนาจเงินทองทุกอย่างเข้าไปจัดการ มาอีกจุดหนึ่งที่กลายเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ ทุกคนรู้ก็คือ กกต.จังหวัด อำนาจเยอะเหมือนกัน แต่ปรากฏว่า กกต.จังหวัด ที่เกิดขึ้นแล้วส่วนใหญ่กลายเป็นลูกน้องนักการเมืองในจังหวัดนั้น ๆ กลายเป็นลูกน้องผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนั้น ๆ
สถาพร : มิหนำซ้ำกลายเป็นหัวคะแนนด้วยซ้ำ
สนธิญาณ : ทีนี้ไม่ใช่หมายความว่า ไม่ใช่ว่าไม่มีคนดี คนดีก็มีแต่เมื่อมาดูข้อเท็จจริงนั้นไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เราเอาคนในจังหวัดนั้นมาคุมการเลือกตั้ง คนในจังหวัดจะมีลักษณะของการพึ่งพาระบบอุปถัมภ์จะรู้ว่าคนนี้เป็นคนของคนนี้ พบหน้ากันอยู่เรื่อย จะทำอะไรก็ลำบากหรือไม่ว่าจะต้องทำอะไรก็ผลักดันคนของตัวเองเข้าไปในระดับจังหวัด เพื่อให้เลือกตั้งแบบนั้นก็ฉลุย จึงทำให้มีความคิดที่จะปรับปรุงขึ้น บางส่วนที่พูดข้อมูลอาจจะเร็วไปที่บอกว่าให้กระทรวงมหาดไทยมาจัดการการเลือกตั้ง แนวคิดนี้น่าจะมาจาก 2 แนว ก็คือแนวของการควบคุมนโยบายการตัดสินวินิจฉัย กับการปฏิบัติจะเป็นแบบนี้ เช่น ในการจัดการในภาคปฏิบัติให้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเป็นคนดำเนินการ คือใช้เจ้าหน้าที่รัฐเป็นคนดำเนินการและมีกกต.คุมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลกัน ไม่ได้หมายความว่า ถ้าเมื่อก่อนกกต.และเจ้าหน้าที่เป็นของกกต. พอกกต.ไม่เป็นกลางก็เละตุ้มเปะกันไปเลยในหน่วยนั้น ๆ แต่ถ้าเป็นแบบนี้กระทรวงมหาดไทยก็จะถ่วงดุลกับกกต. และกกต.ดังกล่าวไม่ควรที่จะมาจังหวัดนั้นจะเป็นแบบนั้น กกต.ดังกล่าวควรจะเป็นกกต.ที่มาจากส่วนกลาง ยกตัวอย่างว่า กกต.มาจากจังหวัดต่าง ๆ คัดมา
สถาพร : แล้วจัดสรรกันไปว่าจะไปพื้นที่ไหนโดยไม่ไปซ้ำพื้นที่ตัวเอง
สนธิญาณ : ก็ไขว้กันไปจับฉลาก ทำเหมือนกับศาลฎีกาใหญ่ที่เขาประชุมกันแบบนั้น โอกาสแบบนี้ไม่เกิด เพราะฉะนั้นกกต.ก็ไปตั้งหน่วย แต่ทำให้กลไกมีพื้นที่ที่ทำให้รับรู้ข้อมูลแต่แยกส่วนไปแล้ว ก็เกิดการถ่วงดุลนี้ คือความหมายของมีการนำเสนอกันเพื่อที่จะนำพาไปสู่การปรับปรุง ก็เป็นทิศทางหนึ่งก็เรียนท่านผู้ชมได้รับทราบและเข้าใจข้อมูล เกาะติดทีนิวส์รับทราบไม่ไหลไปตามกระแส จะมองเห็นข้อเท็จจริงแบบนี้ เราก็จะได้ช่วยกันคิดจะได้ช่วยสร้างสรรค์ประเทศชาติบ้านเมืองของเราให้ดีขึ้น ส่วนที่กำลังทะเลาะเบาะแว้งกันนั่นก็มาจากประเด็นที่ต้องเรียนว่าเพราะเขาไปตกลงกันไว้ว่า 2 ปี จะเปลี่ยนประธานใหม่ ทีนี้พอครบ 2 ปีแล้ว ปรากฏว่าท่านประธาน ท่านก็บอกว่า จริง ๆ มีคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ 40/2559 ให้งดการสรรหากรรมการองค์กรอิสระไว้ก่อน และให้ชุดเก่าได้อยู่ต่อไป ท่านประธานกกต.ก็บอกว่าเราทำหนังสือถามคสช.เสียก่อนดีไหมว่าความหมายที่ไม่ขยับ คือไม่ขยับทั้งหมดใช่หรือไม่ เมื่อมาพิจารณาตรงนี้อีกฝั่งก็บอกว่า ที่เขาบอกว่าไม่ให้จัดสรรนั่นนี่นั้นไม่ได้ หมายถึงว่าไม่ให้จัดสรรคนใหม่เข้าไป แต่นี่คือคนเก่าตำแหน่งของคนเก่าสับเปลี่ยนกันเอง เพราะฉะนั้นก็น่าจะเปลี่ยนได้ นี่ก็กลายเป็นประเด็นถกเถียง แต่ระหว่างที่เป็นประเด็นถกเถียงกันไปก็ท้ายที่สุดต้องย้ำเลยว่าไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นและกระทบแล้วคืออะไร ความเสื่อมศรัทธาของประชาชน ระหว่างที่มาแก่งแย่งตำแหน่ง ก็จะเกิดสภาพเหมือนดังที่ได้เรียน
