"สนธิญาณ"เตือน!! ปัญหา "เศรษฐกิจไทย" จะบานปลายกลายเป็นพายุได้ เมื่อฝ่ายต้านหยิบมาเป็นเครื่องมือเล่นงานรัฐบาลได้ต้องดูภาคเกษตรอย่างจริงจัง !!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 19 กันยายน 2559  ออกอากาศทางช่อง ทีนิวส์ ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ยุคล : มีประเด็นการพูดคุยการแถลงผลงานของคณะรัฐมนตรีเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีการทำงานจนครบแล้ว คุณสนธิญาณจะมาพูดในแง่มุมของเศรษฐกิจที่คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ได้แจกแจงเอาไว้เกี่ยวกับการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งตอนนี้คุณสนธิญาณพร้อมอยู่ในสายแล้ว

 

สนธิญาณ : สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกท่าน โพลของสวนดุสิตโพลเมื่อวานนี้ มีนัยยะอันสำคัญที่ผมคิดว่ารัฐบาลจะต้องคิดพิจารณาและใคร่ครวญ ตัวเลขน่าสนใจในเรื่องที่สวนดุสิตโพลได้ตั้งคำถามกับประชาชนว่าใน 2 ปีที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ บริหารราชการแผ่นดินมา สมหวังเรื่องไหนมากที่สุด แน่นอนครับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันและผู้มีอิทธิพล ความพอใจสูงถึง 82.69 เปอร์เซ็นต์ แต่คำถามถัดมาสิครับ สิ่งที่ประชาชนผิดหวังกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มากที่สุดก็คือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ปัญหาปากท้องของประชาชน 73.52 เปอร์เซ็นต์ และน่าสนใจต่อไปก็คือสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นในปีที่ 3 ของพล.อ.ประยุทธ์ ก็คือเศรษฐกิจดีขึ้นบ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ผมเรียนนะครับว่า ความไม่พอใจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 73.52 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้หมายความว่านำพาไปสู่ความไม่พอใจในภาพรวมของรัฐบาล ต้องเข้าใจกันแบบนี้ก่อน โดยภาพรวมประชาชนส่วนใหญ่พอใจรัฐบาล เราดูจากทุกโพลที่ผ่านมา พอใจคสช. พอใจนายกรัฐมนตรี แต่ทีนี้สิ่งที่เราพูดกันภายใต้ความพอใจนี้จะมีความไม่พอใจแฝงอยู่ เป็นมวลที่ปั่นป่วนที่กระทบความรู้สึกประชาชนอยู่ ซึ่งเราดูได้ว่านอกเหนือจากความไม่พอใจแล้วมาดูความคาดหวัง เขาคาดหวังเรื่องเศรษฐกิจกันมาก เมื่อความคาดหวังเศรษฐกิจมากแบบนี้ สิ่งที่รัฐบาลจะต้องคิดคือความตั้งใจที่จะทำเรื่องเหล่านี้ให้เป็นที่พอใจของประชาชนได้ การแถลงผลงาน 2 ปีของคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ต้องเรียนว่าเป็นมือเศรษฐกิจที่ทำงานมาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ในการแถลง 2 ปี ผมคิดว่าเป็นการแถลงที่ชัดเจนและรัดกุมครอบคลุมหมด คุณสมคิดบอกว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยขาดเสถียรภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภายในปี 2557 ความหมายก็คือก่อนจะมีการรัฐประหาร จีดีพีอยู่ที่ 0.8 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ พูดภาษาง่าย ๆ ที่ตอนนั้นพล.อ.ประยุทธ์ขอให้รัฐบาลลาออก แล้วมาจัดตั้งให้เกิดจัดตั้งรัฐบาลที่ประคับประครองร่วมกัน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่เอา ความหมายก็คือถ้าขืนยังปล่อยไปตามที่คุณสมคิดว่า ก็แน่นอนครับจะเกิดความหายนะทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น คุณสมคิดย้ำว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2557 มาจนสู่ปี 2559 มาเป็น 2.8 ในปี 2558 แล้วมาเป็น 3.2 ในไตรมาสแรกของปี 2559 แล้วไป 3.5 ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2559 และก็ย้ำว่าในขณะที่โลกค่อย ๆ ถดถอยลง พูดเองย้ำเองยังไม่เท่าไหร่ คุณสมคิดก็อ้างธนาคารแห่งประเทศไทยว่า พยากรณ์เศรษฐกิจว่า ปี 2559 จะขยายได้ 3.2 และจะดีขึ้นในปีถัด ๆ ไป เหตุผลที่ต้องอ้างธนาคารแห่งประเทศไทย ก็เพราะว่ารัฐบาลคุมไม่ได้ ชี้ไม่ได้เป็นอิสระ ตรงนี้ครับจะมีคำถามว่าเศรษฐกิจดีพยากรณ์ไป ชาวบ้านชาวช่องกำลังลำบาก เกษตรกรลำบาก ชาวไร่ชาวนาลำบาก ชาวสวนยางลำบาก ด้านคุณสมคิดก็พูดเหมือนกันนะครับว่าที่พิสูจน์เศรษฐกิจไม่ดี แม้จะเติบโตมาตามลำดับเพราะว่าอานิสงส์ไปถึงระดับรากหญ้าหรือเกษตรกร ที่ต้องเผชิญกับผลผลิตตกต่ำ น้ำท่วมภัยแล้ง ก็ยังมีอยู่จริง แต่ได้นำเรื่องนี้มาหารือกับพล.อ.ประยุทธ์และคุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อจะช่วยรายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับโครงสร้าง หรือการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้มีการหมุนเวียนในระบบมากขึ้น เพื่อจะทำให้โครงการต่าง ๆ และสภาพัฒน์ แห่งประเทศไทยผลักดันเป็นจริง ก็แสดงว่าได้พยายามคิดอยู่ แต่ก็ย้ำว่า แต่จะมาพูดเรื่องการจำนำข้าว ตันละ 1,5000 ถึง 2,0000 บาทเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เขาบอกว่านำพาไปสู่ความหายนะทางเศรษฐกิจ อยู่ไม่ได้กี่วันก็ต้องดูดูต้องช่วยกันในการปรับโครงสร้าง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลเตรียมจะทุ่มเงิน 300,000 ล้านบาทในการที่จะเข้าไปผลักดันเศรษฐกิจของรากหญ้า นั่นเป็นเรื่องที่คุณสมคิดว่า ชาวบ้านจะรู้สึกตามหรือไม่นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าชาวบ้านยังไม่รู้สึกได้ คำพูดของรัฐบาลก็ต้องกลายมาเป็นลมที่พัดไปในอากาศ และจะนำพาไปสู่การขยายความของฝ่ายที่ต้องการบันทอน แน่นอนทุกรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอยู่ดีกินดี หรือไม่เดือดร้อนก็ไปแก้ไขตรงไปตรงมา หรือไปสร้างโครงการไปด้วยทุจริตไปด้วยนั่นก็ว่ากันไป แต่ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาใหญ่อันหนึ่ง จะเป็นลมพัดหวนและจะกลายเป็นพายุที่จะกลับมาเล่นงานรัฐบาลได้ ถ้าความพอใจอื่น ๆ ที่มีอยู่ลดลง และความเป็นไปเป็นแบบนั้น รัฐบาลพล.อ.เปรม ประชาชนชอบรัก พอนานไปก็เกิดปัญหา เรื่องนี้อย่างไรก็ตามแต่ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ต้องถือเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่จะต้องกระทำและดำเนินการ ไม่อย่างนั้นมีปัญหาแน่ ๆ