- 05 ต.ค. 2559
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 5 ตุลาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
ยุคล : จากกรณีเครื่องบินเหมาลำของพลเอกประวิตรที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ฮาวาย วันนี้มีประเด็นข้อสงสัยเกิดขึ้นเยอะมากและเป็นแง่มุมของการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในแง่ของการใช้จ่าย งบประมาณ ทั้งในแง่ของเสิร์ฟเมนูอาหารไข่ปลาคาเวียหรือกรณีของคุณชลรัศมี งาทวีสุข ประเด็นนี้แหละครับ คุณสนธิญาณจะเข้ามาเติมเต็มให้กับท่านผู้ชมได้เห็นภาพข้อเท็จจริงของ สถานการณ์มากขึ้นและตอนนี้คุณสนธิญาณพร้อมอยู่ในสายแล้ว สวัสดีครับคุณสนธิญาณครับ
สนธิญาณ : สวัสครับคุณยุคล สวัสดีครับท่านผู้ชมไบรท์ทีวีและแฟนข่าวทีนิวส์ทุกท่านครับ เรื่องนี้ไม่พูดก็ไม่ได้หรอกครับ กำลังเป็นกระแสและเป็นกระแสที่ผมคิดว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะ คสช. และนายกรัฐมนตรีควรจะต้องรับฟัง แม้เรื่องที่ดำเนินไปจะอยู่ภายใต้การปฎิบัติที่ชอบธรรม ผมเรียนแบบนี้นะครับ ในการเดินทางไปประชุมของพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่บอกว่าต้องระวังเนื่องจากว่า การเคลื่อนไหวของฝ่ายที่ไม่ชอบรัฐบาล มันโดนความรู้สึกของฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่เชียร์พลเอกประยุทธ์อยู่ เหตุผลที่โดนเนี่ย แน่นอนว่ากระแสของพลเอกประวิตร เป็นกระแสที่สังคมจับจ้องมองอยู่แล้วในฐานะที่เป็นผู้ที่ทรงอำนาจ ลูกน้องมากมายทั้งตำรวจ ทั้งทหารซึ่งเป็นเป้าใหญ่ หมายความว่า ฟากฝั่งฝ่ายตรงข้ามว่าถ้าจะโค้นพลเอกประยุทธ์ ลงได้ก็ต้องโค้นพลเอกประวิตรลงซะก่อน เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูกันนะครับว่า ข้อเท็จจริงที่มาโจมตีกันในขณะนี้เนี่ย ข้อแรกนะครับ อันนี้ความเห็นผมชัดเจนเลยว่า ครั้งนี้เป็นการเดินทางในฐานะรองนายกรัฐมนตรีไปประชุม การไปด้วยการบินไทยเป็นเรื่องที่ชอบธรรมไม่ได้ใช้เงินเกินจริง คำถามมีว่าทำไมต้องเช่าเหมาลำ เพราะเครื่องบินไม่มีบินตรง แล้วทำไมต้องไปลำใหญ่ถึงขั้นเอาไปเทียบกับเครื่องบินราชพาหนะ ซึ่งไม่ควรจะไปเปรียบเทียบ ต้องใช้เครื่องบินลำใหญ่เพราะต้องบินตรงครับ ที่ผ่านมาการบินไทยเคยบินตรงไปสหรัฐอเมริกาแต่ต้องยกเลิกเพราะขาดทุน เพราะบินตรงค่าใช้จ่ายก็ต้องสูงและบินตรงก็ต้องมาดูก่อนว่า พลเอกประวิตรท่านตั้งใจจะไปเที่ยวรึเปล่า ท่านไปทำงานประชุมแล้วก็กลับเลยนะครับ คำถามก็มีอีก ประเด็นที่โจมตีกันก็คือว่า แล้วไปทำไมกันตั้งเยอะตั้งแยะ เค้าประชุมรัฐมนตรีกลาโหมแค่นี้เอง ทำไมไปกันตั้ง 38 คน ก็เอาให้ชัดเจนนะครับ เรื่องที่ไปประชุมที่สหรัฐครั้งนี้นะครับ นอกเหนือจากการไปประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน กับสหรัฐแล้วเนี่ยนะครับ ยังมีทีมประมงของไอยูยู (IUU) ที่ไปประชุมกันรื่องการก่อการร้าย ไอเอส เรื่องค้ามนุษย์และความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนและเรื่องของการประชุมรัฐมนตรีกลาโหม มี 5 คณะ ก็พอฟังได้ฟังได้ก็ไปรื้อเอามาซึ่งจะจริงเท็จหรือไม่ก็ไม่รู้ก็มีชื่อผู้ประกาศข่าวช่อง5 เจ้าตัวก็ออกมายืนยันละว่าอ่านข่าวอยู่ ซึ่งของแบบนี้มันง่ายละครับ มีหลักฐานปรากฏ เพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับผมเรียน ไม่ใช่ว่าสนธิญาณจะตะบี้ตะบัน เชียร์รัฐบาลพลเอกประยุทธ์นะ อะไรก็ถูกไปหมด ผมเรียนย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการยึดประเด็นมาโจมตี หาเหตุ การหาเหตุมันต้องหาที่จุดอ่อน ตรงไหนที่เป็นจุดอ่อนบ้างก็ต้องไปดูตรงนั้น พลเอกประวิตรเป็นจุดอ่อน รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ต้องยอมรับในฐานะรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. จุดอ่อนนี้เนี่ยนะครับ เนื่องจากว่าบารมีท่านกว้างขวาง ผู้คนให้การเคารพนับถือมาก เพราะฉะนั้นต้องแวะ ต้องจัดการพลเอกประวิตรลงให้ได้ เพราะถ้าจัดการพลเอกประวิตรได้สะเทือนถึงพลเอกประยุทธ์แน่นอนครับ ขอบคุณมากครับ
ยุคล : ขอบพระคุณมากครับ คุณสนธิญาณครับ โดยสรุปแล้ว คุณสนธิญาณก็สรุปเรื่องทั้งหมดนะครับว่า การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้และข้อครหาต่างๆนั้นเนี่ย ทุกอย่างเป็นไปด้วยความชอบธรรม ไม่ได้มีความผิดปกติเกิดขึ้นแต่ประการใดและเน้นย้ำว่านี่เป็นการโจมตีทางการเมืองที่ฝ่ายตรงกันข้ามเนี่ยเล็งเห็นมาโดยตลอดว่า จุดอ่อนของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ด้านหนึ่งเป็นเพราะพลเอกประวิตร เนื่องจากว่าพลเอกประวิตรนั้นเป็นผู้มีบารมีและก็มีลูกน้องมากมายก่ายกอง ทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามมองว่าหากสามารถเล่นงานพลเอกประวิตรได้ก็จะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงสถานะของพลเอกประยุทธ์ได้
