นั่งสั่งตั้งกก. 3 ร่วม ถกปัญหาโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งให้ชะลอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่วม เพื่อหาข้อยุติเรื่องดังกล่าว โดยวันนี้ (24 กรกฎาคม 2558) ได้มีรายงานผลสรุปการประชุมร่วม 3 ฝ่าย เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), กระทรวงพลังงาน, ตัวแทนจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.), สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมด้วย

โดยข้อสรุปของที่ประชุมได้กำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย หรือ ไตรภาคีขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วย

ฝ่ายที่ 1 คือ สปช. และ สนช.

ฝ่ายที่ 2 คือ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งจะเน้นคนในพื้นที่ จ.กระบี่ เป็นหลัก สามารถมีนักวิชาการมาเป็นที่ปรึกษาได้

ฝ่ายที่ 3 คือ ฝ่ายภาครัฐที่ดำเนินการ ประกอบด้วย กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถมีนักวิชาการได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ยุติการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ซึ่งมีผลให้การประมูลการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ชะลอออกไปด้วย และกระบวนการที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ อาทิ การทำ ทีโออาร์ (TOR) จะไม่มีผลทางกฎหมาย สำหรับประเด็นการหารือในคณะกรรมการไตรภาคีจะหาความชัดเจนร่วมกันในการหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และการหาพลังงานทดแทนที่มีความคุ้มค่าและเหมาะสมในพื้นที่ ซึ่งหากมีมติร่วมกันก็จะยึดผลประชุมเป็นหลัก