ปีศาจ ซาตาน ยังต้องหลบให้สหรัฐ !! เจาะลึกทำไมสหรัฐถึงไม่ลงนามร่วม ICC ยุยงให้เอาผิดประเทศอื่น หรือว่าสหรัฐมีชนักติดหลัง กลัวแผลเหวอะ !!!

เจาะลึกทำไมสหรัฐถึงไม่ลงนามร่วม ICC

 

ปีศาจ ซาตาน ยังต้องหลบให้สหรัฐ !! เจาะลึกทำไมสหรัฐถึงไม่ลงนามร่วม ICC ยุยงให้เอาผิดประเทศอื่น หรือว่าสหรัฐมีชนักติดหลัง กลัวแผลเหวอะ !!!

 

นางฟาตู เบนซูดา อัยการสูงสุดของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เผยแพร่รายงานที่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองทัพสหรัฐอเมริกาถึงการทรมานร่างกายผู้คนที่ตกอยู่ในการควบคุมในอัฟกานิสถานอย่างน้อย 61 ราย ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2546 ถึง 31  ธันวาคม 2557 ด้วยการไม่ดูแลสภาพความเป็นอยู่ อีกทั้งยังละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้คนเหล่านั้น

 

รายงานระบุอีกว่า สำนักงานข่าวกรองของสหรัฐฯ (CIA) อาจจะร่วมในการทรมานร่างกาย และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ถูกควบคุมตัวตามคุกลับต่างๆ ในอัฟกานิสถาน โปแลนด์ โรมาเนีย และลิทัวเนีย อีกกว่า 27 ราย ระหว่างปลายปี 2545 ถึงต้นปี 2551 อีกด้วย ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆ ตามที่รายงานอ้างถือว่าเข้าข่ายการก่ออาชญากรรมสงคราม  แต่คณะตุลาการของ ICC มีมติร่วมกัน จะขอพิจารณาถึงสิทธิการใช้อำนาจตามกฎหมายในการเปิดการสอบสวนคดีดังกล่าวหรือไม่ โดยจะเปิดเผยผลการพิจารณาเร็วๆ นี้ 

 

ปีศาจ ซาตาน ยังต้องหลบให้สหรัฐ !! เจาะลึกทำไมสหรัฐถึงไม่ลงนามร่วม ICC ยุยงให้เอาผิดประเทศอื่น หรือว่าสหรัฐมีชนักติดหลัง กลัวแผลเหวอะ !!!

 

ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธต่อรายงานดังกล่าว และยืนยันว่ายังไม่เคยมีทหารหรือสายลับในปฏิบัติการใดๆ ในอัฟกานิสถาน ถูกดำเนินคดีโดย ICC มาก่อน  โดยหากมีการดำเนินคดีดังกล่าวจริง จะถือเป็นครั้งแรกที่ ICC ดำเนินคดีกับพลเมืองของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้ลงนามในสัตยาบันร่วมกับ ICC ขณะที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุรุนแรงในซีเรีย ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีโดยไอซีซี แต่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เองกลับรอดพ้นจากกติกาดังกล่าวเนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของไอซีซี และเมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้วิจารณ์ต่อการที่ประเทศในแอฟริกาบางส่วนประกาศถอนตัวจากไอซีซี โดยนายจอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ  กล่าวว่า ไอซีซีเป็นกลไกที่ทรงคุณค่าที่สนับสนุนต่อการรับผิดชอบ ต่อการกระทำ แต่ไม่เคยเอ่ยอ้างว่าสหรัฐฯผู้สวมบทบาทมหาอำนาจของโลกจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์แห่งความรับผิดชอบนั้น
 

ทั้งนี้ ICC ก่อตั้งเมื่อปี 2545 ตามกรอบของธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ และถือเป็นศาลยุติธรรมเพียงแห่งเดียวที่มีอำนาจในการพิพากษาคดีอาชญากรรมสงคราม, อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ ตลอดจนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และปัจจุบัน มี 124 รัฐ ที่ร่วมลงนามเป็นภาคี ยกเว้น 3 ประเทศผู้นำโลกคือ สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย


 ข้อ ๑ อาชญากรรมในเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ
       ๑.๑. ศาลอาญาระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณาคดีเฉพาะปัจเจกบุคคลกระทำความผิดไม่ใช่การกระทำของรัฐ อาชญากรรมที่อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้แก่ อาชญากรรมร้ายแรงที่สุดที่สังคมระหว่างประเทศได้กำหนดห้ามไว้ และเกิดขึ้นภายหลังวันที่ ๑ กรกฎาคม ค.ศ. ๒๐๐๒ เป็นต้นไป อันได้แก่
      
       (๑) การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide)
       คำนิยามของความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตามธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute of the International Criminal Court) เป็นไปตามข้อ ๒ ของ Convention on the Prevention and Punishment of Crimes of Genocide ค.ศ. ๑๙๔๘ หมายถึง การกระทำที่มีเจตนาทำลายล้างทั้งหมดหรือบางส่วนของกลุ่มชนชาติ ชาติพันธุ์ เชื้อชาติ หรือกลุ่มทางศาสนา
      
       (๒) อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ (Crimes Against Humanity) โดยที่ในข้อ ๗ แห่งธรรมนูญการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศบัญญัติว่า ความผิดฐานอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ หมายถึง การกระทำใด ๆ ที่เมื่อกระทำในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีอย่างกว้างขวาง หรืออย่างเป็นระบบที่มีเป้าหมายโดยตรงต่อประชาชนพลเรือน และโดยรู้ถึงการกระทำนั้น เช่น การฆาตกรรม การทำลายล้าง การเนรเทศ หรือการบังคับพลเรือนให้โยกย้าย การทรมานหรือข่มขืนกระชำเรา เป็นต้น
      
       (๓) อาชญากรรมสงคราม(War Crimes)
       ความผิดฐานอาชญากรรมสงคราม ได้แก่ การกระทำความผิดทั้งในสถานการณ์หรือความขัดแย้งด้วยอาวุธอันมีลักษณะระหว่างประเทศ (International armed conflict) และสถานการณ์ความขัดแย้งด้วยอาวุธอันไม่มีลักษณะระหว่างประเทศ (Civil War) โดยอาชญากรรมสงครามภายใต้ข้อ ๘ แห่งธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ หมายถึง ผู้ที่มีส่วนร่วมในการวางแผนหรือนโยบายในลักษณะที่เป็นการกระทำที่ส่งผลต่อกองกำลังทหารหรือพลเรือนจำนวนมาก (Large scale) ในระหว่างการรบ เช่น การปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมต่อเชลยศึก การใช้แก็สพิษ การโจมตีเป้าหมายพลเรือน เป็นต้น
      
       (๔) การรุกราน (Aggression)
       ความผิดฐานการรุกรานนั้น แม้ว่าประเทศส่วนใหญ่จะคัดค้านการรวมความผิดฐานนี้ไว้ในเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาที่ไม่ต้องการให้มีความผิดฐานนี้ขึ้นเพราะเกรงว่าอาจเกี่ยวโยงกับทหารของตนที่ส่งไปปฏิบัติงานอยู่ทั่วโลก ทั้งในนามของประเทศและกองกำลังผสมภายใต้องค์การระหว่างประเทศ แต่ในที่สุดความผิดฐานนี้ก็ได้รับการระบุไว้ในข้อ ๕ ของธรรมนูญก่อตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่ประเด็นปัญหาในการให้คำนิยามของ “การรุกราน” นั้น ยังมีการโต้แย้งกันอย่างกว้างขวาง