- 16 ธ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th
รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
สนธิญาณ : การปรับรัฐมนตรีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอนครับจะต้องมีการปรับอย่างแน่นอน เพราะเงื่อนไขบังคับไว้ ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น แต่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่ากระแสการปรับจะอยู่ในการปรับเล็กตามตำแหน่งที่ขาดไป แต่จากกระแสข่าวเมื่อวานและการลาออกจากสมาชิก สนช. ของวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ทำให้น่าจะเชื่อได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังคิดปรับใหญ่ ก็เพราะที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศ มีท่านรัฐมนตรี ดอน ปรมัตถ์วินัย ทำงานได้มาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว หมายถึงในช่วงที่ผ่านมาท่านอาจจะมีสุขภาพที่ทรุดโทรมลงบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นเรื่องยากที่จะทำงานต่อไป ไม่เคยปิดข่าวมาก่อนว่ากระทรวงการต่างประเทศจะมีการปรับ ซึ่งแน่นอนครับไม่น่าจะเป็นการเปลี่ยนตัว แต่น่าจะเป็นการเพิ่มเติมรัฐมนตรีช่วยฯเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง เพราะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะมีตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯอีกตำแหน่ง เพราะฉะนั้นการปรับรัฐมนตรีช่วยว่าการฯกระทรวงการต่างประเทศเข้าไป ก็แสดงว่าข่าวและภาพรวมของทั้งหมด เพราะอีกด้านหนึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้มีการเตรียมการอยู่เหมือนกันในการที่จะเพิ่มรัฐมนตรีช่วยฯต่างประเทศเข้าไป ตามที่รัฐมนตรีว่าการฯขอมา ก็ถือว่ารัฐมนตรีช่วยฯที่เพิ่มเติมยังกล้าเข้าไป มาดูกันต่อว่าในกระทรวงที่กำลังเป็นที่จับตาที่สุดในการปรับ น่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม เพราะผลงานที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ทำไว้เรียกว่าดีเหลือเกิน สามารถที่จะใช้คำว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา คือเบอร์ 2 ของรัฐบาลก็ว่าได้ ไม่ใช่แต่แค่ฟอร์มมาเป็นรองรัฐมนตรีหรือคนสำคัญอย่างนู้นนี้ แต่ในแง่ของกระแสความนิยมที่ปรากฏและให้ความเชื่อมั่น ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์จะเอาใครมาตรงนี้ หมายความว่าฝีมือต้องเท่าเทียม ถ้าไม่เท่าเทียมถูกเปรียบเทียบ ชื่อก็มีอยู่หลายชื่อนะครับ ถ้าผมคิดว่าชื่อที่น่าสนใจที่สุดน่าจะชื่อ พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรมในขณะนี้ ก็เพราะว่าพล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน เป็นรุ่น 2513-15 เป็นรุ่นเดียวกับ พล.อ.ไพบูลย์ เป็นเลือดที่พล.อ.ไพบูลย์คัดเลือกมาทำงานเองในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม และทำงานเข้าขากันมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นรู้เรื่องงานในกระทรวงยุติธรรมดีอยู่แล้ว ผมคิดว่ามีความโดดเด่น ทั้งนี้ทั้งนั้นพล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องตัดสินใจและเลือก ถัดมากระทรวงที่ต้องติดตามดูคือกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดูเงียบมากครับว่าจะเอาใครมาเป็น ก็ต้องให้ตัวเต็ง ซึ่งไม่น่าจะเป็นคนอื่นไปได้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ซึ่งนายแพทย์ธีระเกียรติไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะมากผลงานนะครับ ในระหว่างที่กระทรวงศึกษาธิการมีรัฐมนตรีช่วย 2 คน คือ พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กับนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ งานหลักที่มอบลงมาใหญ่โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริ กระบวนการทางด้านปรับยุทธศาสตร์ทางการศึกษาจะอยู่ที่นายแพทย์ธีระเกียรติเป็นหลัก ก็ต้องจับตาดูนะครับว่านายแพทย์ธีระเกียรติจะได้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยกระแสข่าวตอนนี้ก็คือว่าอาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านอุตตม สาวนายน ถือว่าเป็นคนสนิทของอาจารย์สมคิด ลาออกมาจากกระทรวงไอซีที แต่ก็แปลกใจว่าทำไมตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีไม่ตั้งเลย หลังจากที่กระทรวงไอซีทีให้พล.อ.ประจิน จั่นตอง มารักษาการแทนไว้ จึงทำให้ชื่อของพล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เตรียมทหารรุ่น 16 ซึ่งเป็นนายทหารท่านหนึ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ไว้วางใจมาก มีชื่อขึ้นมาเป็นแคนดิเดต และสุดท้ายที่บอกว่าการปรับตำแหน่งปรับใหญ่ น่าแปลกใจมากที่มีข่าวลือ ผมยังอ้ำอึ้งไม่กล้าเอ่ยชื่อ แต่คุณยุคลฟันธงออกไปแล้วเรื่องพล.อ.ประวิตรจะลาออก ก็ต้องถือว่าพล.อ.ประวิตรในแง่ศักยภาพอำนาจเป็นเบอร์ 2 เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นพี่ใหญ่ของแม่ทัพภาคตะวันออกที่ผ่านมา ที่เราจะเรียกว่าทหารเสือราชินี เป็นผู้ที่สร้างความต่อเนื่องของพล.อ.ประวิตร มาสู่ พล.อ.อนุพงษ์ มาสู่ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ากันว่ามีความรักความนับถือที่ผูกพันกัน ถึงวันนี้อาจจะเป็นเรื่องที่จะทำให้พล.อ.ประวิตรลาออกก็น่าจะเป็นเรื่องสภาพ แต่จากแหล่งข่าวท่านก็มีปัญหาสุขภาพอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าพล.อ.ประวิตรลาออกจริง ก็ต้องถือว่ามีการปรับใหญ่และมีการเปลี่ยนหน้ารัฐบาลในตำแหน่งที่ผมพูดอาจจะต้องมีการเลือก เพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์เท่ากับต้องจัดทัพใหม่ทั้งหมด จากการที่พล.อ.ประวิตรกุมสายของความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูกองทัพฝ่ายต่างๆ ใครที่จะมาแทนต้องจับตาเป็นอย่างยิ่ง
