"สนธิญาณ" จับตา!! " พล.อ.กัมปนาท" ลาออกจากตำแหน่งใน สนช. น่าจะมีภารกิจสำคัญยิ่งในการที่จะทำงานให้กับชาติบ้านเมือง

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.tnews.co.th

รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 23 ธันวาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง)  ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

สนธิญาณ : เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา มีนายทหารใหญ่คนหนึ่งได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สนช. ก็คือว่า ตำแหน่งนี้มีความสำคัญพอสมควรนะครับ จู่ๆ ลาออกก็ต้องน่าจะมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน นายทหารคนนั้นชื่อ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ เป็นอดีตผู้ช่วยบัญชาการทหารบกที่ถือว่ามีความโดดเด่นมาก แต่การที่ไม่สามารถก้าวถึงผู้บัญชาการทหารบกก็ไม่ใช่เป็นเพราะผู้บังคับบัญชาไม่ไว้วางนะครับ เป็นเพียงจังหวะตำแหน่งและความอาวุโสในการโครงยศตำแหน่งช้ากว่าผู้ที่จะก้าวเป็น ผบ.ทบ. และผู้บังคับบัญชาที่ว่าก็เป็นใครอื่นไม่ไปไม่ได้หรอกครับ ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งพล.อ.กัมปนาทเติบโตในเส้นทางทหารแม้จะไม่ได้มาจากสายบูรพาพยัคฆ์ แต่ถือว่าเดินตามรอย พล.อ.ประยุทธ์มาในฐานะเป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ แม่ทัพภาคที่ 1 จนถึงขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ทุกครั้งที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี หลังจากที่พล.อ.กัมปนาท เ ว่าอาจจะนั่งกระทรวงดิจิตอลหรืออาจจะไปที่กระทรวงยุติธรรม แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีรายชื่อ ซึ่งในฐานะแหล่งข่าวระดับสูงก็มีความแปลกใจมาก เพราะถือว่าเป็นคนที่พล.อ.ประยุทธ์ไว้วางใจและโผข่าวสารที่หลุดออกมาก็น่าจะมีความเป็นไปได้สูง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ก็ลาออกจาก สนช. ก็มีการตั้งคำถามกันมากว่าทำไมจู่ๆ ทำไมถึงลาออกจาก สนช. อย่างน้อยก็มีหน้าที่ในการทำงานเพื่อประเทศชาติบ้างเมือง ผมจะเรียนอย่างนี้ครับ ผมเองมีโอกาสได้เจอได้พบได้พูดได้พูดได้คุยกับ พล.อ.กัมปนาท ในสมัยที่ยังเป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ในยุคที่เรียกว่าสถานการณ์บ้านเมืองกำลังหนักหน่วงครับ ในปี 2553 การชุมนุมคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและที่สี่แยกราชประสงค์ เรียกว่ามีเหตุการณ์ที่ทำให้ทหารต้องเข้าปฏิบัติการและ กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ถือว่าเป็นหน่วยหลักหน่วยหนึ่งที่จะต้องเข้าไปทำงาน พล.อ.กัมปนาทได้แสดงบทบาทที่สำคัญยิ่งในยุคสมัยนั้น และอีกงานหนึ่งที่ถือว่าได้พยายามดำเนินการมาอย่างจริงจังทุ่มเทเป็นการถวายชีวิต ก็คือการปราบปราบ ขบวนการล้มเจ้าหรือผู้ที่กระทำความผิดตามมาตรา 112 อาจจะถามว่าเป็นทหารทำไมถึงเข้ามาปราบปรามได้ ในส่วนของความมั่นคงที่ได้กระทำติดตามกลุ่มขบวนการที่ทำงานอย่างเป็นระบบและเป็นขบวนการ ไม่ใช่หมายความว่าคนกระทำความผิดมาตรา 112 ที่ออกมาพูด นั่นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พล.อ.กัมปนาทในฐานะผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ก็ถือว่าได้ทำงานมาโดยตลอด ครั้งหนึ่งในฐานะที่กำลังเกิดสถานการณ์ตึงเครียด เมื่อครั้งที่การชุมนุมก็ได้ปลุกเร้าทหารให้ยืนหยัดเข้มแข็งและจงรักภักดี ความจงรักภักดีและการทำงานเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอดเป็นที่ประจักษ์แจ้งในผู้ที่อยู่ในบังคับบัญชาและผู้ที่ติดตามการทำงานของท่าน ไม่มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี ลาออกจาก สนช. ได้เป็นคนที่มีคุณภาพคนหนึ่งของกองทัพต้องจับตาว่าจะไปดำรงตำแหน่งสำคัญ ตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดหรือไม่ หยิบยกเอาประวัติของท่าน นายทหารเตรียมทหารรุ่น 16 ผู้ทรงเกียรติผู้มากด้วยฝีมือและความจงรักภักดี ต้องจับตาดูครับ ผมเชื่อว่าจะไม่ใช่เป็นการลาออกไปพักผ่อนอยู่กับบ้านหรอกครับ แต่น่าจะมีภารกิจสำคัญในการที่จะช่วยทำงานให้กับชาติบ้านเมือง ซึ่งน่าจะเป็นตำแหน่งที่สำคัญยิ่งต่อไป และโปรดติดตามกันอย่างใกล้ชิดครับ