"สนธิญาณ" สงสัย! "เจ้าคุณประสาร" มีปัญหาอะไร ถวายคืนพระราชอำนาจให้กับพระมหากษัตริย์ตามราชประเพณีโบราณในการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.tnews.co.th

รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง)  ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ยุคล :  กำลังร้อนเลยนะครับสำหรับประเด็นที่ สนช. จะมีการพิจารณาร่างแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ปี พ.ศ.2535 ในประเด็นมาตราที่ 7 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสถาปนาแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช วันพรุ่งนี้ สนช. จะมีการประชุมกันก็ถูกจับตามองกันว่าจะเป็นการพิจารณา 3 วาระรวดหรือเปล่า

 

สนธิญาณ : ทำไมคุณยุคลถึงคิดว่าจะร้อนครับ เกี่ยวกับเรื่องพระเรื่องเจ้าและเป็นเรื่องที่จะถวายคืนพระราชอำนาจแก่พระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นราชประเพณีซึ่งมีมาแต่โบราณในการรักษาประเทศชาติไทยให้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ให้มั่นคงยั่งยืนในแผ่นดินนี้มาเกือบพันปี แล้วทำไมถึงร้อนครับ

 

ยุคล : เจ้าคุณประสารออกมาโพสต์เฟซบุ๊กแล้วนะครับว่าถ้าแก้ไปในทำนองที่มีการนำเสนอคณะกรรมาธิการจะเกิดการเคลื่อนไหวขององค์กรชาวพุทธทั่วประเทศ

 

สนธิญาณ :  ใครนะครับเจ้าคุณประสาร

 

ยุคล : พระเมธีธรรมาจารย์

 

สนธิญาณ : แล้วท่านเป็นตัวแทนครับ ทำไมถึงพูดแทนองค์กรชาวพุทธ หรือพูดแทนพระสงฆ์ทั่วประเทศได้ หรือพระสงฆ์ทั้งประเทศมีปัญหาอะไรกับเรื่องในทางโลกครับ ในทางอาณาจักร ระหว่างศาสนจักรกับอาณาจักร ศาสนจักรไม่สามารถยืนอยู่ได้อย่างอิสระโดยไม่ได้รับการดูแลคุ้มครองจากอาณาจักร พระพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองรักษามาได้ถึง 2,500 กว่าปี ล้วนแต่มีฝ่ายอาณาจักรเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริม ไม่ว่าจะตั้งแต่สมัยพุทธกาลมา พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าอชาตศัตรู จนถึงพระเจ้าอโศกมหาราช และกลับมาดูครับประเทศไทยเรา พระมาหากษัตริย์ทุกพระองค์เมื่อขึ้นครองราชย์จะประกาศพระปณิธานอย่างชัดเจนว่าจะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เป็นหลักเป็นฐาน หยั่งรากลึกบนพื้นแผ่นดินนี้ พระสงฆ์มีหน้าที่ในการรักษาพระศาสนาก็คือ การหยั่งลงในธรรม ให้เข้าใจธรรมะอันแท้จริงที่พระพุทธองค์ส่งสั่งสอนไว้ ถ้าตำแหน่งพระสังฆราชสำคัญกับพระสงฆ์จริง เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพาน เมื่อได้มีการทูลถามว่าพระองค์ท่านจะให้ใครเป็นผู้ดูแลปกครองพระสงฆ์ต่อ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสตอบว่า พระธรรมเท่านั้น ไม่ใช่การปกครองจากคณะสงฆ์ สิ่งที่จะหยั่งสิ่งที่จะสร้างพระพุทธศาสนาให้เข้มแข็งในฐานะของพุทธบริษัททั้ง4 คือพระธรรม ไม่ใช่ผู้ปกครองสงฆ์ ผู้ปกครองเป็นเพียงสมโภช สมมติทางโลกได้ตั้งขึ้น จัดขึ้นให้มีขึ้น เพื่อช่วยกันดูแลรักษาสงฆ์ โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่เข้ามาแอบอ้างผ้าเหลือง เพื่อแสวงหาการกิเลสทั้งหลาย เป็นพระผู้แอบอ้าง การกิเลสทั้งหลายไม่ได้หมายถึงผู้หญิง หรือหมายถึงการมีเพศสัมพันธ์นะครับ การกิเลสคือการอยากได้ใคร่ดีทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นยศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่งยศขุน หรือตำแหน่งสมเด็จพระราชาคณะหรืออะไรก็ตามแต่ พระสงฆ์ที่ดำรงความยิ่งใหญ่ให้เป็นที่จารึกจดจำในประเทศนี้ไม่ได้ ไม่ใช่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช แต่เป็นพระสงฆ์ผู้มีการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ สืบเนื่องมาแต่โบราณกาล จนปัจจุบันผู้คนยังกราบไหว้ เช่น หลวงปู่ทวด พ่อท่านคล้าย ในภาคใต้  ส่วนในภาคเหนือ ครูบาศรีวิชัย ส่วนในอีสาน หลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ และครูบาอาจารย์มีมากมายนับร้อยที่ประชาชนคนไทยเห็นว่าเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นพระอริยเจ้า พระเหล่านั้นรักษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติเรียนรู้ธรรมะอย่างจริงจัง เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อก้ามข้ามกิเลสตัณหาทั้งหลาย ไม่ใช้มาเสริมความอยาก มาเคลื่อนไหวอย่างนู้นอย่างนี้ และที่สำคัญเป็นการถวายคืนพระราชอำนาจ ซึ่งมีแต่มาโบราณกาล พระมหากษัตริย์มากมาย เมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ได้ความก็ปลดออกจับสึกก็มีมาแล้วทั้งสิ้น วันนี้จะมาบอกว่าสงฆ์ปกครองกันเอง ความเละที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ สร้างกระแสว่าสงฆ์มหานิกายต่ำต้อยกว่าธรรมยุต เป็นพระสร้างขึ้นมาทำไม ขยายส่งเสริมให้คนมาทำบุญโดยขาดการชำระจิตใจ คำสอนหลักหัวใจของพระพุทธศาสนา สิ่งแรกคือละบาปทั้งปวง แล้วถึงมาหยั่งกุศลให้ถึงพร้อม แล้วมาชำระจิตใจ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนแบบนี้ ผมว่าก็ลองดูกัน ไม่ได้หมายความว่ามาลองดูกับผมนะครับ ลองดูกันว่าคนทั้งประเทศ เขาจะเป็นอย่างไร เขาจะทำอย่างไร สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผู้คนจดจำจารึกพระองค์ท่านไม่ใช่เพราะพระองค์ท่านเป็นสมเด็จพระสังฆราช แต่เป็นเพราะพระองค์ท่านเป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ