"สนธิญาณ" สงสัย!! "เจ้าคุณประสาร" ผู้เป็นพระสงฆ์ต้องมีพรหมวิหาร 4 เป็นธรรมเบื้องต้น แต่มาขู่เคลื่อนไหวเรื่องยศและตำแหน่งพระ มันใช่แล้วหรือ?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 29 ธันวาคม 2559 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง)  ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ยุคล : วันนี้มีประเด็นฮอตที่อีกไม่กี่วินาทีต่อจากนี้ สนช. จะเริ่มประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ. คณะสงฆ์

 

สนธิญาณ : ประเด็นเรื่องพระน่าจะเป็นความเย็นความสงบนะครับ แต่ไหนแต่ไรเราเห็นผ้าเหลืองจะเย็นวาบเข้าไปในใจรู้สึกน้อมนำมาดูพุทธะ ครูบาอาจารย์สอนอยู่เรื่อยนะครับ ว่าเวลาธรรมะหยั่งเข้ามา ธรรมอันสำคัญที่จะหยั่งถึงใจเราเรียกว่า พรหมวิหาร4 คือธรรมอันเป็นเครื่องอยู่ของพรหม พรหมคนเราชอบเข้าใจผิด เวลาพูดว่าพระพรหม เป็นฮินดูทำไมนับถืออย่างกับฮินดู พรหมก็เป็นเทวดาในพระพุทธศาสนา คือเป็นเทวดาตามกฎธรรมชาติที่เวียนว่ายตายเกิด พรหมคือผู้ที่อยู่เหนือเทวดาซึ่งมีอยู่ 6 ชั้น ส่วนพรหมมีอยู่ 20 ชั้น ฉะนั้นผู้ที่จะไปอยู่ในสภาวะการเกิดเป็นพรหม และมีธรรมอันเป็นพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เมตตาคือมีความรักต่อผู้อื่น ต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย กรุณาคือเห็นคนอื่นเป็นทุกข์ตกทุกข์ได้ยากลำบากรู้สึกอยากจะช่วยเหลือ มุทิตาคือเห็นคนอื่นดีอยากจะส่งเสริมให้ได้ดี อุเบกขาคือยามที่มีอะไรไม่ดีกับตัวเราก็วางเฉย พระสอนให้เราอยู่ในพรหมวิหาร และพระยิ่งต้องอยู่ในพรหมวิหารนะครับ ไม่น่าจะร้อนแต่สำหรับท่านเจ้าคุณประสารอย่างไรท่านก็ชอบของร้อน เพราะท่านออกตัวอย่างรุนแรงว่าอย่างไรก็ตามแต่งานนี้หาก สนช. ไม่หยุด ท่านก็ต้องเดินหน้าของท่าน ผมไม่เอาหลักการที่ท่านพูด ท่านเอาอะไรมาคัดค้านมาอ้าง ผมชอบท่อนสุดท้ายอยากจะทวน บอกว่า "ความพยายามที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ได้ตรงจุดตามความคิดของท่าน ท่านกำลังคิดผิดอย่างมหันต์ คิดผิดจริงๆ อาตมาจึงขอเตือนท่านด้วยความปรารถนาดี แต่ถ้าท่านคิดว่าเป็นอำนาจอันชอบธรรมของท่าน ท่านจะเดินหน้าในเรื่องนี้แน่นอน ถ้าเช่นนั้นอาตมา องค์กรพุทธ และพระสงฆ์ทั่วประเทศก็จะเดินหน้าในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ไม่มีทางเลือกอื่น และขอฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐมนตรีออมสิน ชีวะพฤกษ์ และคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลทุกท่าน" ท่านนี่หมายถึง สนช. ผมว่าท่านฝากให้ตรงตัวเลยดีกว่า ว่าควรจะฝากให้พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประยุทธ์บอกแล้วว่ารัฐมนตรีคนไหนก็ทำตามคำสั่งผมตามนโยบายผม เห็นไหมครับเขาเป็นคนปรับ ครม. เพราะเรื่องนี้เป็นอย่างอื่นไม่ได้ เป็นเรื่องที่ถ้าเป็นนโยบายคือเป็นนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ แต่เรื่องนี้เกิดมาจาก สนช. 84 คนที่เสนอชื่อขอแก้ ซึ่งแน่นอนอย่าพูดเวิ่นเว้อ งานนี้ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ปรึกษารัฐบาลก่อนเขาไม่ทำครับ คือต้องไปทางเดินกันแล้ว และที่สำคัญการแก้กฎหมายครั้งนี้คือการถวายคืนพระราชอำนาจ รัฐบาลจะได้ไปกราบบังคับทูลปรึกษาหารือหรือไม่นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถทราบได้ แต่เป็นการถวายคืนพระราชอำนาจ ดังนั้นความหมายที่ท่านเจ้าคุณประสารเตือนออกมางานนี้ผมเรียนจริงๆว่าเจอกันแน่ ไม่ใช่เจอกับสนธิญาณนะครับ คณะสงฆ์หรือองค์กรพุทธหรืออะไรก็ตามแต่ที่ท่านเจ้าคุณประสารอ้าง กับคนแรกที่ต้องเจอก็คือเจอกับชายที่พล.อ.ประยุทธ์ ผมฝากกราบไปถึงท่าน ถัดมาท่านต้องเจอกับชาวพุทธทั่วประเทศเหมือนกัน ไม่ใช่องค์กรพุทธนะครับ ซึ่งองค์กรแบบนี้มีเยอะแยะครับ มีอยู่ 48 องค์กร ถ้ามี 100 องค์กร แต่องค์กรละ 3 - 5 คน ตั้งกันขึ้นมาก็ไม่มีราคาไม่มีความหมายหรอกครับ ส่วนเครือข่ายวัดทั้งหลายที่เคยอยู่ภายใต้อาณัติของวัดพระธรรมกาย เพราะกระแสที่ถูกสร้างในสองเรื่อง ถึงตอนนี้ก็ยังสร้างอยู่นะครับ ก็คือเรื่องมหานิกายถูกข่มแหงกดขี่จากธรรมยุต ฉะนั้นพระสงฆ์ 330,000 รูป ซึ่ง 300,000 รูปเป็นพระมหานิกายก็ปลุกมา แต่ทุกวันนี้พระอย่าว่าแต่จะมาลึกซึ้งเรื่องนี้เลย นี่พูดไปความจริงที่ชาวพุทธทั้งหลายก็รู้สึกได้ แม้แต่พระธรรมคำสั่งสอนให้ลึกซึ้งของพระพุทธศาสนาก็ไม่รู้ว่าจะได้ศึกษาลงลึกหรือไม่ จะทำให้พระกลายเป็นองค์กรหนึ่งในสังคมที่เป็นที่พึ่งพิงทางใจ เป็นสะพานแห่งบุญ แต่ไม่ได้เป็นผู้ที่ถ่ายทอดพระธรรมคำสอนจึงทำให้พระเป็นเหมือนอาชีพหนึ่งและแสวงหาความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อนผมเรียนหนังสือมาด้วยกัน บวชได้ 10 พรรษา เป็นพระครู ครูบาอาจารย์ผมบวชมา 40 พรรษาโดยประมาณถึงได้เป็นพระครู ที่บวชมาตั้งแต่เป็นเณร ปฏิบัติอยู่ในป่าธุดงค์ วันนี้พูดได้ว่าเป็นพระอริยเจ้าแต่จะเป็นชั้นไหนไม่สามารถรู้ได้ ทำไมอีกรูปหนึ่งบวช 10 พรรษาแต่ได้เป็นพระครูครับ เพราะมีการวิ่งเต้นเล่นเส้นเล่นสายและมอบตำแหน่งให้อย่างไรละครับ เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว และอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจ พระสงฆ์ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งครับ แต่ที่ติดที่ยึดนั้นไม่จำเป็น พระสงฆ์สำคัญอยู่ด้วยกันเรียงลำดับกันตามอาวุโสของพรรษา อาวุโสน้อยกราบอาวุโสมาก ไม่ใช่กราบพระที่มีตำแหน่งสูง แต่ความจำเป็นในการที่องค์กรสงฆ์ต้องเกี่ยวพันกับทางโลกและกลายเป็นองค์กรที่มีเป็นชุมชนมีคนหมู่มากอยู่จึงต้องมีองค์กรองค์การปกครอง มีตำแหน่งมียศแต่กลับมาติดมาหลงกับยศเหล่านั้น มาบวชเป็นพระสิ่งที่จะต้องทำคือการนำพาญาติโยมทั้งหลายให้หลุดพ้น ฉะนั้นผมสงสัยท่านเจ้าคุณประสารจะมาขู่ว่าอย่างไร ไม่รับทำบุญหรือครับ ถ้าเป็นแบบนี้ผมว่าบ้าแล้ว ซึ่งหวังว่าจะไม่ใช่ ส่วนจะออกมาเคลื่อนไหวออกมาชุมนุมประท้วงกันก็ดี ถ้าพระชุมนุมประท้วงในเรื่องอันเกี่ยวข้องกับตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ยังจะคงมีความเป็นพระสงฆ์ให้ผู้คนกราบไหว้เป็นสะพานบุญในการที่จะทำทานหรือไม่ นี่ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนพิจารณา แต่อย่าเอาองค์กรชาวพุทธมาขู่ครับ เพราะชาวพุทธมีอยู่ทั่วทั้งประเทศ และผมเชื่อว่าอย่างน้อยก็มีชาวพุทธ 10 กว่าล้านคนที่ลงประชามติสนับสนุนรัฐธรรมนูญเมื่อครั้งที่ผ่านมา เชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ และครั้งนี้ รัฐบาล สนช. คสช. หรืออะไรก็ตามแต่ เดินมาถูกทางแล้วที่ต้องผ่าทางตันตั้งสมเด็จพระสังฆราชด้วยความเหมาะสมและเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ดั่งประเพณีโบราณ กฎหมายฉบับนี้น่ากลัวว่าจะทำกันเร็ว ฉะนั้นท่านเจ้าคุณประสารก็เตรียมไปปลุกม็อบเอาให้รวดเร็วแล้วจะได้เห็นว่าจะถึงเวลาที่บ้านเมืองยกระดับขึ้น คือความจริงจะได้ปรากฏ