"สนธิญาณ" ชี้! ฟังคำขู่ของ "เพื่อไทย" กรณีข่าวจะมีการขยับ Road Map ดูจะรุนแรง แนะ! ควรมีการเลือกตั้งว่าจะเอา "รบ.เผด็จการ" หรือ "รบ.ที่มาจากการเลือกตั้ง" ?

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.tnews.co.th

รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 4 มกราคม 2560 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง)  ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย)  กรรมการผู้อำนวยการบริษัท ทีนิวส์ทีวี โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้


สนธิญาณ : การเมืองหลังปีใหม่ดูท่าว่าจะร้อนหรือไม่ร้อนครับคุณยุคล

 

ยุคล : ก็ยังไม่ร้อนเท่าไหร่นะครับ

 

สนธิญาณ : แต่ถ้าฟังคำขู่ของพรรคเพื่อไทยในกรณีที่มีข่าวว่า จะมีการขยับ Road Map เลื่อนเลือกตั้งออกไป จากปลายปี 2560 จนถึงกลางปี 2561 ดูคำขู่แล้วรุนแรงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคำแถลงของคุณอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และหรือคนอื่นๆ ถึงขนาดที่บอกว่าประชาชนอาจจะลุกฮือได้ ไปถึงโน่นเลยครับ ประชาชนจะลุกขึ้นเพราะไม่พอใจที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่รักษาคำพูด จะมาทำงานการเมืองการพูดเมื่อไม่รักษาคำพูด Road Map กำหนดเอาไว้แบบนี้ ถ้ายังคิดว่าจะขยาย อยากจะเหมือนกับหวงอำนาจเลยจะสืบทอดต่อท่ออำนาจไปอีก 5-6 เดือน ซึ่งกลับมาที่ข้อเท็จจริงซึ่งคนที่เปิดออกมาคือ สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ผลเพราะมีกฎหมายลูกเยอะจนคิดว่าทำไม่ทันก็เลยออกมาบอกกล่าวกันไว้ก่อนว่าจะเลื่อนออกไปหน่อย ใช้คำว่าหน่อยนะครับ ก็คืออีก 3 -6 เดือน ก็แปลกครับ เลื่อนออกไปหน่อยก็เลื่อนด้วยความจำเป็นไม่ใช่วิธีคิดในการที่จะรักษาอำนาจเหมือนกับที่พรรคเพื่อไทยพยายามขยายและเปิดประเด็นกระแสขึ้น และกลับมาดูต่อว่าเมื่อวาน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ก็บอกว่า ไม่มี ท่านนายกไม่มีเจตนาหรือความตั้งใจใดๆ ในการที่จะขยาย Road Map ออกไป กำหนดแค่ไหนก็แค่นั้น เดินไปตามไหนก็ตามนั้น แต่ถ้าความเป็นจริงปรากฏว่า สนช. ไม่สามารถที่จะออกกฎหมายได้ทัน กฎหมายลูกทั้งหลายซึ่งเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญก็ย่อมจะเดินไปไม่ได้ นี่ก็ชัดเจนครับเราต้องมาดูอย่างนี้ครับ คำขู่ของพรรคเพื่อไทยต้องถือว่าดุเด็ดเผ็ดมัน คุณปู จิตกร ก็ออกมาเตือนไปยังมิตรของคุณปู ท่านผู้ชมก็คงจะนึกออก คุณปูเป็นผู้ดำเนินรายการข่าวฝีปากกล้าเป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์แนวหน้าส่งสัญญาณไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยเขาจะพูดอะไรไปก็ให้เขาพูดไปเถอะ แต่ขอให้พรรคประชาธิปัตย์สงบปากสงบคำเอาไว้ ผมถือว่าเป็นคำเตือนอย่างมิตรนะครับ ผมก็มาสื่อสารต่อว่าสงบปากสงบคำเอาไว้ เพราะเป็นเรื่องของความจำเป็น ให้เขาอยู่ไปกี่ปีละ พฤษภา 57 อีกนิดหน่อยจะเป็นอะไรไปเมื่อเป็นความจำเป็น และข้อเท็จจริงที่เราควรมาดู ผมว่าเป็นอุทาหรณ์ที่พรรคเพื่อไทยมาขู่นะครับ ผมต้องย้อนให้ดูสวนดุสิตโพลที่ทำตอนใกล้จะสิ้นปีที่ผ่านมา สวนดุสิตโพลถามว่าระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารอันไหนดีกว่ากัน อยากให้คุณอนุสรณ์กลับไปคิดว่าคนลุกฮือจะลุกฮืออย่างไร ประชาชนตอบว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่มาจากกรัฐประหารดีกว่า ร้อยละ 48.84 โดยให้เหตุผลว่าทำงานเร็ว คล่องตัว มีอำนาจพิเศษ ไม่มีการทะเลาะ ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน มีผลงานให้เห็น นี่คือสิ่งที่ประชาชนว่าครับจากโพลซึ่งอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็น่าฟังเอาไว้ ส่วนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่เห็นว่ารัฐบาลรัฐประหารดีกว่าเลือกตั้ง ร้อยละ 48.84 และที่เห็นว่ามาจากการเลือกตั้งดีกว่าแค่ ร้อยละ 23.72 เหตุผลที่ดีกว่าเพราะเป็นประชาธิปไตย รู้ปัญหา มีประสบการณ์ มีความรู้มีความสามารถ อีก 17.93 บอกว่าดีพอๆ กัน ต้องกลับมาดูตรงนี้ครับ มาดูข้อดีข้อเสียของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ร้อยละ 82 เห็นว่า มีอำนาจเด็ดขาดพูดจริงทำจริง รองลงมาบ้านเมืองสงบ ไม่มีการชุมนุม ร้อยละ 71 และทำงานคล่องตัว แก้ปัญหาได้เร็ว ร้อยละ 65 ข้อเสียคือไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง  ไม่ได้รับการยอมรับ ขาดการคานอำนาจและไม่ค่อยฟังความเห็นเป็นเผด็จการ นี่เป็นเรื่องปกติของรัฐบาลเผด็จการ มาถึงข้อเสียของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 77 คือทุจริตคอร์รัปชั่น ซื้อสิทธิ์ขายเสียง รองลงมาแบ่งพรรคแบ่งพวกทะเลาะเบาะแว้งทำงานแบบเดิมหน้าเดิมๆ เก่าๆ มีแต่เรื่องผลประโยชน์เป็นอย่างนั้น โพลของสวนดุสิตก็สำรวจคนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 19 - 24 ธันวาคม 2559 ผมว่าทำการลงประชามติไปเลยว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ไปอีก 5 ปี 8 ปี นี่เหมือนเลือกตั้งไปเลยนะครับ

 

ยุคล : อย่างนั้นเลยนะครับ คุณสนธิญาณครับ

 

สนธิญาณ  : ผมว่าเลือกตั้งกันไปเลยว่าจะเอาเผด็จการแบบ พล.อ.ประยุทธ์ หรือจะมาเลือกตั้งเอานักเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนสองพรรคใหญ่ที่จะมาบริหารแผ่นดินก็คือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย เอาข้างไหนความจริงน่าจะวัดได้ ซึ่งถ้าสะท้อนไปดูตอนลงประชามติ ผมว่าก็พอได้อยู่นะครับ หยิบยกมาพุดให้ฟังเพียงเท่านั้นล่ะครับ เตือนสตินักการเมือง อีกไม่กี่วันก็ได้เลือกตั้งแล้วครับ อำนาจอาจจะกลับมาเป็นของคุณ ในแง่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในแง่การบริหารราชการแผ่นดิน อำนาจกลับมาเป็นของคุณแน่นอน หลังจากเลือกตั้งเกิดขึ้นกลับมามีอำนาจแน่นอน แต่ส่วนนายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร เนื่องจากเปิดช่องว่างให้คนนอกไว้ ซึ่งอาจต้องคิดหน่อยว่าอาจจะไม่ใช่คนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงนะครับ แต่ก็มาตามรัฐธรรมนูญก็ต้องดูกันต่อไป แต่สุดๆจริงสุด อำนาจกลับมาเป็นของพรรคการเมือง อดใจรออีกนิดแต่เที่ยวนี้รับรองได้ว่าคุณไม่สามารถสวาปามหรือโกงกินหรือทำพฤติกรรมเหมือนเดิม การตรวจสอบโดยไม่มีรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์เปรียบเทียบให้เห็น และโลกของโซเชียลจะทำให้รัฐบาลเลือกตั้งที่เข้ามาบริหารประเทศไม่มีทางที่จะอยู่ได้แบบเดิมได้ครับ  ที่สุดจะหยุดคอร์รัปชั่นไปและไม่มีใครขวาง