สำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐ ซัดแหลก เชื่อ 100 % รัสเซียอยู่เบื้องหลังการแฮกระบบคอมพิวเตอร์วันเลือกตั้ง แต่ไร้หลักฐานประกอบในการพาดพิงรัสเซีย

สำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐ ซัดแหลก เชื่อ 100 %

สำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐ ซัดแหลก เชื่อ 100 % รัสเซียอยู่เบื้องหลังการแฮกระบบคอมพิวเตอร์วันเลือกตั้ง แต่ไร้หลักฐานประกอบในการพาดพิงรัสเซีย

จากกรณีที่สหรัฐกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้ง โดยที่ผ่านมากระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ของสหรัฐ ออกแถลงการณ์กล่าวหารัสเซียอย่างเปิดเผยว่าพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2559 ด้วยการก่อ อาชญากรรมไซเบอร์ ต่อเว็บไซต์ของหน่วยงานด้านการเมืองในประเทศ ซึ่งรวมถึงการจารกรรมข้อมูลลับจากระบบอีเมล์ของคณะกรรมการบริหารพรรคเดโมแครต และ ระบบลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งสำหรับประชาชนในอย่างน้อย 2 รัฐ ซึ่งสหรัฐเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง ของรัสเซีย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย

สำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐ ซัดแหลก เชื่อ 100 % รัสเซียอยู่เบื้องหลังการแฮกระบบคอมพิวเตอร์วันเลือกตั้ง แต่ไร้หลักฐานประกอบในการพาดพิงรัสเซีย

ล่าสุดกับการขึ้นให้การของผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ DNI พลเอกเจมส์ อาร์ แคลปเปอร์ จูเนียร์ (James R. Clapper Jr.)ประกาศว่า เขามีความมั่นใจอย่างสูงว่า “รัสเซีย” ทำการแฮกระบบคอมพิวเตอร์พรรคเดโมแครต รวมไปถึงระบบอีเมลของเจ้าหน้าที่หาเสียงของพรรค รวมไปถึงแพร่ข่าวลือ และข่าวที่เป็นเท็จต่างๆเพื่อหวังปั่นป่วนการเลือกตั้งสหรัฐฯในวันที่ 8 พ.ย ที่ผ่านมา  โดยแคลปเปอร์ประกาศยืนยันว่า “ความเห็นของเรานั้นมีความมั่นใจมากกว่าเดิมเมื่อครั้งในวันที่ 7 ต.ค ที่ทางรัฐบาลสหรัฐฯได้แถลงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการว่า รัสเซียเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง”

และในการขึ้นให้การแคลปเปอร์  หัวหน้า DNI วัย 75 ปีผู้นี้ได้อ้างถึงคำกล่าวของว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไมค์ เพนซ์ ในขณะที่เพนซ์ได้ให้ความเห็นเพื่อปกป้องทรัมป์ก่อนหน้านี้ในการที่ทรัมป์แสดงความไม่เชื่อมั่นต่อผลการสอบสวนของหน่วยงานความมั่นคงสหรัฐฯเกี่ยวกับรัสเซียและการโจรกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ โดยแคลปเปอร์กล่าวต่อคณะกรรมาธิการว่า “มีความแตกต่างอย่างแน่นอนระหว่าง “การสงสัยอย่างมีเหตุผล” และ “การแสดงออกในทางลบเชิงดูหมิ่น”

ขณะที่บรรดาสมาชิกสภาคองเกรสต่างออกมาวิตกเกี่ยวกับอิทธิพลของมอสโก และการออกมาชื่นชมอย่างออกนอกหน้าของทรัมป์ต่อตัวประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน และรวมไปถึงความพยายามอย่างสุดตัวในการทำให้ความสัมพันธ์ของรัสเซียและสหรัฐฯกลับมาปกติอีกครั้ง

 

เรียบเรียง : อาทิชา