- 10 มิ.ย. 2569
พรากนับร้อยปี.. วันนี้ได้กลับมาพบกัน เผยเรื่องราวสุดซึ้ง ทำไมต้องอัญเชิญ "สมเด็จพระสุพรรณกัลยา" สู่ภูเขาทอง วัดสระเกศ?
สายใยศรัทธาพระสุพรรณกัลยา พรากนับร้อยปี.. วันนี้ได้กลับมาพบกัน เผยเรื่องราวสุดซึ้ง ทำไมต้องอัญเชิญ "สมเด็จพระสุพรรณกัลยา" สู่ภูเขาทอง วัดสระเกศ?
จากพิษณุโลกสู่พระนคร
อัญเชิญสมเด็จพระสุพรรณกัลยา คืนสู่รอยศรัทธา พระอัฏฐารส ณ
ภูเขาทอง วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
พิธีใหญ่เกิดขึ้น ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ ไม่ใช่แค่การอัญเชิญพระรูปธรรมดา ๆ แต่คือการเดินทางกลับมาพบกันของสายใยศรัทธาที่พลัดพรากจากกันไปนานนับร้อยปี
หากย้อนรอยบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ "พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร" พระประธานองค์งามในพระวิหารวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กับประวัติเรื่องราวที่น่าสในใจ
หลาย ๆ คนอาจไม่รู้ ว่ามีความเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกันยังไง
ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ทรงมีพระราชดำริให้อัญเชิญพระพุทธรูปยืนศิลปะสุโขทัยองค์ใหญ่ จากวัดวิหารทอง พระราชวังจันทน์ จ.พิษณุโลก ลงมายังพระนคร แต่ด้วยความที่องค์พระมีความสูงถึง ๑๐ กว่าเมตร การขนส่งในยุคนั้นจึงต้องใช้วิธี "ล่องแพลอยมาทางน้ำ" ล่องลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยากลำบาก ทำให้แพจมลงในแม่น้ำ เห็นแค่เพียงพระพุทธปฏิมากรลอยอยู่เหนือน้ำ จนชาวบ้านในยุคนั้นพากันเรียกขานท่านด้วยความศรัทธาว่าเป็น “พระลอยน้ำ”
ในอดีตตอนที่องค์พระอัฏฐารสยังประดิษฐานอยู่ที่เมืองสองแคว
จุดที่ท่านตั้งอยู่ล้อมรอบไปด้วย “พระราชวังจันทน์” ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสุพรรณกัลยา
เชื่อกันว่า ทุกครั้งที่วีรสตรีผู้เสียสละท่านนี้ ทรงต้องการที่พึ่งทางใจ
ทรงตั้งจิตอธิษฐาน หรือขอพรเพื่อแผ่นดินไทย พระองค์จะทรงน้อมกายกราบสักการะองค์พระอัฏฐารสองค์นี้อยู่เสมอ
และในวันที่พระองค์ท่านจะจากลาแผ่นดินเกิดไปเป็นองค์ประกันยังพม่า พระองค์ก็คงเข้ามากราบพระพุทธปฏิมากรองค์นี้
จาก "พระลอยน้ำ" ที่ล่องมาจากเมืองเหนือ สู่พระประธานองค์ใหญ่ใจกลางกรุง และในวันนี้ วันที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก พระรูปของสมเด็จพระสุพรรณกัลยา จะได้รับการอัญเชิญมาประดิษฐานเคียงคู่กันอีกครั้ง
นี่คือการพาดวงพระวิญญาณกลับมาพบรอยศรัทธาเดิมที่พระองค์รักและผูกพัน เพื่อกู้คืนเกียรติยศสู่วีรสตรีอย่างสมศักดิ์ศรีที่สุด
จึงขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้อง มาร่วมส่งพลังศรัทธาและร่วมในพิธีประวัติศาสตร์นี้
เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะได้ ตั้งแต่วันที่ ๑๐-๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๘.๓๐ -๑๗.๐๐ น.
ขอบคุณที่มาจาก : วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
