- 13 ส.ค. 2569
"โบราณว่าไว้ 7 สิ่งควรรู้" ใกล้วันสารทจีนเข้ามาแล้วครับ ตามความเชื่อโบราณถือเป็นวันที่ประตูดวงวิญญาณเปิดออกเพื่อให้บรรพบุรุษและดวงวิญญาณต่าง ๆ มารับส่วนบุญ
"วันสารทจีน" สำหรับสายมูและผู้ที่ตั้งใจทำพิธีไหว้ มี 7 สิ่งสำคัญรวมถึงข้อควรระวัง ที่ควรศึกษาไว้เพื่อความสิริมงคลและความราบรื่นของคนในบ้าน เช็กสรุป 7 ข้อสำคัญและวิธีไหว้ที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมตัวล่วงหน้าได้เลย
"โบราณว่าไว้ 7 สิ่งควรรู้" เตือน 7 สิ่งสายมูควรรู้ วันสารทจีน ความเชื่อประตูนรกเปิด และวิธีไหว้รับทรัพย์เสริมเฮง
วันสารทจีน ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน โดยสืบทอดความเชื่อและพิธีกรรมต่อกันมาอย่างยาวนาน ตามปฏิทินจีนโบราณ เทศกาลนี้ตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม
ตามคติความเชื่อโบราณ เดือน 7 ตามปฏิทินจีนมักถูกเรียกว่า "เดือนผี" เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ประตูโลกวิญญาณหรือประตูนรกเปิดออก เพื่อให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษและดวงวิญญาณเร่ร่อนเดินทางมารับส่วนบุญและเครื่องเซ่นไหว้บนโลกมนุษย์
สำหรับสายมูและลูกหลานที่เตรียมจัดพิธีไหว้ นี่คือ 7 สิ่งสำคัญและข้อควรระวังตามความเชื่อดั้งเดิม เพื่อประคองดวงชะตาให้ปลอดภัยและดึงดูดความเป็นสิริมงคลเข้าบ้าน
7 สิ่งควรรู้และข้อควรระวังในวันสารทจีน
1. แบ่งช่วงเวลาการไหว้ให้ถูกต้อง (ไหว้ 3 ชุด)
ธรรมเนียมการไหว้ในวันสารทจีนจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาหลัก เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และดวงวิญญาณอย่างเป็นระบบ
- ช่วงเช้า (06.00 - 08.00 น.): ไหว้เทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน (เช่น ตี่จู๋เอี๊ยะ) เพื่อขอพรความรุ่งเรือง
- ช่วงสาย (09.00 - 11.00 น.): ไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ จัดอาหารคาวหวานแสดงความกตัญญูระลึกถึง
- ช่วงบ่าย (13.00 - 15.00 น.): ไหว้วิญญาณไร้ญาติหรือสัมภเวสี (ชาวจีนเรียก ไป๊ฮ่อเฮียตี๋ แปลว่า ไหว้พี่น้องที่ดี) โดยตั้งโต๊ะจัดพิธีนอกตัวบ้าน
2. เคล็ดลับแต้มจุดสีแดงบนขนมไหว้
ขนมสำคัญประจำเทศกาลคือ ขนมเทียนและขนมเข่ง ซึ่งสื่อความหมายถึงชีวิตที่ราบรื่นและความกลมเกลียวของคนในครอบครัว เคล็ดลับสำคัญคือตามประเพณีดั้งเดิมต้องมีการแต้มจุดสีแดงไว้ตรงกลางขนม เนื่องจากสีแดงตามความเชื่อของชาวจีนคือสีแห่งความเป็นสิริมงคลและโชคลาภครับ
3. หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีแดงเข้มหรือแต่งหน้าจัดในขณะทำพิธี
แม้สีแดงจะเป็นสีมงคลในวันเที่ยวหรือตรุษจีน แต่สำหรับวันสารทจีนซึ่งเป็นเดือนแห่งวิญญาณ โบราณแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีแดงสด สีเหลืองฉูดฉาด หรือการแต่งหน้าเข้มเกินไปในขณะทำพิธีไหว้ รวมถึงงดใส่เครื่องประดับที่มีเสียงดัง เพื่อเป็นการให้เกียรติและรักษาความสงบในพิธีกรรม
4. ห้ามทักหรือขานรับเสียงแปลก ๆ ยามค่ำคืน
ในช่วงที่ประตูมิติวิญญาณเปิดออก หากเดินทางไปไหนมาไหนในเวลากลางคืนแล้วได้ยินเสียงคล้ายคนเรียกชื่อ หรือมีเสียงแปลก ๆ บรรพบุรุษสั่งห้ามหันหลังกลับไปมอง หรือห้ามขานรับเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าอาจเป็นการทักทายหรือเปิดทางให้ดวงวิญญาณเร่ร่อนตามติดชีวิตเราได้
5. งดการตากผ้าเวลากลางคืน
ตามความเชื่อจีนโบราณเชื่อว่า ดวงวิญญาณที่เหน็บหนาวและไม่มีญาติ อาจจะมาอาศัยหรือลองสวมใส่เสื้อผ้าที่ตากอยู่กลางแจ้งในยามค่ำคืน ซึ่งอาจส่งผลให้เสื้อผ้าชิ้นนั้นซึมซับพลังงานลบ (พลังหยิน) เมื่อเรานำมาสวมใส่อาจทำให้เจ็บป่วยหรือดวงตกได้ง่าย ในเดือนนี้จึงควรเก็บผ้าก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
6. ห้ามเหยียบหรือเตะของไหว้ริมทาง
การเดินผ่านจุดที่มีการไหว้วิญญาณไร้ญาติหรือผีไม่มีญาติ ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ห้ามเดินเหยียบ ข้าม หรือเตะเศษอาหารและกระดาษเงินกระดาษทองเด็ดขาด หากเผลอทำโดยไม่ตั้งใจ ให้รีบกล่าวขอขมาในใจทันทีเพื่อความปลอดภัย
7. งดการจัดงานมงคลและกิจกรรมเสี่ยงภัย
เนื่องจากเดือน 7 เป็นเดือนที่มีพลังงานหยิน (พลังแห่งความมืดและวิญญาณ) หนาแน่น คนโบราณจึงมักไม่นิยมจัดงานมงคลขนาดใหญ่ เช่น งานแต่งงาน, การขึ้นบ้านใหม่ หรือการเปิดตัวธุรกิจใหม่ในช่วงนี้ รวมถึงงดการเดินทางไกลไปในพื้นที่เสี่ยง เช่น การเล่นน้ำในที่เปลี่ยว เพื่อหลีกเลี่ยงพลังงานที่ไม่นิ่งครับ
แม้จะมีข้อห้ามตามความเชื่อลี้ลับมากมาย แต่ใจความสำคัญที่แท้จริงของวันสารทจีนคือ "กุศโลบายสร้างความกตัญญู" และการอุทิศตนทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ การปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้จะช่วยให้เราดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท มีจิตใจที่ผ่องใส และช่วยเสริมพลังใจให้คนในครอบครัวมีความสุขอย่างยั่งยืนตลอดปี
