วิจิตรตระการตา ที่สุดของแผ่นดิน เครื่องทรงพระแก้วมรกต ฤดูฝน

"เครื่องทรงพระแก้วมรกต" ชวนส่องความประณีตชั้นสูง "เครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" (พระแก้วมรกต) ชุดฤดูฝน

"เครื่องทรงพระแก้วมรกต" ชวนส่องความประณีตชั้นสูง "เครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร" (พระแก้วมรกต) ชุดฤดูฝน ผลงานชิ้นเอกที่รวมเอาพลังแห่งความศรัทธา ทองคำ และอัญมณีล้ำค่า มาถักทอเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าเหนือคำบรรยายและประเมินมูลค่าไม่ได้

 

 

เพจไทยมู วิจิตรตระการตา ที่สุดของแผ่นดิน เครื่องทรงพระแก้วมรกต ฤดูฝน

ที่สุดของแผ่นดิน
ส่องความประณีต 
"เครื่องทรงพระแก้วมรกต" 
ต้อนรับฤดูฝน
.
.
เครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ชุดฤดูฝน 
ถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของช่างศิลป์ไทย
ที่ผสานความศรัทธาสง่างามเข้ากับงานประณีตศิลป์ชั้นสูง
ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ของมูลค่าวัสดุและคุณค่าทางประวัติศาสตร์
.
.
ที่มาและความสำคัญ จากวาระมหามงคลสู่พระราชพิธีในปัจจุบัน
.
เดิมทีเครื่องทรงชุดฤดูร้อนและฤดูฝนสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 ส่วนเครื่องทรงชุดฤดูหนาวสร้างในรัชกาลที่ 3 ต่อมาในรัชกาลที่ 9 เครื่องทรงทั้ง 3 ชุดมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลาและยากแก่การซ่อมบูรณะ
.
ประจวบกับในปี พ.ศ. 2539 เป็นมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน 2539 กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจัดสร้างเครื่องทรง 3 ฤดูชุดใหม่ขึ้นแทนชุดเดิม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเฉลิมพระเกียรติ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมบริจาคทรัพย์

 

วิจิตรตระการตา ที่สุดของแผ่นดิน เครื่องทรงพระแก้วมรกต ฤดูฝน

ปัจจุบัน: เครื่องทรงชุดใหม่นี้คือชุดที่ใช้ประกอบพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงในปัจจุบัน ส่วนเครื่องทรงชุดเดิมได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นโบราณวัตถุล้ำค่า ณ พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเครื่องทรงชุดใหม่ในยามที่ไม่ได้ทรง จะจัดแสดง ณ ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์ไทย ในพระบรมมหาราชวัง
.
มูลค่าและงานพุทธศิลป์อันทรงคุณค่าของ "ชุดฤดูฝน"
.
เครื่องทรงชุดฤดูฝนชุดใหม่นี้ใช้งบประมาณในการจัดสร้างขณะนั้น 20 ล้านบาท โดยใช้วัสดุมูลค่าสูงประกอบด้วย
.
ทองคำ: ประมาณ 8 กิโลกรัม (หรือราว 520 บาทเศษ)
.
เพชรและอัญมณี: รวมทั้งสิ้น 15,388 เม็ด
.
รายละเอียดงานประณีตศิลป์แบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้
.
พระศกทองคำ ประดับเพชร: ใช้ทองคำเป็นกาบหุ้มตั้งแต่ไรพระศกจนถึงจอมโมลี บริเวณพระรัศมีทองคำลงยาสีเขียวและแดง ต้นรัศมีฝังพลอยสีดอกผักตบ และส่วนยอดฝังเพชร 1 เม็ด
.
ผ้าสังฆาฏิทองคำ: โดดเด่นด้วยลวดลายดอกไม้กลางผืน โดยส่วนยอดของดอกไม้ประดับด้วยเพชร ส่วนพื้นที่รอบนอกประดับด้วยพลอยหลากสี
.
ผ้าห่มดองทองคำลงยา: สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการสลักดุนแผ่นทองคำให้มีลักษณะเป็นกาบหุ้ม แนบเรียบคดโค้งเข้ากับองค์พระแก้วมรกตได้อย่างแนบเนียน ให้ความรู้สึกเสมือนทรงครองจีวรอย่างห่มดองจริง พร้อมสลักลายพุ่มข้าวบิณฑ์เต็มพื้นที่
.
สบงทองคำลงยา: ออกแบบในรูปแบบเดียวกันกับผ้าห่มดอง โดยใช้แผ่นทองคำสลักดุนเป็นกาบและสลักลายพุ่มข้าวบิณฑ์เต็มพื้นที่ บริเวณเชิงประดับด้วยพลอยสีต่างๆ อย่างวิจิตรบรรจง