- 08 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.Tnews.co.th
รัฐบาล สนับสนุนสื่อนำเสนอข่าวเพื่อการพัฒนาประเทศมากขึ้น แนะอย่าติดกับดักนิยามข่าวแบบเดิมที่ต้องแปลกใหม่ใหญ่ดัง และห่วงสื่อเสนอข่าวเกินเลยโลโซเลี่ยล มโนซ้ำ ส่อทำประเทศเสียหาย แต่ควรคิดสองรอบก่อนเขียนหรือพูด
วันนี้ (8 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากเห็นสื่อมวลชนร่วมมือกันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศในวาระปีใหม่นี้ ด้วยการเพิ่มปริมาณการเสนอข่าวที่เน้นการพัฒนาการประเทศ หรือที่เรียกว่า development News
เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทุกคนในชาติเกิดแรงบันดาลใจและความร่วมแรงร่วมใจที่จะพัฒนาตนเองเพื่อเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม มีวินัย เคารพกติกากฎหมายบ้านเมือง และเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนร่วม
"ท่านนายก ฝากเรียนสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนว่าประเทศไทยไม่มีเวลาจะเสียสำหรับเรื่องราวไร้สาระที่ เน้นความหวือหวามีสีสันหรือที่มักพูดกับจนติดปากว่า เน้นความหวือหวามีสีสันหรือที่มักพูดกันจนติดปากว่า เป็นเรื่องแปลกใหม่ใหญ่ดังซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดโรบาณอีกแล้ว
ในโลกปัจจุบันทั้งสื่อมลชนและผู้เสพสื่อควรให้คุณค่ากับเรื่องข่าวสารที่มีคุณภาพและข่าวสารเพื่อกระตุ้นให่้เกิดการพัฒนาทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม
การเสนอข่าวของสื่อ ถือเป็นสารตั้งต้นเป็นการกำหนดวาระความสนใจ ให้แก่สังคม ดังนั้นถ้าสื่อเสนอเรื่องดีกระตุ้นการพัฒนาสังคมในภาพรวมก็จะมีแนวโน้มตามทิศทางนั้น ในทางตรงกันข้ามหากสื่อเสนอข่าวในมุมมองร้ายเกิดเลยข้อเท็จจริงหรือตกเป็นเครื่องมือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด สังคมก็จะได้รับข้อมูลที่สับสนนั้นไปด้วย และการวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำในโลกโซเชี่ยลจะยิ่งขยายความเสียหายต่อประเทศชาติในลุกลามออกไปอีก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติเลย
อาทิ
การเสนอข่าวงานวิจัยที่อ้างว่ารัฐไม่ประสบความสำเร็จในการดำเนินการเหตุการณ์ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ทั้งที่จำนวนเหตุการณ์มีแนวโน้มลดลง ผู้ที่ก่อเหตุถูกจับกุมมากขึ้น แนวร่วมที่เคยหลงผิดกลับใจมามอบตัวมากขึ้นและที่สำคัญ องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC)ก็ชื่นชม สนับสนุนและเห็นด้วยกับแนวทางการดำเนินงานแก้ปัญหาของรัฐบาลชุดนี้โดยตลอด จึงอยากให้สื่อคอดอย่างน้อยสองรอบก่อนตัดสินใจเขียนหรือพูดเสนอข่าวใดออกมา"
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่าปีใหม่นี้ ท่านนายกฯอยากเห็นการทำงานของสื่อที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและท่านรวมทั้งคณะรัฐมนตรีก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับสื่อ
อย่างเต็มที่ในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศร่วมกัน
