- 21 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"จตุพร พรหมพันธุ์" เตรียมก่อความวุ่นวาย !!? หลังเตรียมระดมพลทุกพรรคการเมือง ยกเว้นประชาธิปัตย์ เข้าร่วมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ โดยเชื่อว่าร่างฯแรกจะเป็นร่างของอาจารย์ใหญ่ - พร้อมให้ชื่อฉบับนี้ว่า "เผด็จการไร้เทียมทาน" ไร้ซึ่งประชาธิปไตย ...
วันนี้ (21 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล โดยระบุว่า ได้ชวนพรรคการเมืองทุกพรรค ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ให้ลงประชามติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการยกร่างเพราะมีเนื้อหาเลวร้ายยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญปี 2534 และปี 2550 ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้จึงเต็มไปด้วยความเป็นเผด็จการ ไร้ประชาธิปไตยเจือปน หากมีโอกาสได้คว่ำแล้ว นักประชาธิปไตยต้องใช้สิทธิ์คว่ำสถานเดียวเท่านั้น
นายจตุพร ระบุว่า นายมีชัยแถลงถึงร่างรัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จร่างแรกในวันที่ 29 ม.ค.นี้ แต่ตนเชื่อว่า รัฐธรรมนูญร่างแรก จะเป็นร่างของอาจารย์ใหญ่ เพราะเป็นร่างเสร็จก็ตายเลย แต่จะตายด้วยประชาชนลงประชามติคว่ำ หรือถูกกลุ่มอื่นแย่งคว่ำก็ตาม
"เมื่อคว่ำรัฐธรรมนูญแล้ว ผมไม่กลัวว่า คณะรัฐประหารจะอยู่นาน บ้างคนพยายามจะอธิบายว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน พวกนี้จะอยู่ยาว ผมจึงบอกว่า การใช้อำนาจในยุคนี้ได้มาถึงระยะสุดท้ายแล้ว แม้อยากอยู่นาน แต่อยู่ไม่ได้ ดังนั้น ฝ่ายประชาธิปไตยต้องมองให้ขาดว่า อำนาจในระยะสุดท้ายนั้น อยู่นานไม่ได้ มันเป็นไปตามวิบากแห่งกรรมนั้นๆ เพราะฉะนั้นอย่ากลัวว่า เขาจะมีอำนาจนาน แต่จงกลัวว่า ถ้าเราได้อำนาจเร็ว แล้วเราจะตายเร็ว และยังจะพาประชาชนไปตายเร็วตามความอยากของเราด้วยต่างหาก" นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญพยายามอธิบายเนื้อหารัฐธรรมนูญมาตลอด แต่ตนรับไม่ได้ เพราะกำหนดให้วุฒิสมาชิก (ส.ว.) มาจากลากตั้ง พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 คน และเสนอคนนอกมาเป็นได้ด้วย นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่รู้ว่า จะอยู่ในหมวดศาลหรือองค์กรอิสระ ถ้าอยู่ในหมวดศาลแล้วจะกระทบกระเทือนฝ่ายตุลาการทันที โดยประมุขฝ่ายตุลาการจะเอาไปไว้ตรงไหน และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยังผูกพันทุกองค์กร ทุกศาล จึงมีปัญหาว่า ประธานศาลฎีกาจะอยู่ภายใต้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
นอกจากนี้ยังไม่รวมถึงให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 7 เมื่อเกิดปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พยายามปกป้องศาลรัฐธรรมนูญ เพราะได้ประโยชน์จากคำวินิจมาตลอด ดังนั้น องค์กรเหล่านี้ถูกวางไว้ก่อน เมื่อพรรคการเมืองผ่านเลือกตั้งมากี่ล้านเสียงก็ไม่มีความหมาย การบริหารประเทศจะไปถูกจัดการด้วยคนเพียง 9 คน ทั้งสิ้น
นายจตุพร กล่าวว่า ตนได้ชวนพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองอื่นๆ แต่ไม่ชวนพรรคประชาธิปัตย์ ว่ามาตอบแทนประชาชนกัน เมื่อประชาชนได้มอบชีวิต มอบความไว้วางใจ มอบชัยชนะทางการเมืองให้ทุกครั้ง พรรคการเมืองก็ควรตอบแทนกลับ โดยยืนยันว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้ว จะไม่สนใจการเลือกตั้ง และตนเชื่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้ใช้ แต่จะถูกประชาชนคว่ำเอง หรือมีคนมาแย่งคว่ำก็ตาม ถ้าจะมีการเลือกตั้งแล้วต้องเป็นประชาธิปไตย โดยนายกรัฐมนตรีต้องมาจากประชาชนเลือกตั้ง องค์กรอิสระต้องยึดโยงกับประชาชน และส.ว.ต้องเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังกำหนดให้การแก้รัฐธรรมนูญต้องได้รับการเห็นชอบจาก ส.ส.ของทุกพรรคในจำนวน 10 % จึงทำให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นศูนย์ ส่วนที่แถลงจะไม่เว้นวรรค คณะรักษาความสงบเรียบร้อน (คสช.) นั้น ตนไม่มีปัญหา ถ้าผู้นำ คสช. จะตั้งพรรคการเมือง ลงเลือกตั้ง ซึ่งตนไม่กลัวเลย เมื่อผ่านการตัดสินใจจากประชาชน แต่อย่ารอส้มหล่น เพราะในทางการเมืองแล้ว ถ้าไม่ยืนข้างประชาชนจะไปกันไม่รอด
นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งหนึ่งจะบอกไปยังผู้มีอำนาจ คือ อนาคตของประเทศที่มืดมิดอยู่ เมื่อประชาชนมีความทุกข์แล้ว ขอให้อดทนรออีกหน่อย อย่ารีบสุขเร็วไปนัก เพราะจะสุขไม่หมด ดังนั้น ความสุขที่แท้จริงคือ ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน ส่วนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ที่เป็นเผด็จการไร้เทียมทานนั้น เมื่อวันทำประชามติคว่ำอย่างเดียว และตนสังหรณ์ว่า ร่างแรกเป็นร่างของอาจารย์ใหญ่ เป็นร่างที่ตายแล้ว และอาจมีคนมาแย่งคว่ำก็ได้
