"วัฒนา" โคตรมโน !! ยก "ปู" ไม่ขี้ขลาดหนีสอบจำนำข้าว - เงินเข้าบัญชีชาวนากว่า 8 แสนล้าน ??

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"วัฒนา เมืองสุข" สุดมโน ?? กางจดหมายเปิดผนึก 4 ข้อถึง "พล.อ.ประยุทธ์" ชี้แจงความแตกต่างระหว่างโครงการแทรกแซงยางพาราและจำนำข้าว - พร้อมเหน็บนายกฯ มีแต่ผีและนักโทษเท่านั้นที่กลัวหวายห่อลูกนิมิตร มโน !! ชู "ยิ่งลักษณ์" ไม่เคยหลบหนีการตรวจสอบ !! ... (แต่กลับขอเพิ่มพยานอีก 18 ปาก เพื่อเตะถ่วงคดีนี้โดยเฉพาะ แบบนี้เรียกว่าอะไรหรือ ??)

 

วันนี้ (22 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เผยแพร่จะหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อชี้แจงความแตกต่างระหว่างโครงการแทรกแซงยางพารากับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีเนื้อหาทั้งหมดดังนี้
         


จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี
         


ผมอ่านข่าวเรื่องที่ท่านนายกมอบหมายให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงตอบโต้ถึงความแตกต่างของโครงการแทรกแซงยางพารากับโครงการรับจำนำข้าว แต่เหตุผลที่โฆษกฯ จำมาแถลงนั้นไม่ถูกต้องและมีความคลาดเคลื่อน ความจริงแล้วทั้งสองโครงการมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรเหมือนกัน แต่การดำเนินการที่ขาดความเข้าใจจึงทำให้เกิดความแตกต่างระหว่างสองโครงการอย่างมีนัยสำคัญ คือ
         


1. โครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นโครงการที่ถือเป็นนโยบายสาธารณะ ตามมาตรา 84 (8) ของรัฐธรรมนูญ 2550 ส่วนโครงการแทรกแซงยางพาราไม่มีรัฐธรรมนูญรองรับเพราะถูกท่านฉีกทิ้ง หากจะอ้างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ก็เป็นกฎหมายในระดับรองที่มีศักดิ์ศรีต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ
         


2. โครงการรับจำนำข้าวเปลือกเป็นการช่วยชาวนาที่ต้นน้ำ ชาวนาได้รับเงินที่โอนเข้าบัญชีโดยไม่มีการรั่วไหลกว่า 800,000 ล้านบาท ซึ่งท่านเองก็เคยจ่ายเงินให้ชาวนาด้วยวิธีเดียวกันหลังจากที่ยึดอำนาจ แต่การแทรกแซงยางพาราด้วยการรับซื้อยางแผ่นเป็นการช่วยนายทุนหรือพ่อค้า เนื่องจากชาวสวนยางขายน้ำยางเพราะไม่มีปัญญาไปซื้อเครื่องมือมารีดเป็นยางแผ่น ความแตกต่างคือนายกยิ่งลักษณ์รับจำนำจากชาวนาแต่ท่านซื้อจากนายทุน
         


3. ผลของการดำเนินนโยบายแทรกแซงที่ถูกต้อง ทำให้ราคาข้าวในสมัยนายกยิ่งลักษณ์สูงกว่ารัฐบาลนี้เกือบเท่าตัว ส่วนราคายางที่เคยต่ำสุดคือกิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนสมัยนี้ 80 บาทซื้อได้ 4 กิโลกรัม ทำให้ชาวสวนยางทนไม่ไหวผูกคอตายไปก่อนหน้านี้แล้วหลายคน นอกจากนี้ในระหว่างเกือบ 3 ปีที่บริหารประเทศ เศรษฐกิจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีอัตราการเติบโตเกือบร้อยละ 20 หรือเติบโตกว่าร้อยละ 6 ต่อปี การส่งออก การบริโภคภายในและการลงทุนมีการขยายตัว รัฐจัดเก็บภาษีได้ตามเป้าหมาย ประชาชนมีเงินออมเพิ่มขึ้นและหนี้สาธารณะต่ำกว่าร้อยละ 50 ของจีดีพี ส่วนรัฐบาลนี้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำสุดในภูมิภาค การส่งออกติดลบ การบริโภคภายในหดตัว การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศตกลงไปเกือบร้อยละ 80 นี่ก็คือความแตกต่าง
         


4. ส่วนที่บอกว่าโครงการรับจำนำข้าวมีการบริหารที่ทุจริตซึ่งรัฐบาลรู้แล้วไม่แก้ไขนั้น ท่านไม่ต้องกังวลเพราะเรื่องที่กำลังกล่าวหานั้น อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ศาลจะเป็นผู้ตัดสินไม่ใช่ท่านที่เป็นคู่กรณีเพราะยึดอำนาจมา
         


ท้ายสุดที่ท่านกำลังแสดงอาการประชดว่า นายกยิ่งลักษณ์กำลังแจกของศักดิ์สิทธิ์เป็นตระกรุด 3 ดอก แต่ไม่สามารถสู้กฎหมายได้นั้น สิ่งที่ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์แจกให้กับนักข่าวนั้นคือหวายที่ห่อหุ้มลูกนิมิตรที่ท่านไปทำบุญมา โบราณถือว่าเป็นมงคล เห็นจะมีแต่นักโทษและผีเท่านั้นที่กลัวหวาย ส่วนคนดีไม่มีใครกลัวหวาย และที่บอกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถสู้กฎหมายได้นั้น ผมขอเรียนด้วยความภูมิใจว่าแม้นายกยิ่งลักษณ์จะเป็นหญิงและไม่เคยอวดอ้างว่าเป็นคนดีมีคุณธรรมอันสูงส่ง แต่ท่านก็เข้าสู่กระบวนยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองอย่างกล้าหาญ ไม่จำเป็นต้องใช้บริการของพวกเนติบริกรให้ชาวโลกกล่าวหาว่าขี้ขลาดหลบหนีการตรวจสอบ นี่คือความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งครับ
         


วัฒนา เมืองสุข
         
22 มกราคม 2559