- 30 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th
วันนี้(30 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย) ขบวนการผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) จัดสัมมนาในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญ: การปฏิรูปประเทศ และการมีส่วนร่วมของประชาชน” โดยมีคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ นายกสมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย) น.ส.มาลี พฤกษ์พงศาวลี รองประธานโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มธ. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) นางจุรี วิจิตรวาทการ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นายบรรเจิด สิงคะเนติ อดีตคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และนายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เข้าร่วมด้วย
โดยนายมีชัย กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า การร่างรัฐธรรมนูญกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)มองภาพรวมของประเทศในอดีตว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย ไม่มีความสุข จึงสรุปประเด็นปัญหาได้ 3 ข้อ คือ 1.คนขาดวินัยอย่างรุนแรง 2.การบังคับใช้กฎหมายขาดความเข้มงวด กวดขัน ปล่อยปะละเลย ทำให้คนทำผิดวินัย และ3.การทุจริตมีมากขึ้น เชื่อว่าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ไม่เกิน 10 ปี ประเทศไทยจะหมดตัว เช่น ในอดีตงบประมาณจากส่วนกลางกว่าจะลงไปสู่พื้นที่ก็จะถูกหัก 3-5 เปอร์เซ็นต์ แต่มาตอนนี้งบจากส่วนกลางจะถูกเจ้าแม่หัก 40-50 เปอร์เซ็นต์ กว่าจะไปถึงจังหวัดเหลือ 30 เปอร์เซ็นต์ก็อะไรไม่ได้มาก ดังนั้นต้องทำ 3 เรื่องให้ได้ เพื่อให้บ้านเมืองและพัฒนาประเทศต่อไปได้
ซึ่งเรื่องวินัยตั้งต้องปลูกฝังเด็กตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไปถ้าไม่เริ่มตอนนี้พอไปในระดับภาคบังคับก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมยาก ซึ่งการศึกษาที่บังคับไว้ว่าฟรี 12 ปีนั้นตนไม่เห็นด้วย มันคือหายนะ แต่ต้องสอนให้เขาเป็น 4 อย่าง คือ1.เป็นคนดี 2.มีวินัย 3.มีใจรักชาติ และ 4.เกิดความชำนาญได้ตามถนัด ซึ่งต้องปฏิรูปให้เสร็จภายใน 1 ปี ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงต้องไปคิดเรื่องนี้ว่าต้องทำให้ได้ ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม และกำหนดเป้าหมายหลัก รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการต้องกำหนดเป็นหลักสูตร หวังว่าวันหนึ่งเราไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องนี้อีก
นายมีชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เราเขียนเปิดกว้างเรื่องสิทธิเสรีภาพมาก ถ้าไม่มีกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญห้ามประชาชนมีสิทธิ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นขอให้ดูร่างรัฐธรรมนูญให้ครบทุกหมวด แล้วจะรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เปลี่ยนแนวคิด เพื่อที่จะให้เกิดความสะดวก ไม่ให้ประชาชนดิ้นรน ส่วนการทุจริตถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่มีสามารถทำได้ นอกจากเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ถ้าทำไม่สำเร็จบ้านเมืองไปไม่ได้ และจะทะเลาะกันอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นรัฐธรรมนูญจึงกำหนดตายตัวว่าอะไรบ้างที่เป็นการทุจริต อะไรบ้างที่คนอย่างนั้นไม่ควรเข้ามาข้องเกี่ยวในการเมือง และบางเรื่องไม่มีกฎหมายห้าม เช่น เป็นรัฐมนตรีแต่ชอบเล่นกันพนัน แม้กฎหมายไม่ห้าม แต่ไม่ควรทำ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไปเล่นแล้วเสีย 200-300 ล้านบาทแล้วจะไม่เข้ามาถอนทุนคืน รัฐธรรมนูญจึงได้สร้างมาตรฐานจริยธรรมจะต้องแยกแยะพฤติกรรมว่า ถ้าละเมิดถือว่าร้ายแรง ก็ให้พ้นจากหน้าที่แล้วไม่ต้องกลับมาอีก
“มีคนถามว่าทำไมเมื่อพ้นความผิดแล้วถึงกลับมาเล่นอีกไม่ได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อพ้นความผิดแล้วจะไม่ทำอีก ก็ขอให้ดูคุณสมบัติของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านห้ามคนที่มีมลทินเข้ามาเป็นอีก แม้จะล้างมลทินหรือไม่มีความผิดแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และส.ส.มาเป็นใหม่ได้ก็จะไม่แฟร์และไม่เป็นธรรมกับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ดังนั้นมีคนโกรธมากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้โหด ผมจึงอธิบายว่าในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 กำหนดไว้ให้กรธ.ต้องทำและรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ตายตัว และมีมาตรการ และกลไกป้องกันไม่ให้คนที่ทุจริตร้ายแรง ถือให้พ้นจากหน้าที่ “ไปเลยแล้วอย่ากลับมาอีก” อย่าเข้ามาเป็นฝ่ายการเมืองโดยเด็ดขาด”นายมีชัย กล่าว
นายมีชัย กล่าวอีกว่า คนที่คัดค้านในใจเขาไม่กล้าพูด เพราะหากร่างกันอีกกี่ครั้งก็ต้องมีมาตรการแบบนี้และจะมีมากขึ้น นี่ทำมา 4 เดือนก็คิดได้แค่นี้ แต่ถ้าให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คนที่มาทำใหม่จะเข้มข้นมากขึ้นกว่านี้ ส่วนเรื่องการการถอดถอนที่ผ่านมาพบว่าไม่เคยถอดถอนใคร เพราะคนไทยขี้สงสาร จึงกำหนดคุณสมบัติให้เข้มงวดกว่าเดิม โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)จะเป็นหน่วยงานที่มีความเข้มข้นในการตรวจสอบการทุจริต โดยเฉพาะการร่างกฎหมายลูกอาจจะลงโทษรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต เพราะฉะนั้นจึง ผมขอฝากว่าถ้ามีอะไรขาดตกบกพร่อง หรือมีความจำเป็นต้องเพิ่มเติมอะไรก็ขอให้บอกมา เพราะหลังวันที่ 15 ก.พ.จะทบทวนร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง” นายมีชัย กล่าว
