- 31 ม.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"วิษณุ เครืองาม" เร่งดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวในส่วนเอกชน จำนวน 15 ราย ร่วมทำงานแบบประชารัฐ เน้นปฏิรูปกฎหมาย-การปฏิบัติตามกฎหมาย - ชี้เรื่องกฎหมายผังเมือง-เช่าที่ดิน 99 ปีเป็นคนละส่วนกัน ซึ่งเป็นเพียงแค่ข้อเสนอเท่านั้นยังไม่ได้ข้อยุติแต่อย่างใด ...
วันนี้ (31 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินการเรียกเก็บค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวในส่วนของเอกชนที่มีอายุความ 1 ปี และจะสิ้นสุดในเดือน ก.พ. นี้ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอยู่ และได้มีการประชุมร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุดโดยอัยการสูงสุดได้มาร่วมประชุมด้วยตนเองไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ขอให้เข้าสู่กระบวนการก่อน ส่วนจะแพ้หรือชนะคดีนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยเอกชนที่จะถูกฟ้องร้องนั้นมีจำนวน 15 ราย
นายวิษณุ ยังเปิดเผยถึง ผลการหารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อศึกษาข้อกฎหมายในแง่ต่างๆเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า มีภาคเอกชนร่วมหารือกับตนหลายคนอาทิ นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งข้อสรุปว่า มีกฎระเบียบหลายอย่างไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจ จึงจะมีการทำงานร่วมกันแบบประชารัฐ โดยแบ่งงานออกเป็น 2 ส่วน คือการปฏิรูปกฎหมาย และการปฏิรูปการปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนแรก ภาคเอกชนจะออกทุนในการศึกษาวิจัยว่าจะต้องปรับเปลี่ยนกฎหมายอย่างไรหรือไม่แล้วส่งผลมาให้รัฐบาล ตัดสินใจ ว่าจะรับดำเนินการตามนั้นหรือไม่ ส่วนที่สองนั้นเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆที่ล้าช้า ทำให้ผลการประเมินประเทศไทยในหลายๆเรื่องยังไม่ดีขึ้น เขารู้ว่ามันติดตรงไหน ช่องทางคอร์รัปชั่นอยู่ตรงไหน ไม่สะดวกตรงไหน โดยจะมีการตั้งกรรมการร่วมกัน พิจารณาเป็นรายเดือน เดือน ก.พ.นี้จะหยิบมา 5 เรื่อง ประกอบด้วย การปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมือง การขออนุญาติ อย. การปฏิบัติตามกฎหมายผังเมือง การปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และสุดท้ายเรื่องของการขออนุญาติ ต่างๆ โดยจะแก้ในเรื่องที่ติดขัด จะทำแบบเครื่อง กิโยติน คือเอากฎระเบียบที่ไม่จำเป็นมารวมกันแล้วตัดไปทีเดียว เป็นการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งทำอะไรได้รวดเร็วจะช่วยได้เยอะ
เมื่อถามถึงกฎหมายผังเมือง จะเกี่ยวกับข้อเสนอให้ขยายเวลาเช่าที่ดินเป็น 99 ปีหรือไม่ ?
นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน และเรื่องเช่าที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นเพียงข้อเสนอแต่ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะมีทั้งข้อดีข้อเสีย เรื่องนี้พูดกันมาทุกสมัย สุดท้ายมีการจำนนกันด้วยเหตุผลหลายอย่าง สุดท้ายเหลือเพียง 50 ปี และข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่การเช่าที่ดินทุกชนิด เพราะการเช่าทำได้เพียงเรื่องพาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม ยกเว้นเกษตรกรรม ซึ่งเรื่องยังไม่เสนอเข้ามา ส่วนจะต้องพับไปอีกหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ
