- 01 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th
"จุรินทร์" ชี้เมื่อไตร่ตรองดู "รธน.มีชัย" พบข้อดีอยู่มาก โดยเฉพาะการใช้ยาแรงกำจัดนักการเมืองซื้อเสียงและโกง ถึงขั้นประหารชีวิต -เสียเพียงแค่ระบบเลือกตั้งใบเดียว ที่มีความสับสนเสียงพรรคใหญ่เหมือนไร้ค่าลง หวั่นซื้อเสียงง่ายขึ้นเพราะรวบได้ทั้งพรรคและคน
วันนี้ ( 1 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานด้านพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้น ของนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ว่า เมื่อได้ดูครบทั้งร่างแล้วต้องยอมรับว่า มีข้อดีอยู่มาก โดยเฉพาะประเด็นของการใช้ยาแรงกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและการทุจริตคอรัปชั่น ถึงขั้นกำหนดโทษห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งตนขอสนับสนุนอย่างยิ่งเพราะการซื้อเสียงเป็นต้นตอของการทุจริตถอนทุนคืนและเป็นมะเร็งร้ายของประเทศและระบบการเมืองต่อไป หากไม่มีการช่วยกันแก้ไขจัดการ
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ยังเป็นข้อทักท้วงจากฝ่ายต่างๆ อยู่ อาทิ ระบบการเลือกตั้งที่ใช้ระบบบัตรใบเดียวจะทำให้คนที่ต้องการเลือกพรรคกับคนแยกออกจากกันไม่สามารถทำได้ เพราะไปเอาคะแนนคนกับพรรคมารวมกัน ทำให้มีเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าไม่สามารถสะท้อนความต้องการของคนกับพรรคแยกจากกันได้ อีกทั้งการให้ลงคะแนนคนกับพรรครวมกันก็อาจทำให้การนำไปสู่การซื้อเสียงมากขึ้นและง่ายขึ้นเพราะซื้อคะแนนเดียวก็จะได้ทั้งคนและพรรค
นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะเปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดให้มาตามช่องทางให้พรรคการเมืองเสนอชื่อคนที่จะเป็นนายกฯได้ไม่เกิน3 ชื่อ กลายเป็นว่าขณะที่เปิดช่องคนนอกกลับมาจำกัดทางเลือกของประชาชนที่จะเลือกคนที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเดิมคนที่มาจากการเลือกตั้งประชาชนสามารถเลือกได้ว่าใครเหมาะที่จะเป็นนายกฯ แต่เมื่อมาเสนอให้พรรคเสนอชื่อไม่เกิน3 คน กลายเป็นว่าประชาชนมีทางเลือกเฉพาะคนที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชี วันหนึ่งสมมุติว่าเกิดอุบัติเหตุใดๆขึ้นมา ตรงนี้อาจจะเป็นเงื่อนตายหรือจุดน็อคขึ้นมาก็ได้ที่ทำให้ไม่สามารถไปเลือกคนที่มาจากการเลือกตั้ง แต่อยู่นอกบัญชีขึ้นมาทำหน้าที่นายกฯได้
นายจุรินทร์กล่าวว่า ประเด็นที่ตนเห็นว่ามีความสำคัญคือ การแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งฉบับที่ผ่านๆ มากำหนดให้ใช้เสียงข้างมากของสองสภารวมกัน แต่ครั้งนี้กลายเป็นว่ากำหนดเงื่อนไขให้การแก้รัฐธรรมนูญทำได้ยากมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากให้ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งและเสียงข้างมากของสองสภารวมกัน ยังระบุอีกว่าในเสียงข้างมากนั้นจะต้องประกอบด้วยทั้งเสียงของรัฐบาลและฝ่ายค้านและต้องมีเสียงส.ว.ไม่น้อยกว่า1ใน3 ด้วย ขณะเดียวกันถ้าเป็นประเด็นที่เข้าเงื่อนไขกำหนดในรัฐธรรมนูญที่จะแก้บางประเด็นจะต้องนำไปทำประชามติก่อนด้วย จากประสบการณ์ของฝ่ายปฏิบัติที่ทำมาแค่ใช้เสียงข้างมากก็ไม่ง่ายสำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ
“ หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย หรือมีความสมบูรณ์ในตัวของมันเอง การกำหนดเงื่อนไขให้แก้ยากคงไม่เป็นปัญหาเพราะมันดีอยู่แล้วก็ไม่ควรไปแก้ แต่หากเป็นรัฐธรรมนูญที่ยังมีข้อท้วงติงจากหลายฝ่าย ยังขาดความเห็นพ้องต้องกัน ถ้าผ่านไปแล้วกำหนดแก้ไขได้ยากเช่นนี้ สุดท้ายเมื่อมันไม่มีทางออกก็จะกลายเป็นว่าจะต้องนำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยก็จะกลับมาสู่วงจรอุบาทว์อีก อีก จึงอยากฝากให้กรธ.นำไปพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ในช่วง 2 เดือนนี้หลังจากที่กรธ.ได้ส่งความเห็นให้แม่น้ำสายต่างๆ ทำความเห็นกลับมาและทำความเห็นจากประชาชน ก็อยากให้ฟังจากทั้งฝ่ายทฤษฏีและปฏิบัติร่วมกันไปด้วยอย่างจริงจัง และนำมาประกอบการพิจารณาทบทวน เพราะผมอยากเห็นรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นที่ยอมรับ มีความสมบูรณ์แบบ มีความเห็นที่สอดคล้องต้องกันได้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้”
ส่วนการทำประชามติใช้งบประมาณถึง 3 พันล้าน หากไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่าถึงอย่างไรก็ต้องเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการนั้น ส่วนจะผ่านหรือไม่ ตนไม่อยู่ในฐานะที่ให้ความเห็นได้ ซึ่งตนจะดูในเนื้อหาเป็นหลักว่านำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคต และต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนหรือไม่เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
นายจุรินทร์กล่าวว่า ส่วนการรวบรวมความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ผ่านมาเราเสนอความเห็นต่อกรธ.มาแล้ว แต่ก็จะมีการให้ความเห็นเพิ่มเติมเป็นระยะ และจะพิจารณาอีกครั้งว่าควรจะมีการทำความเห็นในรูปแบบไหนอย่างไร ซี่งตนก็กำลังรวบรวมความเห็นจากสมาชิกพรรคอยู่ ด้วยจุดประสงค์ที่เป็นความปรารถนาดี อยากเห็นรัฐธรรมนูญออกมามีความสมบูรณ์ครบถ้วนยิ่งขึ้น และเมื่อมาบังคับใช้จะได้อยู่ได้ยั่งยืน ประเทศจะได้ไม่ย้อนรอยกลับมาที่เดิมหรือนับหนึ่งกันอีก
ส่วนที่นักการเมืองออกมาแสดงความเห็น ถือเป็นเรื่องปกติเหมือนกับทุกกลุ่มทุกสาขาอาชีพ เพียงแต่ในภาพรวมต้องยอมรับว่าเราเป็นผู้มีประสบการณ์ในทางปฏิบัติ หากกรธ.จะรับฟังความเห็นก็ต้องฟังทั้งผู้ปฏิบัติและภาคทฤษฏี เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความรอบคอบมากขึ้น ส่วนที่มองกันว่าคนที่ออกมาติเพราะเสียผลประโยชน์ ตนมองว่าควรดูที่เนื้อหาของข้อเสนอความคิดเห็นจะดีกว่า หากเนื้อหาเป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นใครอย่างไรก็ควรจะได้รับการรับฟัง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่การเลือกตั้งอาจจะเลื่อนออกไปปลายปี 2560 นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้มีโร้ดแมปที่ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไร และคิดว่านายกฯคงพยายามกำกับควบคุมทุกอย่างให้เดินไปตามโร็ดแมปจนถึงนาทีนี้ยังไม่เห็นมีสัญญาณอะไรมาทำให้มองได้ว่าจะเดินไปนอกโร๊ดแมปที่กำหนด
