- 07 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th
"วิษณุ เครืองาม" กล่าวถึงกรณีที่ "ไทยรักไทยถูกยุบ" ไม่สามารถฟันธงว่าใครผิด ส่วนที่ศาลรธน.- ฎีกา ตัดสินไม่เหมือนกัน เพราะฟ้องคนละเรื่อง ไม่สามารถเทียบเคียงกันได้
วันนี้ ( 7 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ หลังศาลฎีกาพิพากษาว่ายกฟ้องกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงสมัครเลือกตั้งปี 2549 ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญพิพากษายุบพรรคไทยรักไทยก่อนหน้านี้ว่า ความจริงมันเป็นคนละเรื่องกัน ไม่สามารถจะพูดได้ว่าใครถูกหรือใครผิด และไม่รู้เรื่องใครถูกหรือผิดด้วย เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน มีมากไปที่ข้อหาเดียวทำความผิดอันเดียวฟ้องได้ทั้งอาญาและแพ่ง ปรากฎว่าอาญาผิดแต่แพ่งไม่ผิดก็มี ยุบพรรคก็เรื่องหนึ่งกรณี การรับผิดก็อีกเรื่องหนึ่ง จึงถือเป็นคนละเรื่อง และเรื่องการยุบพรรคถือว่าจบไปแล้วแม้จะเป็นกรรมเดียว วาระเดียว แต่มูลเหตุและเหตุผลที่ใช้ในการพิจารณา คนละหลักกัน
เมื่อถามว่าศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาใช่กฎหมายตัวเดียวกันในการพิจารณาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นการฟ้องคนละเรื่องกัน เพราะคดีแพ่งและคดีอาญาตัดสินในศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ การทำความผิดอย่างเดียวมีโทษทั้งทางแพ่ง อาญา ปกครอง มีทั้งรัฐธรรมนูญ
“ยกตัวอย่างเช่น คุณชกหน้าผม ในทางอาญา ผมสามารถฟ้องคุณข้อหาทำร้ายร่างกาย ก็ไปอีกศาลและใช่กฎหมายหนึ่ง ขณะเดียวกัน ผมสามารถไปฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายที่ศาลแพ่ง เพราะทำให้ผมฟันหักปากฉีก เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และสามคุณเป็นข้าราชการแล้วมาชกผมก็ถือว่ามีความผิดทางวินัย สามารถไล่คุณออกได้ โดยไม่สนใจสองศาลแรกว่าตัดสินอย่างไร แต่บังเอิญว่าคุณมาชกผมที่เป็นรัฐมนตรี และเป็นข้าราชการโดยมีมูลเหตุจูงใจชกเพื่อล้มล้างรัฐบาลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จะไปสู่การพิจารณาของอีกศาลหนึ่ง ชกทีเดียวไปได้ทั้งหมด ดังนั้นไม่สามารถเอามาเทียบเคียงกันได้เป็นคนละเรื่อง"
