- 10 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"นิกร จำนง" หวั่นร่างรธน.ที่บัญญัติอำนาจให้กับศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้แก้ไขยาก เสมือนสถาปนาอำนาจที่ 5 ขึ้นมา แนะให้ทบทวนอย่างละเอียด - "บุญเลิศ คชายุทธเดช" ชูธงท้วงเช่นกัน หวั่นเกิดข้อกังขาว่าการทำงานจะโปร่งใสหรือไม่ ??
วันนี้ (10 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้อง 307 อาคารรัฐสภา 2 เมื่อเวลา 10.30 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ในฐานะประธานการประชุมร่วมกันระหว่างประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ประจำ สนช., สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และตัวแทนจากวิป 3 ฝ่าย ให้สัมภาษณ์ ว่า การประชุมครั้งแรก จะหารือถึงแนวทางการผลักดันการปฏิรูปร่วมกัน โดยเฉพาะการออกกฎหมาย ขณะเดียวกันก็จะทำการจัดกลุ่มการทำงานร่วมกันระหว่าง กมธ. ของ สนช. 16 คณะ และ สปท. 12 คณะ เพื่อให้ตอบโจทย์สอดคล้องกับทางรัฐบาลที่มอบหมายภารกิจการปฏิรูป ให้รองนายกรัฐมนตรี 6 กลุ่ม ประเด็นใดที่เหมือนกัน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะให้มาร่วมกันทำงาน เช่น การสร้างความปรองดอง หรือหากประเด็นใดมีความชัดเจนร่วมกันว่า ต้องมีบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็จะส่งเนื้อหาให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณาต่อไป
ด้านนายนิกร จำนง สมาชิก สปท. และในฐานะอดีตผู้อำนวยการพรรคชาติไทย ที่เป็นผู้รับผิดชอบคดียุบพรรคชาติไทย แถลงถึงกรณีที่ กรธ. บัญญัติให้อำนาจกับศาลรัฐธรรมนูญ โดยโอนอำนาจที่มีอยู่ของวุฒิสภาในการพิจารณาเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญ และบัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม ใช้บังคับแก่ผู้ดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระและให้บังคับใช้กับ ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งยังมีอำนาจวินิจฉัยเองด้วย อีกทั้งนำอำนาจการวินิจฉัยตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ ปี 50 มาให้ศาลรัฐธรรมนูญ และยังกำหนดคุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอายุได้ถึง 75 ปี ในขณะที่องค์กรอิสระอื่นๆ กำหนดไว้เพียง 70 ปี นอกจากนี้ กรธ. ได้บัญญัติยกระดับให้ศาลรัฐธรรมนูญจากเดิมที่เคยอยู่ในหมวดศาลหรือองค์กรอิสระขึ้นมาเป็นหมวดของร่างรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ มีมาตราที่เกี่ยวข้อง 16 มาตรา ทำให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดนี้ได้ยาก ซึ่งถือว่าเป็นการสถาปนาอำนาจที่ 5 ขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบ นอกเหนือจากอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และองค์กรอิสระ
"ขอให้ กรธ. พิจารณาทบทวนเรื่องรายละเอียดศาลรัฐธรรมนูญ หากให้มีเนื้อหาเช่นนี้จะเกิดปัญหา เพราะในอดีตมีข้อกังขาของศาลรัฐธรรมนูญ และถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา โดยเฉพาะเรื่องการยุบพรรค ซึ่งที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญเคยตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย ทั้งที่ศาลฎีกายกฟ้อง แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่รับฟัง ซึ่งต่อมามีอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งได้พูดถึงกรณีการยุบพรรคว่าเชื่อว่าตุลาการเสียงข้างมากคงใช้ดุลยพินิจไม่สั่งยุบพรรค แต่เพื่อบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป จึงต้องวินิจฉัยเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย จึงอยากทราบว่า บรรทัดฐานการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญ จะข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง หรือสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น" นายนิกร กล่าว
ด้านนายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิก สปช. แถลงว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ซึ่งตนได้นั่งนับคำว่า "ศาลรัฐธรรมนูญ" และ "ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ" ในร่างรัฐธรรมนูญ 270 มาตรา ร่วม 130 คำ และองค์อิสระ 39 คำ จึงขอตั้งฉายาร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ว่า "รัฐธรรมนูญฉบับศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" นอกจากนี้ตนยังมีข้อสังเกตอีก 2 ประการ คือ 1. สิ่งที่รัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ได้บัญญัติไว้ว่าในกระบวนการพิจารณาคดีต้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกคนทำคำวินิจฉัยส่วนตนและแถลงในที่ประชุม ปรากฏว่าในร่างแรกของนายมีชัย ได้ตัดส่วนดังกล่าวออกไป ทำให้เกิดความกังขาว่าการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญ จะเปิดเผยโปร่งใสหรือไม่ และ 2. การออกพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญ การเขียนบทบัญญัติห้ามละเมิดศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลการเมืองไม่ใช่ศาลยุติธรรม การที่บัญญัติไว้จะทำให้ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้
