"วัฒนา" อัด "อสส." นำความเท็จโร่ฟ้องอาญาคดีข้าวเน่า "ปู" - โดนใส่ร้ายเฉกเช่นปมยุบ "ทรท."

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"วัฒนา เมืองสุข" โพสต์เฟซฯ เดือดจัด !! จวก "อัยการสูงสุด" นำเอาความเท็จไปฟ้องอาญา "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ในคดีจำนำข้าวและเรียกค่าเสียหาย เพื่อหวังที่จะกลั่นแกล้ง โดยเปิดทางให้คสช.งัดม.44 เพื่อปกป้องพวกพ้องตนเอง พร้อมย้อนถามรัฐบาลจะแก้หมากเกมนี้อย่างไร ??

 


วันนี้ (12 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ค "Watana Muangsook" วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการดำเนินการเอาผิดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยเห็นว่าการดำเนินการของภาครัฐและองค์กรอิสระมีความไม่สอดคล้องกัน ทั้งในประเด็นที่ นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว ออกมาระบุว่านโยบายจำนำข้าวไม่ผิดแต่วิธีการดำเนินการผิด แต่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กลับหยิบประเด็นดังกล่าว ไปยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ จน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติถอดถอน รวมไปถึงประเด็นที่ สำนักอัยการสูงสุด (อสส.) นำประเด็นข้าวหาย 390,000 ตันไปยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ปลัดกระทรวงพาณิชย์กลับมาบอกภายหลังว่า ข้าวไม่ได้หายแต่เป็นการลงบัญชีผิดพลาด โดยระบุเนื้อหาว่า
         


"ยิ่งลักษณ์... เหยื่ออธรรม"
         

 

ผมรู้สึกงงเมื่อได้ยินประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว (นายจิรชัย มูลทองโร่ย) ให้สัมภาษณ์ว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายที่ดี ซึ่งเรื่องนี้นโยบายไม่ผิดแต่ว่าวิธีการมันผิด เท่ากับรัฐบาลประยุทธ์ยอมรับและยืนยันว่า การดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ถูกต้องและเป็นไปตามมาตรา 84 (8) ของรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วทุกประการ ส่วนที่บอกว่าผิดที่วิธีการนั้นคือเห็นว่า มีความผิดในส่วนการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบาย (policy implementation) ซึ่งนายกยิ่งลักษณ์ในฐานะประธาน กขช ได้แต่งตั้งให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้รับผิดชอบ
         

 

ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ ประเด็นที่ประธานคณะกรรมการฯ เพิ่งบอกว่าเป็นนโยบายที่ดีนั้น ได้ถูก ป.ป.ช. นำไปยื่นขอถอดถอนนายกยิ่งลักษณ์จน สนช. มีมติให้ถอดถอนไปเรียบร้อยแล้ว ที่แย่ไปกว่านั้นคือ อัยการสูงสุดได้นำประเด็นที่บอกว่าเป็นประโยชน์กับชาวนานี้ ยื่นฟ้องนายกยิ่งลักษณ์ต่อศาลอ้างว่าเพื่อทำให้เกษตรกรเสียหาย ปรากฏตามคำฟ้องหน้า 18 ความว่า "การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกดังกล่าว จึงไม่เป็นการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่เกษตรกร ตามที่จำเลยแถลงนโยบายไว้จริง แต่เป็นนโยบายประชานิยมที่นำไปสู่การทุจริตเชิงนโยบาย อันเป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่งหรือหน้าที่และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวงการคลัง ประเทศชาติ เกษตรกร ผู้หนึ่งผู้ใดและประชาชน"
         

 

ความแย่ที่ผมขอประณามต่อมาคือ อัยการสูงสุดได้นำเอาประเด็นข้าวจำนวน 390,000 ตัน ที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์เพิ่งบอกว่า ไม่ได้หายไปไหนแต่เป็นการลงบัญชีผิดพลาดนั้น ยื่นฟ้องนายกยิ่งลักษณ์ตามคำฟ้องข้อ 2.4.2 โดยบรรยายฟ้องว่า "ความเสียหายในทางทรัพย์สินอื่น.....ตามคำฟ้องข้อ 2.1 ได้แก่การจัดเก็บรักษาข้าวตามโครงการเกิดการสูญหายหรือขาดบัญชี" สรุปก็คืออัยการสูงสุดนำเอาความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐไปฟ้องนายกยิ่งลักษณ์ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี และรัฐบาลกำลังจะเอาเรื่องนี้ไปเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งจากนายกยิ่งลักษณ์อีก นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่หัวหน้า คสช. ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวออกคำสั่งที่ 39/2558 เรื่อง "คุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐและการดำเนินการต่อผู้รับผิด" ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2558 เพื่อคุ้มครองตัวเองและบริวารในการใส่ร้ายป้ายสีนายกยิ่งลักษณ์ กรณีจึงไม่ต่างจากการยุบพรรคไทยรักไทย ที่ปรากฏหลักฐานในภายหลังว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาบริสุทธิ์ทั้งสิ้น คำถามคือรัฐบาลนี้จะรับผิดชอบอย่างไรกับการนำเอาความเท็จไปฟ้องนายกยิ่งลักษณ์เป็นคดีอาญา จะปล่อยเลยตามเลยเพราะมีออกคำสั่งตามมาตรา 44 นิรโทษกรรมกันไว้แล้วใช่หรือไม่
  

      

วัฒนา เมืองสุข
         

12 กุมภาพันธ์ 2559