- 16 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th
"น.ต.ประสงค์" เผยจุดอ่อนที่ต้องเร่งแก้ร่างรธน.ใหม่ โดยเฉพาะเรื่องที่มาของสว. ที่ควรใช้ระบบผสม -แนะจัดเสวนา เชิญตัวแทนฝ่าย คสช. ,รัฐบาล, ฝ่ายร่างรัฐธรรมนูญ , พรรคการเมือง องค์กรเอกชน มาแลกเปลี่ยนความเห็น
วันนี้ ( 16 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ต.ประสงค์ สุ่นสิริ ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากฟังคำพิพากษา ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีเขียนบทความวิจารณ์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลุดคดีซุกหุ้นเมื่อปี 2544
โดยน.ต.ประสงค์ ยังกล่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญว่า การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังมีประเด็นที่คล้ายคลึงกับร่างรัฐธรรมนูญของคณะนายบวรศักดิ์ สุวรรณที่เคยตกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องรูปแบบการเลือกตั้ง ที่มาของ ส.ส.และส.ว. ขณะที่เรื่องสิทธิชุมชนและสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ขาดหายไปโดยเฉพาะสิทธิชุมชนหายไปทั้งหมดและเรื่องศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ก็ไม่ได้บัญบัติไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาระบุถึงเรื่องนี้ไว้ และสำคัญที่สุดเรื่องพระราชอำนาจที่เคยบัญญัติไว้ในมาตรา 7 ร่างฉบับนี้บัญญัติมาตรา 7 ไว้ไม่เหมือนเดิม เอาไปไว้ในองค์กรอื่น
“ผมเห็นว่าหลายเรื่อง ควรจะรีบแก้ไขและปรับปรุงตามผู้ที่ได้เสนอความเห็นไว้ ซึ่งต้องรับฟังโดยการรับฟังที่ดีที่สุดควรจะใช้วิธีให้ทุกภาคส่วนมาร่วมสัมมนากันทั้งฝ่าย คสช. ,รัฐบาล, ฝ่ายร่างรัฐธรรมนูญ , พรรคการเมือง องค์กรเอกชนและภาคส่วนต่าง ๆ ให้ส่งตัวแทนมา 5 -10 คน มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันเพื่อทำข้อสรุป เชื่อว่าจะได้ผลกว่าใช้แบบสอบถาม ผมบอกตรง ๆ ว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมานั้น สิ่งที่ต้องแก้ไขกันอยู่ตลอดเวลาก็คือปัญหาการเมือง, ระบบ ส.ส.และ ส.ว. , รัฐสภา ก็ให้หยิบยกเรื่องการเมืองขึ้นมาว่าจะแก้อะไร ก็จะไม่ต้องใช้เวลาเป็นปีหรือสองปี ที่บอกว่าจะเป็นฉบับปราบโกงก็เป็นปฏิบัติการจิตวิทยา ซึ่งการปฏิบัติปราบโกงอยู่ที่เจ้าหน้าที่ กฎหมายรัฐธรรมนูญจะไม่มีชีวิตชีวาถ้าคนไม่ปฏิบัติ ส่วนเรื่องระบบที่มาของ ส.ว.เราเคยแก้ไขกันมาหลายครั้งทั้งให้มาจากการเลือกตั้งและการสรรหา ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ส.ว.ยังควรเป็นระบบผสม” น.ต.ประสงค์กล่าว
