"ปู่พุทธะฯ" โร่ยื่น "สปท.-สนช." ปฏิรูปกม.สงฆ์ - สวนหมัด "เมธีฯ" จ้องร้องขออำนาจรบ. !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"หลวงปู่พุทธะอิสระ" ยื่นหนังสือถึง "สปท.-สนช." ปฏิรูปกม.สงฆ์ การปกครองและกิจการพระพุทธศาสนา เน้นปรับแก้พ.ร.บ.สงฆ์กระบวนการนิคหกรรม หากปล่อยปละละเลยหวั่นทำให้เกิดความแตกแยกได้ - สวน "พระเมธีฯ" จ้องเรียกร้องอำนาจจากรัฐบาล ไล่ไปอยู่ที่อื่นหากไม่ให้รัฐยุ่งกรณีสงฆ์ทำผิดกฎหมาย ...
 

 
วันนี้ (17 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่รัฐสภา พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และคณะ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายคณะสงฆ์ การปกครองคณะสงฆ์ และกิจการพระพุทธศาสนา ต่อ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยนายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล รองเลขาธิการวุฒิสภา เป็นตัวแทนรับหนังสือ
         

 

พระพุทธะอิสระ กล่าวว่า จากการที่สมเด็จพระสังฆราชทรงชี้มูลความผิดของธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหายักยอกเงินวัดและอวดอุตริมนุสธรรม ทำการบิดเบือนคำสอนในพระธรรมวินัย และกรณีภิกษุผู้ละเมิดพระวินัยตั้งแต่อย่างเบาจนถึงอย่างหนัก แต่องค์กรปกครองสงฆ์ไม่สามารถเอาผิดได้ ซ้ำร้ายยังพยายามปกป้อง ต่อมามีการประชุมลับสนับสนุนให้สมเด็จช่วง ผู้มีมลทินทางพระธรรมวินัย เพราะมีมติสวนพระวินิจฉัยสมเด็จพระสังฆราชว่า ธัมมชโยไม่อาบัติปาราชิก และล่าสุดพระเมธีธรรมาจารย์ และพระมหาโชว์ ทัสสนีโย นำนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหามกุฎราชวิทยาลัยร่วมกับเครือข่ายธรรมกายเข้าร่วมชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาลให้นำชื่อสมเด็จช่วงขึ้นทูลเกล้าเพื่อทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นสังฆราช และมีภิกษุเข้าไปขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุการณ์เหล่านี้เป็นที่มาของวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรปกครองคณะสงฆ์ที่ขาดความเป็นกลาง มีพฤติกรรมปกป้องคนผิดมากกว่าพระธรรมวินัยและกฎหมาย
         

 

พระพุทธะอิสระ กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.คณะสงฆ์มีหลายมาตราที่ทำให้พระธรรมวินัยอ่อนแอ เช่น กระบวนการนิคหกรรมที่ซับซ้อนไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้จริง อำนาจการปกครองรวมศูนย์มากเกินไป หากปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ไปเรื่อยๆ ความเสื่อมศรัทธาจะเกิดขึ้นแก่พระศาสนาเป็นทวีคูณ และอาจจะลุกลามบานปลายกลายเป็นความแตกแยก จึงขอร้องให้หยิบยกเอาปัญหาของศาสนจักรขึ้นมาทำการพิจารณาหาทางแก้ไขและปฏิรูปให้พระธรรมวินัยกลับมามีผลบังคับใช้ได้อย่างแข็งแรงยั่งยืนสืบไป
         

 

ทั้งนี้ พระพุทธอิสระ ยังตอบรับข้อเสนอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มีแนวทางจัดเวทีพูดคุยหาทางออกระหว่างฝ่ายเห็นต่าง ส่วนข้อเรียกร้องของพระเมธีธรรมาจารย์ ที่เสนอห้ามไม่ให้รัฐยุ่งเกี่ยวกิจการของสงฆ์นั้น พระพุทธอิสระ กล่าวว่า บุคคลทุกคนในประเทศต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หากไม่ให้รัฐเข้ามายุ่งกับพระสงฆ์นั้น ก็ให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งทั้ง 5 ข้อที่ออกมาเรียกร้องนั้น เป็นการเรียกร้องอำนาจ ซึ่งไม่เห็นว่าพระธรรมวินัยจะได้ประโยชน์อะไร
         

 

ส่วนข้อกล่าวหาว่าตนเองทำผิดพระธรรมวินัยจากการขู่กรรโชกเงินจากโรงแรมเอสซีปาร์คในระหว่างการชุมนุม กปปส. นั้น พระพุทธอิสระ กล่าวว่า เร็วๆ นี้ ก็จะไปยื่นกับมหาเถรสมาคม ให้ตรวจสอบตนเอง หากไม่ดำเนินการถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตนก็จะยื่นฟ้องกลับ ส่วนคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชนั้น พระพุทธะอิสระ กล่าวว่า เป็นใครก็ได้ ที่มีคุณสมบัติที่ดี สะอาด สว่างและสงบ ซึ่งถ้าได้คุณสมบัติตามนี้ตนยินดียกมือไหว้ทั้งหมด เพราะตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ดี ก็ต้องได้คนที่ดีเข้ามาดำรงตำแหน่ง