"ตู่" ไม่เข็ด !! โบ้ยแก๊ง "3พ." ฉนวนเกิดม็อบพระ - เหิมเกริมถาม "ปู่พุทธะฯ" ใหญ่มาจากไหน ??

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"จตุพร พรหมพันธุ์" ไม่เข็ดหลาบจากค่ายทหาร !! โบ้ย "ไพศาล-ไพบูลย์-พุทธะอิสระ" ฉนวนการก่อม็อบพระ จี้ "พล.อ.ประยุทธ์" ควรแก้ที่ต้นเหตุแก๊ง "3พ." - เหิมเกริมหนัก !! ย้อนถาม "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ใหญ่มาจากไหนถึงไม่มีใครกล้ามาแตะต้อง ???

 


วันนี้ (19 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ว่า ผู้มีอำนาจถ้าต้องการยุติปัญหาในคณะสงฆ์ ต้องสั่งพุทธอิสระกับพวก ซึ่งเป็นต้นเหตุปัญหาหยุดการเคลื่อนไหวขัดขวางการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่

 


นายจตุพร กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดในคณะสงฆ์ มาจากคน 3 คน คือ พุทธอิสระ นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งจัดเป็นพวกแก๊ง 3 พ. ไปขวางการแต่งตั้งสมเด็จช่วง แล้วรัฐบาลยังอ้างความขัดแย้งมาเป็นเหตุไม่เสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ จึงทำให้ประชาชนไม่สบายใจ เมื่อคนพวกนี้ทำได้ ในวันข้างหน้ามีอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมาขัดขวางบ้าง การตั้งสมเด็จพระสังฆราชคงดำเนินการได้ยากลำบากขึ้น

 


นายจตุพร ย้ำว่า มหาเถรสมาคม (มส.) เสนอชื่อสมเด็จช่วงเป็นไปตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ปี 2505 แก้ไขเพิ่มเติมปี 2535 แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยอ้างความขัดแย้งในคณะสงฆ์ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ ดังนั้น ทางออกเพื่อยุติความขัดแย้ง จึงควรสำรวจความเห็นของพระสงฆ์ทั่วประเทศกว่า 3 แสนรูปว่า ต้องการให้สมเด็จช่วงขึ้นเป็นสังฆราชหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่า จะได้ความจ่างชัดยิ่งขึ้น

 


อย่างไรก็ตาม นายจตุพร เชื่อว่า ปัญหาของบ้านเมืองขณะนี้มาจากการปฏิบัติไม่เหมือนกันในกรณีพระเมธีธรรมาจารย์ กับ พุทธอิสระ เมื่อพระเมธีธรรมาจารย์ปฏิบัติตามกฎหมายสงฆ์ ไปแสดงความเห็นที่พุทธมณฑล สถานที่ปฏิบัติธรรมของพระ กลับถูกข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน ส่วนพุทธอิสระไปชุมนุมโจมตีสหรัฐอเมริกาหน้าสถานทูต ไม่ถูกข้อหาใดๆ แล้วเคลื่อนไหวขัดขวางอะไรก็ได้อีก และพล.อ.ประยุทธ์ ยังกลัว จึงไม่รู้ว่า ไปกุมความลับอะไรไว้หรือไม่ ถึงไม่มีใครกล้าแตะต้องเลย

 


"การไปพุทธมณฑลผิด ไปหน้าสถานทูตสหรัฐไม่ผิด ทำอะไรก็ได้ หรือมีอะไรดี ถามจริงๆ พุทธอิสระเป็นใคร จึงทำให้นายกรัฐมนตรีกลัวได้ ทั้งที่ท่านไม่เคยยอมใคร แต่พุทธอิสระขู่ได้ เหมือนคนมีอำนาจอะไรจึงสงสัย ถ้า 3 พ. ไม่หยุด ก็อย่าหวังว่า คณะสงฆ์จะหยุด จึงสงสัยว่า ใหญ่อะไรกันนักหนา คุณเป็นใคร ไม่มีใครกล้ากับคุณเลย คุณเป็นบุคคลสำคัญจริงๆ สมเด็จช่วงยังไม่รอด พระเมธีฯยังเจอหมายเรียก แล้วคุณเป็นใครพุทธอิสระ จึงไม่มีใครมาแตะต้องเลย" นายจตุพร กล่าว

 


นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ฝ่ายผู้มีอำนาจควรไปดูที่ต้นเหตุปัญหาที่เกิดจากแก๊ง 3 พ. ออกมาเคลื่อนไหวขัดขวางจนกลายเป็นปัญหาของคณะสงฆ์ ดังนั้น ผู้มีอำนาจอย่าคิดว่าฝ่ายคณะสงฆ์มีปัญหาอย่างเดียว แต่อีกฝ่ายที่ขัดขวางกลับมีความรู้สึกว่า ไม่เป็นปัญหา แต่ปัญหาจะไม่เกิดถ้าปฏิบัติอย่างเสมอภาคกัน

 


อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มีเพียงแค่นี้ ในอนาคตการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชตามลำดับถัดจากสมเด็จช่วงไป คงเกิดปัญหาขึ้นเช่นกัน แต่ถ้าต้องการให้สงบ ผู้มีอำนาจต้องบอกแก๊ง 3 พ. ให้ยุติการเคลื่อนไหวขัดขวาง เพราะเริ่มต้นปัญหาขึ้น ถ้าแก๊ง 3 พ. ไม่หยุด ฝ่ายอื่นคงไม่หยุดเช่นกัน
ลำดับสมเด็จพระราชาคณะที่มีความอาวุโส โดยสมณศักดิ์ ที่มีโอกาสถูกเสนอชื่อเป็นสมเด็จพระสังฆราชถัดจาดสมเด็จช่วง คือสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร พระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ซึ่งมีความอาวุโสอันดับ 4 เพราะลำดับที่ 2 และ 3 อาพาธไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้น หากสมเด็จพระวันรัตถูกเสนอชื่อย่อมเจอทุกข์ลาภจากบาดแผลไม่กินใจกันที่ฝังลึกในคณะสงฆ์ จึงเป็นทุกข์ไม่แตกต่างกัน

 


นายจตุพร ย้ำว่า ต้นเหตุของปัญหามาจากการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกัน ไม่ยึดกฎหมายคณะสงฆ์ ดังนั้น ถ้ายึดตามกฎหมายก็คงไม่มีปัญหาเกิดขึ้น กรณีสมเด็จช่วงถูกกล่าวหาครอบครองรถหรู แล้วเกิดการประโคมข่าวถึงขั้นว่าเป็นความผิด เกิดการชี้นำให้เสียสละ แต่ถ้าผิดแล้วก็ควรจับไปขังคุก อย่าให้ประกันตัว