- 19 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th
"พล.อ.อนุพงษ์" เรียก "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" 17 จว.เหนือรับฟัง -ย้ำ ประเทศกำลังเข้าสู่เออีซี มหาดไทยเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องตามยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อนำพาประเทศเดินหน้าไปพร้อมกัน -ย้ำ เห็นต่างได้ แต่อย่าแบ่งสี
วันนี้ ( 19 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในส่วนภูมิภาค ให้แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น ( อปท.) และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือ 17 จังหวัด เข้าร่วมรับฟังนโยบาย โดยมีนายปวิน ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ให้การต้อนรับ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า งานส่วนหนึ่งของประเทศอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ต้องดูแลในเรื่องของบริการสาธารณะต่อประชาชนในพื้นที่ และสังคมไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหาหลายด้าน เช่น การศึกษา ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ส่วนในภาคการเกษตรที่ต้องประสบปัญหาปัจจัยการผลิต ปัญหาภัยแล้ง การตลาด และปัญหาอาชญากรรม เหล่านี้สะท้อนว่า คุณธรรมจริยธรรมของสังคมแย่ลง ในขณะที่ประเทศกำลังเข้าสู่เออีซีต้องมีการปรับตัวให้ทัดเทียมกับอารยประเทศรัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยกำหนดวิสัยทัศน์ที่จะนำประเทศก้าวเดินไปข้างหน้าภายใต้กรอบนโยบายของงานตามฟังก์ชั่นของกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นวาระแห่งชาติงานในพื้นที่ทุกอย่างต้องยึดโยงสอดคล้องกัน ไม่ว่างานงบประมาณ โครงการแผนงานที่จะลงสู่พื้นที่ เรื่องเหล่านี้มีหลักการสำคัญประเทศชาติต้องมีความสงบมั่นคงก่อน โดยเรื่องปัญหายาเสพติด ปัญหาสังคม และอาชญากรรมสิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยกันแก้ไข
“ผมขอฝากให้ทุกท่านน้อมนำแนวทางพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน ขอให้ช่วยกันอธิบายให้ประชาชนมีความเข้าใจในวิถีการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงแล้วประเทศไทยจะฝ่าฟันอุปสรรคช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างมั่นคง ขอให้ทุกคนช่วยกันสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมไทย เพราะประเทศเราในขณะนี้อยู่ในจุดที่ค่อนข้างจะล่อแหลมเปราะบาง เป็นจุดที่ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข ในส่วนของ 17 จังหวัดทางภาคเหนือ พวกท่านคือ ผู้ดูแลภายใต้รัฐบาลนี้ "พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว
รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนของการประเมินผู้ว่าราชการจังหวัดกำลังดำเนินการประเมินผู้ว่าราชการใหม่ จะเสร็จภายในเดือนเมษายน โดยจะบังคับใช้แบบฟอร์มในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งการประเมินจะดูจากผลงานตามนโยบายที่ทางรัฐบาลมอบหมายให้ แล้วจะใช้วิธีนี้ในการแต่งตั้งผู้ว่าฯในรอบใหม่ สำหรับเรื่องของความปรองดองไม่ว่า คุณจะชอบสีอะไร เหลืองแดง นกหวีด ชอบได้ แต่อย่าเอามาให้เป็นศัตรูกัน ถ้าคนไม่ถูกกัน แล้วเอาไปตีกัน จะทำให้เกิดความร้าวฉาน เรื่องนี้ทำไมได้ ดังนั้นขอย้ำว่า ขอให้ทุกคนที่อยู่ในท้องที่และท้องถิ่นดูแลประชาชนกว่า 60 ล้านคน ได้ช่วยกันทำให้สังคมไทยมีความสามัคคี ที่ผ่านมาประเทศไทยของเราไม่เคยมีปัญหาเชื้อชาติ ศาสนา มีความเคารพกันและกัน อยู่กันอย่างสงบสุขมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันเรามีปัญหาเรื่องความชอบ ที่ไม่ตรงกันไม่เหมือนกัน ในฐานะนักปกครองท้องที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ต้องวางตัวเป็นกลาง แล้วช่วยป้องกันไม่ให้มีการยุยง ปลุกปั่นทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกในสังคม
"เราเห็นต่างกันได้ แต่ต้องไม่เกิดความขัดแย้งจะให้คนในชาติของเราแบ่งแยก แบ่งสี ขัดแย้งกันไม่ได้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ฝากให้ทุกท่านดูแล แล้วเรื่องการท่องเที่ยวเป็นเศรษฐกิจรายได้ของภาคเหนือ ปัจจุบันเรามีปัญหาเรื่องหมอกควัน ไฟป่า เป็นปัญหาที่กระทบกับการท่องเที่ยวอย่างมาก ขอให้ช่วยกันดูแลในพื้นที่รับผิดชอบ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชน แล้วรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้"รมว.มหาดไทย
