- 19 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th
"เหวง" เป็นตัวตั้งตัวตี ค้านครม.ดันช่วงเฉพาะกาล แสดงให้เห็นว่าคสช.พยายามขยายเวลาโรดแมป แถมการวางยุทธศาสตร์ชาติ หวังสืบทอดอำนาจ อย่างน้อย 20 ปี -เสียดายรธน.ปี 40 ที่ประชาชนยอมรับ เป็นผลพ่วงของการเสียสละจากวีรชนปี 35 กำลังถูกลืม โดนแทนที่ด้วยรธน.ที่ปชช.ไม่มีส่วนร่วม
วันนี้ ( 19 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์เหวง โตจิราการ รักษาการรองประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย เผยแพร่คำแถลงให้สื่อมวลชน กรณี คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้รวบรวมความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ จากกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ แล้วได้มีหนังสือ ที่ นร.0404/1625 ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ถึงประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยเลขานุการประธานกรธ.เป็นผู้รับหนังสือแทนโดยมีเลขรับ110/59 วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 โดยมีรายละเอียดจำนวน 7หน้า 16 ประเด็น ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ที่
“ให้จัดทำรัฐธรรมนูญ เป็น 2 ช่วง คือช่วงเฉพาะกิจหรือเฉพาะกาลในระยะแรก ซึ่งอาจไม่ยาวนาน โดยใช้หลักเกณฑ์อย่างหนึ่งเสมือนข้อยกเว้นตามความจำเป็นแห่งสถานการณ์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองแต่อยู่บนพื้นฐานการปกครองของระบอบ ประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้งส.ส.ในระดับหนึ่งอย่างมีดุลยภาพในช่วงเปลี่ยน ผ่าน และช่วงที่จะใช้รัฐธรรมนูญในระยะต่อไปซึ่งสอดคล้องกับหลักสากลและเป็นไปตาม ระบอบประชาธิปไตยที่ลดข้อจำกัดต่างๆลงให้มาก ดังนี้น่าจะแก้ปัญหาและอธิบายให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและนานาชาติได้”
มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ขอแสดงความเห็นดังนี้
1.รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็เป็นฉบับเฉพาะกิจหรือเฉพาะกาลหรือชั่วคราวอยู่แล้ว การร่างรัฐธรรมนูญให้มีฉบับเฉพาะกิจ/เฉพาะกาลอีก ก็เป็นการพยายาม จะยึดโรดแมปออกไป ซึ่งจะทำให้ประชาชนไทย และนานาชาติเห็นถึงเจตนารมณ์ของคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่จะสืบทอดอำนาจต่อไป อันจะทำให้ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ของประเทศไทย มีความสับสน และเสื่อมลง ดังเช่นที่เป็นมาในระยะปีเศษนี้
2.คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปประเทศยี่สิบปี ซึ่งแต่งตั้งโดยคสช.ชุดนี้ด้วยแล้ว ก็แสดงเจตนารมณ์ว่า คณะคสช.มีความประสงค์จะสืบทอดอำนาจผ่านการวางโยบายและทางปฏิบัติผ่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯชุดนี้อยู่แล้วอย่างน้อยยี่สิบปี
มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย เห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับปีพศ.2540 เป็นอานิสงส์ของการเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนจำนวนนับร้อย เมื่อเหตุการณ์พฤษภาคมปี2535 และมาจากการยกร่างโดย สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.)ที่เป็นตัวแทนของประชาชนมาจากทุกจังหวัด และผ่านการเห็นชอบของรัฐสภา จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง ถ้ามีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขจากระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบยี่สิบก็ควรดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนี้ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนไทยและนานาชาติมากกว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนเลย
