- 23 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"กมธ.กีฬาฯ" เสนอให้ใช้คำว่า "การบูรณาการสถาบันการพลศึกษาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ" ป้องกันความสับสนเป็นหน่วยงานใหม่ - "มส." เห็นชอบให้ทุกวัดทั่วประเทศจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย โดยไม่เกี่ยวข้องกับรายได้ของพระแต่ละรูป ...
วันนี้ (23 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา พลเอกจิระ โกมุทพงศ์ โฆษกกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านบริหารจัดการการกีฬา เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง การกำหนดแนวทางให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการกีฬาและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา โดยร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สมาคมการจัดการกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าเครื่องกีฬาและนักวิชาการทางการกีฬา ในวันที่ 25 ก.พ. นี้ ที่สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ
ด้านนายชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้ช่วยโฆษกกรรมาธิการ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านโครงสร้างการกีฬา ได้พิจารณาเรื่องเร่งด่วนที่ต้องปฏิรูปคือการเร่งรัดจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติ การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย และ การจัดตั้งกระทรวงการกีฬา เพื่อให้การปฏิรูปด้านกีฬาดำเนินไปอย่างเป็นระบบในทิศทางเดียวกัน ส่วนของการจัดตั้งมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ที่ประชุมได้เสนอให้ใช้คำว่า "การบูรณาการสถาบันการพลศึกษาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ" เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนว่าเป็นการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่
ด้านนายบวรเวท รุ่งรุจี ผู้ช่วยโฆษกกรรมาธิการ คนที่ 2 กล่าวว่า สำหรับการขับเคลื่อนด้านศาสนา คณะกรรมาธิการฯ เห็นชอบให้ผู้แทนแต่ละศาสนาจัดทำหลักคำสอนของศาสนาของตนเองไม่เกิน 20 ข้อ โดยจัดลำดับความสำคัญ และส่งให้คณะกรรมาธิการฯ ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อจะได้พิมพ์เป็นหนังสือและนำไปขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างความสันติสุขในสังคมไทยต่อไป
นอกจากนี้ มหาเถรสมาคม ยังได้เห็นชอบแผนงานและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยการจัดทำบัญชีของวัดเพื่อนำไปใช้กับวัดทั่วประเทศ โดยในเดือนมีนาคม ทางสำนักพระพุทธศาสนาจะเชิญผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาของทุกจังหวัด มารับทราบระเบียบต่างๆเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายของแต่ละวัด เพื่อให้นำไปชี้แจงให้วัดในแต่ละพื้นที่ ที่ดูแลได้ทราบถึงระเบียบดังกล่าว โดยบัญชีรายรับรายจ่ายของแต่ละวัด จะไม่เกี่ยวข้องกับรายได้ของพระแต่ละรูป เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนสาเหตุที่วัดต้องทำบัญชีรายรับรายจ่ายนั้น เพราะวัดถือเป็นนิติบุคคล
*ภาพจาก www.parliament.go.th
